เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1738 ตายกันหมดแล้วค่ะ
อสนีบาตสวรรค์ผ่าลงมา
ฉู่ลั่วยกดาบขึ้นป้องกัน แรงของอสนีบาตสวรรค์ยิ่งกดทับ
อัสนีบาตสวรรค์ที่มีพลังอำนาจรุนแรงฟาดลงมาอีกครั้ง ตามมา
ด้วยสายฟ้านับหมื่นสาย
ในชั่วขณะนั้นอสนีบาตสวรรค์ก็หายไป
ฉู่ลั่วจึงเก็บดาบเข้าฝัก
เธอได้กลิ่นเหม็นไหม้รุนแรงและแสบจมูก
พอเดินออกจากถ้า สิ่งที่เห็นคือทุกอย่างที่ไหม้เกรียม ไม่มี
สิ่งมีชีวิตใดเหลืออยู่อีกต่อไปภายใต้อำนาจของอสนีบาตสวรรค์
แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหมดก็กลายเป็นเถ้าถ่าน
ฉู่ลั่ว “…”
ระบบรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในสภาพจิตใจของฉู่ลั่ว จึงรีบเอ่ย
ปากขึ้นทันที “สิ่งมีชีวิตและสรรพสิ่งทั้งหลายถูกครอบงำด้วยพลัง
อาฆาตมานานแล้วครับ มีเพียง……”
ฉู่ลั่ว “ทำลายทั้งหมด แล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”
ระบบ […]
ฉู่ลั่วเดินออกไป หลังจากเดินไม่กี่ก้าวก็เห็นต้นไม้ใหญ่ล้มลง
ข้างทางยังมีซากสัตว์ที่ถูกเผาไหม้เป็นตอตะโก
พื้นดินแยกออก ไฟป่าลุกลามต่อเนื่อง แม่น้าถูกตัดขาด…
ระบบเอ่ย [นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้]
ฉู่ลั่ว “นายก็ทำได้เหรอ? หากโลกไม่เป็นไปอย่างที่นายคิด นาย
ก็จะฆ่าล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกเหมือนกันเหรอ?”
ระบบ [ไม่ได้ ผม…ไม่สามารถทำได้]
ฉู่ลั่วก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไร
ระบบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา [คุณอยากจะกลับไปไหมครับ?]
ฉู่ลั่ว “นายคิดว่ายังไงล่ะ?”
ระบบ [จริง ๆ แล้วในโลกนี้มีวิธีที่จะทำให้คุณกลับไปได้…]
ก่อนที่ระบบจะพูดจบ ฉู่ลั่วก็เอ่ยขึ้นมา “อาจารย์ของจางเจี่ยว”
ระบบ […ครับ]
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ “ก่อนหน้านี้นายสามารถพาฉันข้ามมิติไปยัง
โลกอื่นได้ แต่ตอนนี้กลับไม่มีความสามารถแม้แต่จะพาฉันกลับไป”
ระบบ […วิถีสวรรค์ไม่ได้มีอำนาจทุกอย่างครับ]
ฉู่ลั่ว “ฉันรู้อยู่แล้ว”
เธอกระโดดขึ้นไปบนอากาศ และมาที่หุบเหวเทพมรณะ
สำนักหุบเหวเทพมรณะกลายเป็นเถ้าถ่านเพราะอสนีบาตสวรรค์
ตอนนี้มันเหลือเพียงอาคารหลังเดียวที่ยังคงตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว
แต่จะพูดให้ถูกต้องก็คือ มีเพียงกำแพงหินเหล่านั้นที่ยังคง
เหลืออยู่
ฉู่ลั่วเดินไปยังกำแพงหิน เธอมองรอบ ๆ หนึ่งหน แล้วเดินไปที่
กำแพงหินอันสุดท้าย ยกมือขึ้นร่ายคาถา พลังวิญญาณสายหนึ่ง
หลั่งไหลเข้าไปในนั้น
กำแพงหินเปิดออกช้า ๆ เหมือนประตูบานหนึ่ง
ระบบถาม [คุณรู้ได้ยังไงว่าที่นี่มีกลไกซ่อนอยู่?]
ฉู่ลั่ว “จางเจี่ยวกับพวกวางแผนทำร้ายอาจารย์ ไม่ว่าจะโง่เขลา
แค่ไหนก็คงไม่มีทางบันทึกเรื่องนี้ไว้บนกำแพงหินหรอก ต้องเป็นคน
อื่นแน่ ๆ”
ระบบ [ยอดเยี่ยมจริง ๆ แล้วทำไมคุณถึงมั่นใจว่าเป็นอาจารย์
ของจางเจี่ยวล่ะครับ?]
ฉู่ลั่วพูดด้วยน้าเสียงราบเรียบ “จางเจี่ยวกับอีกเจ็ดคนคอย
อาละวาดอยู่ในหุบเหวเทพมรณะ คนที่ทำให้พวกเขาต้องจำใจ
ยอมรับกำแพงหินอันนี้ นอกจากอาจารย์ของพวกเขาแล้วยังจะเป็น
ใครอีกล่ะ?”
กำแพงหินนี้แม้พวกจางเจี่ยวจะใช้วิชาปิดบังเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้
กำจัดทิ้งไป แสดงว่าพลังวิญญาณของอีกฝ่ายต้องเหนือกว่าพวกเขา
มาก
เธอพูดพลางก้าวเข้าไปข้างใน
“เจ้าพูดถูก เป็นข้าเอง”
ภายในประตูกำแพงหินเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ทว่ากลับมีเงาร่างอัน
เลือนรางอยู่ในนั้น
เมื่อเห็นฉู่ลั่วเข้ามา เขาก็ยกมือขึ้นสร้างเบาะรองนั่ง แล้วเชิญให้
ฉู่ลั่วนั่งลง
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปนั่ง ชายชราสร้างกาน้าชาและถ้วยชาขึ้นมาอย่าง
ง่ายดาย แล้วรินชาให้ฉู่ลั่วหนึ่งถ้วย “จางเจี่ยวตายแล้วเหรอ? หรือว่า
พวกเขาตายกันหมดแล้ว?”
ฉู่ลั่ว “ตายกันหมดแล้วค่ะ”
ชายชรานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “ตายกันหมดแล้ว…ก็ดีเหมือนกัน
อย่างน้อยหุบเหวเทพมรณะก็ได้สงบสุขสักที…”
ฉู่ลั่ว “ที่ฉันบอกว่าตายกันหมดแล้ว หมายถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหมดใน
หุบเหวเทพมรณะ ตอนนี้ในหุบเหวเทพมรณะมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น
ที่ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ”
“แล้วก็ยังมีจิตวิญญาณของคุณด้วย”
ชายชราชะงัก มือที่ถือถ้วยชานิ่งไป
“เมื่อครู่ข้างนอกมีอสนีบาตสวรรค์ดังสนั่นหวั่นไหว คุณไม่ได้
รู้สึกถึงมันเหรอคะ?”
ชายชราบอก “ข้าเพียงกักขังจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของตัวเอง
เอาไว้ที่นี่ ไม่สามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกได้”
ฉู่ลั่วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอกให้อีกฝ่ายฟังอีกครั้ง พอพูดจบ สี
หน้าของชายชราก็ยิ่งแข็งค้างไป
เขาค่อย ๆ วางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืน เดินไปยังประตูหินและใช้
มือแตะเบา ๆ ก่อนจะปล่อยพลังวิญญาณของตัวเองออกมา