เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1709 จัดคนไปคุ้มครอง
ไจ๋โหรว จี้ไจ่ และหยวนเส้าหยิน รวมถึงนักพรตที่อยู่ในที่นี้ต่าง
ปิดปากเงียบสนิท ก้มหน้าลงไม่พูดอะไรสักคำ
“ผิดก็คือผิด ไม่สามารถเก็บหุบเหวเทพมรณะไว้ได้แล้ว” ซู่เซี่ยง
หยางตัดสินใจ “ผมจะรายงานให้ผู้บัญชาการเฒ่าทราบครับ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงลุกขึ้นยืน “พวกเขาถูกคุณปฏิเสธไปแล้ว ต่อไปคง
ไม่ราบรื่นแบบนี้”
เขามองไปทางซู่เซี่ยงหยาง “พวกเขาจะลงมือกับคนธรรมดาที่มา
ขอความช่วยเหลือ หัวหน้าซู่ จัดคนไปคุ้มครองตามเส้นทางด้วย”
“ครับ! นักพรตหนึ่งคน เจ้าหน้าที่หนึ่งคน พลซุ่มยิงหนึ่งคน รวม
เป็นทีมละสามคน” การจัดทีมแบบนี้ได้แรงบันดาลใจจากครั้งที่พวก
เขาอยู่ในเมืองผีเฟิงตู
ซู่เซี่ยงหยางรีบไปจัดการทันที
พวกนักพรตวิ่งเร็วที่สุด
พอออกห่างจากกลุ่มคน ไจ๋โหรวก็พูดขึ้น “ยกย่องว่าเจ็ดสิบสอง
สำนักสูงส่งทุกวัน ไม่นึกว่าจะได้มาด้วยการทรยศมนุษย์”
“เงียบหน่อยสิ!” นักพรตคนหนึ่งเอามือมาปิดหน้า “มันน่าละอาย
จะตายไป!”
หยวนเส้าหยินกอดดาบของตัวเอง “แต่เดิมลัทธิเต๋าไม่ควรตัดสิน
ด้วยอายุหรือชาติกำเนิด ใครมีความสามารถ คนนั้นก็แข็งแกร่ง”
ตอนนี้จี้ไจ่ไม่มีความรู้สึกดี ๆ กับลัทธิเต๋าเลย พอได้ยินเขาก็อด
พูดเยาะเย้ยไม่ได้ “ถ้ามองตามความสามารถจริง ๆ เจ้านิกายก็เป็น
คนที่แข็งแกร่งที่สุดในลัทธิเต๋า แล้วทำไมสำนักใหญ่ ๆ ถึงได้เพิกเฉย
ต่อคำพูดของเจ้านิกายตั้งหลายครั้ง?”
“พวกเขามีสิทธิ์อะไร? ก็แค่ภูมิหลังของเจ็ดสิบสองสำนักเซียน
และความสัมพันธ์กับเหล่าเทพเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?”
หยวนเส้าหยิน “…”
จี้ไจ่สาวเท้าจากไป
ไจ๋โหรวมองเขา แล้วหันไปมองหยวนเส้าหยินที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
เอ่ยปลอบเบา ๆ ว่า “นายอย่าโกรธเลยนะ! นับตั้งแต่แม่ของเขาฆ่าตัว
ตายเพื่อหนีจากการควบคุมของตระกูลจี้และหุบเหวเทพมรณะ เขาก็
เคียดแค้นลัทธิเต๋ามาก”
หยวนเส้าหยิน “ผมไม่ได้โกรธ”
ไจ๋โหรวจากไปอย่างเร่งรีบ เหล่านักพรตก็จากไปด้วยกันหมด
เหลือเพียงหยวนเส้าหยินที่ยืนอยู่ตรงนั้น เขายืนอยู่สักพักแล้วยก
ยิ้มขื่น
……
“กรี้ด!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นมา
“จะหนีไปไหน? พวกแกจะหนีไปไหน? ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเรา
คอยคุ้มครองพวกแกจากภัยของสวรรค์และมนุษย์ พวกแกจะยังมี
ชีวิตที่สงบสุขเหรอ?”
“ตอนนี้กล้าวิ่งหนีแล้วสินะ!”
นักพรตหลายคนซึ่งสวมชุดของศิษย์หุบเหวเทพมรณะ กระโดด
มาขวางทางคนธรรมดาสี่สิบห้าสิบคนไว้
พวกเขาเฆี่ยนแส้ใส่ทีละที “พวกแกนี่อกตัญญูจริง ๆ สมควร
ได้รับการลงโทษแล้วว่าไหม?”
นักพรตคนหนึ่งมองด้วยสายตาเย็นชา จู่ ๆ สายตาของเขาก็
หยุดลงบนร่างของเด็กสาวอายุราวสิบห้าสิบหกปีที่อยู่ท่ามกลางฝูง
ชน
เพียงเขาโบกมือ คนที่ยืนขวางหน้าก็ลอยออกไปสิบกว่าเมตร
แล้วกระแทกลงพื้นอย่างแรง
มีเพียงหญิงสาวผิวขาวนวลคนนั้นที่ตาเบิกกว้างด้วยความ
หวาดกลัว “ปรมาจารย์ พี่สาวของฉันก็เป็นศิษย์ของหุบเหวเทพ
มรณะ เมื่อห้าปีก่อนพวกท่านพาพี่สาวของฉันไป พวกท่านบอกว่า
ชาติหน้าจะให้เธอเป็นนักพรตด้วย”
ใบหน้าขาวเนียนนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่เธอก็รีบ
อธิบายเพื่อช่วยตัวเอง
“พี่สาวของฉันเป็นนักพรต”
“อย่างนั้นก็ดีสิ! พี่สาวเธอเป็นนักพรต เธอก็เป็นนักพรตด้วย! พี่
น้องสองคนจะได้มีเพื่อน แบบนี้ไม่ดีหรือไง?” นักพรตคว้าตัวเธอ
ออกมาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความคิดสกปรกที่ไม่ปิดบัง
“นึกออกแล้ว เธอกับพี่สาวหน้าตาเหมือนกันจริง ๆ ไม่รู้ว่า…”
เขามองลงไปด้านล่าง “จะเหมือนกันด้วยหรือเปล่า!”
เด็กสาวหน้าซีดเผือด มองไปทางพ่อแม่ของตัวเองด้วยความ
หวาดกลัว แต่พบว่าพวกเขาขยับตัวไม่ได้ จึงจำต้องมองนักพรตคน
นั้นด้วยความวิงวอน “ปรมาจารย์ ฉันจะไปกับพวกคุณเอง แต่พวก
คุณช่วยพ่อแม่ของฉันได้ไหม ชาติหน้าฉันไม่ขอเป็นนักพรตก็ได้
ขอเพียงพวกคุณช่วยพ่อแม่ของฉันด้วยเถอะ!”
นักพรตส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก! พวกเขาเนรคุณ กล้าทรยศต่อ
พวกเรา นี่คือการลงโทษสำหรับพวกเขา ส่วนเธอ… หึ!”
เขาลากเด็กสาวตรงไปยังป่าข้าง ๆ
จากในป่าดังเสียงกรีดร้องแหลมของเด็กสาวขึ้นมา