เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1713 เฉิงยวน ฉันเชื่อใจเธอ
ภูเขาเซียนที่เคยสดใสบัดนี้เต็มไปด้วยพลังหยินหนาแน่น ฉู่ลั่ว
คำนวณอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่แค่ที่นี่ ฐานที่มั่นอื่น ๆ ของพวกเราก็ถูก
วิญญาณร้ายเหล่านี้บุกรุกเหมือนกัน”
เฉิงยวนขมวดคิ้ว “หุบเหวเทพมรณะมีวิญญาณร้ายมากมาย
ขนาดนี้มาจากไหนกัน! อย่างกับมีเป็นแสน ๆ ตนเลยนะ!”
ทั้งหมดล้วนเป็นผีร้ายและวิญญาณอาฆาตที่เต็มไปด้วยความ
เคียดแค้น รวมถึงปีศาจและสัตว์ประหลาดอื่น ๆ …
“อ๊าก!”
“ช่วยด้วย!”
เสียงกรีดร้องและต่อสู้กันดังขึ้นจากทั่วทุกมุมของภูเขาเซียน
แค่วิญญาณร้ายตนเดียวพวกเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจ แต่
วิญญาณร้ายนับแสนตนอย่างนี้…
จี้ไจ่กับไจ๋โหรวเหาะมาอยู่ข้างกายฉู่ลั่วพร้อมกัน “เจ้านิกาย…”
“ไม่ต้องกังวลทางหยวนเส้าหยิน เขาน่าจะจัดการได้ ส่วนซู่เซี่ยง
หยางก็มีอาวุธหนักอยู่ ไม่ต้องห่วงเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือพื้นที่อื่น
ๆ ค่ะ”
“เจ้านิกาย ผมจะไปจัดการสองสามจุดทางตะวันออกค่ะ” ไจ๋โหร
วกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จี้ไจ่ขมวดคิ้ว “ส่วนผมจะไปทางตะวันตก”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ทั้งสองคนหายวับไปโดยรวดเร็ว
ฉู่ลั่วชักดาบ เฉิงยวนที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวว่า “ลั่วลั่ว เจ้าปลด
พันธนาการให้ข้าสิ ข้าก็ช่วยเจ้าได้นะ!”
ฉู่ลั่วเหลือบมองเธอ
เฉิงยวนมีสีหน้าจริงจังเป็นพิเศษ “เจ้าเชื่อใจข้าเถอะ ถึงข้าจะหนี
ก็ไม่มีทางหนีในเวลาแบบนี้หรอก”
ฉู่ลั่วไม่พูดอะไร
เฉิงยวนยกมือขึ้นเตรียมจะสาบาน แต่แล้วก็เห็นฉู่ลั่วยกมือขึ้น
“เฉิงยวน ฉันเชื่อใจเธอ”
รอยสัญลักษณ์บนตัวเฉิงยวนหายไป
“หวังว่าเธอจะไม่หลอกฉัน”
ไม่ทันที่เฉิงยวนจะตอบกลับ ฉู่ลั่วก็หายตัวไปแล้ว
ทันใดนั้นรอบ ๆ ก็เต็มไปด้วยประกายดาบ
เฉิงยวนก้มมองรอยสัญลักษณ์บนมือตัวเองอย่างเหม่อลอย แล้ว
ยิ้มเบา ๆ “แน่นอนว่าข้าไม่มีวันหลอกเจ้า!”
นักพรตและเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่ทันตั้งตัว หลังจากถูกโจมตีก็รีบตั้ง
สติ
“เยอะเกินไปแล้ว! ต่อให้พวกเราจะเก่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถ
รับมือกับวิญญาณร้ายมากขนาดนี้ได้หรอก! พวกคนที่ใช้ค่ายกลได้
ก็ไปปกป้องคนธรรมดากันหมดแล้ว!”
นักพรตคนหนึ่งโยนอาวุธเวทออกไป พุ่งเข้าไปปะทะกับร่างของ
วิญญาณอาฆาตอย่างแม่นยำ อีกคนก้าวเข้ามาข้างหน้า จับ
วิญญาณอาฆาตให้อยู่กับที่
แต่เพียงวินาทีเดียว วิญญาณอาฆาตก็หลุดออกมา และพุ่งเข้า
ใส่พวกเขาอีกครั้ง
“วิญญาณอาฆาตพวกนี้เป็นอะไรกันแน่? ถึงไม่กลัวแม้แต่ยันต์
กักวิญญาณ!”
“ถ้าสู้กันแบบนี้ต่อไป ต่อให้พวกเรามีสี่มือก็ต้านไม่ไหวแล้ว!”
เขาเตะวิญญาณกระเด็นออกไป แล้วคว้าผมของผีผู้หญิงตนหนึ่ง
ฟาดลงกับพื้น พอคิดจะขยับ กิ่งหลิวที่บิดเบี้ยวก็ยื่นเข้ามา พันรอบ
ขาของเขา แล้วลากไปอย่างรวดเร็ว
นักพรตชักดาบออกมาฟัน แต่กลับพบว่ากิ่งหลิวนั้นไม่มี
ปฏิกิริยาใด ๆ เลย
“มีปีศาจด้วย!” เขาตะโกนพลางพยายามฟันกิ่งหลิวสุดแรง
แต่ปีศาจต้นหลิวเคลื่อนที่เร็วมาก กำลังลากนักพรตไปยังเสาหิน
ที่อยู่ไม่ไกล ถ้าชนเข้าไป สมองคนคงกระเด็นออกมาแน่!
“อ๊า!”
นักพรตร้องเสียงแหลม หลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
ความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับไม่มี กิ่งหลิวที่พันรอบข้อเท้าเขาก็
หายไปด้วย
เขาลืมตาขึ้น “เจ้านิกาย!”
ฉู่ลั่วตวัดดาบฟันกิ่งหลิวจนขาด ก่อนจะฟันอีกครั้งเพื่อขับไล่
วิญญาณร้ายจำนวนมาก
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ!”
“ไม่เป็นไรครับ!” นักพรตรีบลุกขึ้นยืน “เจ้านิกาย มีวิญญาณ
ร้ายมากมายขนาดนี้ พวกเราจะทำอย่างไรดีครับ?”
เขาพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็เห็นลูกไฟพุ่งตัดผ่านความมืดของ
ราตรีมา
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลูกไฟระเบิดออก
ปัง ปัง ปัง
ตามมาด้วยเสียงปืนดังถี่ยิบ
ไม่ใช่แค่ที่นี่ แม้แต่ที่อื่นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังมาถี่ ๆ
เช่นกัน
เจ้าหน้าที่หลายคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีวิ่งเข้ามา
“วิญญาณร้ายมีมากเกินไป พวกเราขออนุญาตแล้ว เริ่มใช้อาวุธ
หนักได้ครับ”
ฉู่ลั่วพยักหน้าเบา ๆ
เธอมองไปยังวิญญาณร้ายและภูตผีเหล่านั้นที่ถูกโจมตีด้วย
อาวุธซึ่งเพิ่มอักขระเข้าไปด้วย พวกมันสลายหายไปในชั่วพริบตา
แม้แต่ปีศาจซึ่งเดิมทีกำลังโจมตีอย่างรุนแรง ร่างกายก็พลันสูญ
สลายไป
นักพรตที่อยู่ข้าง ๆ เห็นภาพนั้นแล้วร่างกายก็สั่นเทาโดยไม่รู้ตัว
“สมกับเป็นอาวุธที่ทรงพลังจริง ๆ !”