เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1708 ปล่อยไว้ไม่ได้
ฉู่ลั่วเหลียวมองจางเจี่ยว “คุณมีข้อเสนออะไรคะ?”
จางเจี่ยวตอบ “พวกเราทั้งเก้าคนจะได้เป็นเทพ ร่วมกันปกครอง
โลกมนุษย์”
“ไม่ใช่ว่าสหายน้อยฉู่ไม่พอใจกฎเกณฑ์ของโลกมนุษย์มาตลอด
หรอกหรือ? ไม่ใช่ว่าอยากเปลี่ยนแปลงลัทธิเต๋ามาตลอดหรือ? แค่
พวกเราเก้าคนได้เป็นเทพพร้อมกัน ทุกอย่างก็สามารถเปลี่ยนแปลง
ได้”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความละโมบอย่างปิดไม่มิด “แม้แต่กฎ
สวรรค์ ก็ใช่ว่าพวกเราจะสู้ไม่ได้”
ไม่มีนักพรตเต๋าคนใดที่ไม่อยากเป็นเทพ
ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้เป็นผู้ปกครองมวลมนุษย์
ใครบ้างจะไม่ต้องการสิ่งนี้?
คนที่เหลือต่างจ้องมองฉู่ลั่ว แม้กระทั่งในดวงตายังเผยความไม่
พอใจออกมาเล็กน้อย
พวกเขาทั้งแปดคนทุ่มเทพยายามสุดความสามารถจนมาถึงขั้น
นี้ได้ แต่ฉู่ลั่วคนนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย กลับจะมาแบ่งปันผลประโยชน์
จากชัยชนะกับพวกเขาได้อย่างเท่าเทียม
จางเจี่ยวรออยู่พักใหญ่ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากฉู่ลั่ว ทำ
ให้ใจของเขาหล่นวูบ จ้องมองฉู่ลั่วโดยไม่รู้ตัว
แต่เขากลับเห็นฉู่ลั่วมีสีหน้าเรียบเฉย
“เธอไม่อยากเป็นเทพเหรอ?”
“ฉันไม่เคยพูดว่าฉันอยากเป็นเทพค่ะ!”
จางเจี่ยวเบิกตากว้าง “เธอไม่อยากเป็นเทพ แล้วเธอบำเพ็ญทุก
วันทำไม? เธอไม่อยากเป็นเทพ แล้วทำไมยังต้องผ่านอสนีบาตสวรรค์
ด้วย?”
“สหายน้อยฉู่ พวกเราล้วนเป็นผู้บำเพ็ญ ทำไมเธอต้องมา
หลอกลวงพวกเราด้วย”
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่เคยคิดจะเป็นเทพ และไม่เคยคิดจะปกครองโลก
มนุษย์ หรืออยู่เหนือทั้งสามภพ”
เธอกวาดตามองคนแปดคนที่มีสีหน้าแตกต่างกันไป “สิ่งที่ฉัน
ต้องการ ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ในขอบเขตความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่
การแย่งชิง ฉกฉวย หลอกลวง หรือกลอุบายเอาเปรียบ!”
“สิ่งที่เป็นของฉันก็คือของของฉัน ไม่มีใครสามารถเอาไปได้
ส่วนสิ่งที่ไม่ใช่ของของฉัน ฉันก็ไม่เคยคิดจะเอามา”
“อย่าพูดอะไรกับเธอให้เสียเวลาเลย!” เฝิงหรูพุ่งเข้ามาทันที ยันต์
สีม่วงแผ่นหนึ่งซึ่งห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าพุ่งเข้ามา
อีกทั้งในมือของเขาถือดาบงูอันคมกริบ พุ่งแทงมายังฉู่ลั่ว
นอกจากจางเจี่ยวแล้ว คนอื่น ๆ ก็โจมตีเข้าใส่ฉู่ลั่วเช่นกัน
ขณะที่ยันต์และบรรดาอาวุธเวทกำลังจะถึงร่างวิญญาณของฉู่ลั่ว
วิญญาณของเธอก็หายวับไปทันใด อาวุธทั้งหมดจึงปะทะกันอย่าง
รุนแรง พาให้ทั้งห้องโถงใหญ่สั่นสะเทือน
“คนไปไหนแล้ว?”
“เธอหนีไปที่ไหน?”
พวกเขาทั้งหมดหันไปมองจางเจี่ยว
จางเจี่ยวมีสีหน้าเย็นชา จ้องมองไปยังความว่างเปล่าด้านนอก
“เธอสามารถหลบหนีออกจากวิชาค่ายกลหลายชั้นได้ ฉู่ลั่วคนนี้ไม่
ธรรมดาเลยจริง ๆ”
เฝิงหรูหัวเราะเยาะ “ถ้าเธอธรรมดา นายก็คงไม่ต้องดึงวิญญาณ
เธอมาหรอก”
“ฉู่ลั่วคนนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ คนพวกนี้ทั้งหมดก็ต้องไม่ปล่อยไป”
ฉางเหอพูดด้วยน้าเสียงเยือกเย็น เธอมองจางเจี่ยว “ห้ามปล่อยเธอไป
เด็ดขาด”
จางเจี่ยว “เธอก็คงไม่ปล่อยพวกเราไปเหมือนกัน”
ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงอึกทึกก็ดังมาจากด้านนอก
ทั้งแปดคนเดินออกไป มีศิษย์หลายคนวิ่งเข้ามา “อาจารย์
ชาวบ้านส่วนใหญ่รอบ ๆ สำนักหนีไปแล้ว เหลือแค่ไม่กี่คนเท่านั้น”
“รู้แล้ว”
ศิษย์ในสำนักร้อนใจ “ปล่อยพวกเขาไปแบบนี้เลยเหรอ? จะจับ
พวกเขากลับมาไหม?”
“ตามใจพวกแกเถอะ”
บรรดาศิษย์มองหน้ากันไปมา ต่างพยายามซ่อนอารมณ์พลุ่ง
พล่านในดวงตาของกันและกัน
หากชาวบ้านหนีไปหมด พวกเขาก็คงขาดความสนุกสนานไป
มากทีเดียว
……
ฉู่ลั่วเพิ่งลืมตาขึ้นมาก็เจอกับดวงตาผีเบิกกว้างคู่หนึ่ง “เฉิงยวน!”
เฉิงยวนลอยออกจากร่างของฉู่ลั่วอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่ข้านะ!
พวกเขาให้ข้ามาดูว่าเจ้าตื่นหรือยังต่างหาก!”
เธอนั่งเรียบร้อยที่ขอบเตียง
ฉู่ลั่วพลิกตัวลุกขึ้นมา เห็นว่ามีคนนั่งอยู่ในห้องไม่น้อยเลย
พวกเขายังคงประชุมกันอยู่ ราวกับว่าที่นี่กลายเป็นห้องประชุม
อย่างเป็นทางการไปแล้ว
“เจ้านิกายตื่นแล้วเหรอ?”
“เจ้านิกาย! เจ้านิกายตื่นแล้ว!”
กลุ่มคนวิ่งเข้ามาหา
ฉู่ลั่วก้าวลงจากเตียง เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องโถงให้ฟังอย่าง
ละเอียด
“จุดประสงค์แรกเริ่มของหุบเหวเทพมรณะนั้นดีมาก” ซู่เซี่ยงหยา
งถอนหายใจ “แต่ต่อมาเพราะผู้นำมีปัญหา ทำให้เดินผิดทาง”