เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1766 ท าไมถึงไม่ติดต่อผม
ฉู่ลั่ว “ทุกคนมีความสุขกันหมด?”
ระบบเหมือนไม่ได้ยินน้าเสียงเย็นชาในคำพูดของฉู่ลั่ว จึงเอ่ยต่อ
[ใช่แล้ว ทุกคนมีความสุขกันหมด! ทุกอย่างถูกแก้ไขทั้งหมด แค่หา
เฉิงยวนให้เจอก็พอ]
[ตอนนี้เฉิงยวนอยู่ในกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ แค่คุณเข้าไป…]
ฉับ!
ฉู่ลั่วออกแรง ใช้ดาบตัดศีรษะของรุ่ยอวิ๋นโจวขาดในคราวเดียว
ทำให้ระบบที่พูดจาไม่หยุดต้องเงียบลงด้วย
ฉู่ลั่วเก็บดาบ หัวของรุ่ยอวิ๋นโจวยังคงกะพริบตาอยู่ “อาจารย์…”
ฉู่ลั่วหันหลังเดินออกไป “ตอนนี้ฉันยังฆ่านายไม่ได้ แต่ฉัน…
สามารถทำลายวิถีสวรรค์ไปครั้งหนึ่งได้ ก็สามารถทำลายครั้งที่สอง
ได้เหมือนกัน”
“อย่าให้ฉันต้องมีโอกาสนั้น”
ในห้องนั้น ศีรษะที่ถูกตัดขาดมีเส้นสีเลือดพุ่งออกมามากมาย
เชื่อมต่อหัวกับร่างกาย ไม่นานก็เชื่อมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันจน
สมบูรณ์ ไม่เห็นร่องรอยบาดแผลแม้แต่น้อย
เขายังคงอยู่ในสภาพเดิม ยังคงตาเบิกกว้าง ยังคงไม่สามารถ
ขยับเขยื้อนได้
เพียงแต่…
ในดวงตาคู่นั้น กลับมีแววความเจ็บปวดและการเยาะเย้ยตัวเอง
เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
……
ฉู่ลั่วเพิ่งออกจากสถานพักฟื้น ก็เผชิญหน้ากับซู่เซี่ยงหยาง
และฮั่วเซียวหมิงทันที
นับตั้งแต่เธอกลับมา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอฮั่วเซียวหมิง เธอจึง
ชะงักไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
ฮั่วเซียวหมิงกับซู่เซี่ยงหยางก้าวเข้ามาหา
ซู่เซี่ยงหยางเป็นฝ่ายถามก่อน “อยู่ ๆ คุณก็มาที่นี่ แล้วยังลงมือ
ในห้องพักฟื้นอีก คนที่คอยเฝ้าดูถึงได้แจ้งผมมา”
“แล้วมันเกี่ยวข้องกับเฉิงยวนใช่ไหมครับ?”
“อืม เขาไปหาสวีจิ้นกับเฉิงยวน” ฉู่ลั่วตอบอย่างเรียบเฉย
ซู่เซี่ยงหยางสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเราคอยจับตาดูเขาตลอดเวลา
เขาจะออกไปตอนไหนกัน?”
ฉู่ลั่ว “ถ้าเขาอยากออกไป สถานพักฟื้นนี้ก็ขังเขาไว้ไม่ได้หรอก”
เธอหันกลับไปมองสถานพักฟื้นที่มีระบบรักษาความปลอดภัย
เข้มงวด และยังเสริมด้วยค่ายกลของลัทธิเต๋าอีกมากมาย
แต่สถานที่แห่งนี้สำหรับรุ่ยอวิ๋นโจวแล้ว เขาสามารถเข้าออกไป
ไหนก็ได้อย่างอิสระ
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว “แบบนี้ไม่ได้การแล้ว ผมต้องจัดคนให้มา
เฝ้าดูเขาเพิ่ม”
เขารีบเดินจากไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา ขอยันต์
จากฉู่ลั่วสองสามแผ่น แล้วจากไปอย่างเร่งร้อน
ที่นั่นจึงเหลือเพียงฮั่วเซียวหมิงและฉู่ลั่ว
ฮั่วเซียวหมิงจ้องมองฉู่ลั่วครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ผมจะไปส่งคุณที่
โรงแรม”
“ได้”
ทั้งสองขึ้นรถ ฮั่วเซียวหมิงสตาร์ทเครื่องยนต์ รอจนรถออกห่าง
จากสถานพักฟื้นแล้วจึงถามว่า “เรื่องของเฉิงยวนกับสวีจิ้น ผมสืบ
ข้อมูลมาบ้างเหมือนกัน แต่เก็บไว้ที่บริษัท ผมสั่งให้เลขาส่งมาแล้ว”
ฉู่ลั่ว “…ขอบคุณค่ะ”
เธอคิดว่าฮั่วเซียวหมิงคงจะโกรธ
พอรถมาถึงโรงแรม ฉู่ลั่วกำลังจะลงจากรถ แต่กลับถูกฮั่วเซียวห
มิงคว้าแขนเอาไว้ “ฉู่ลั่ว คุณกลับมานานขนาดนี้แล้วทำไมถึงไม่
ติดต่อผมเลย?”
ฉู่ลั่ว “ฉันยุ่งกับเรื่องของเฉิงยวนและสวีจิ้น…”
“แม้แต่เวลาว่างสักนิดก็ไม่มีเลยเหรอ? แค่โทรหาผม หรือส่ง
ข้อความมาสักข้อความก็ยังดี”
ฉู่ลั่ว “…”
ภายในรถตกอยู่ใต้ความเงียบงันน่าอึดอัด
ฮั่วเซียวหมิงปล่อยมือ พูดด้วยน้าเสียงเย็นชาและห่างเหิน “ลงรถ
เถอะ!”
เขาลงจากรถเป็นคนแรก
ฉู่ลั่ว “…”
หลังจากกลับมาถึงที่ห้อง ฮั่วเซียวหมิงก็นั่งลงที่โต๊ะ พิมพ์
คอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
ไม่นานนัก เลขาของเขาก็นำเอกสารมาส่ง
พอเห็นฉู่ลั่ว เลขาก็หัวเราะเบา ๆ “คุณฉู่กลับมาสักทีนะคะ คุณ
ต้องช่วยดูแลท่านประธานฮั่วด้วยนะคะ”
ฉู่ลั่วรับซองเอกสารมา มองเลขาอย่างประหลาดใจ
เลขาลดเสียงลง “ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ประธานฮั่วพาคนไปดูงาน
กลับมา ทั้งบริษัทก็เริ่มทำงานล่วงเวลาติดต่อกัน งานที่ควรใช้เวลาทำ
ทั้งปีถูกบีบให้ทำเสร็จภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน”
“พนักงานหลายคนทนไม่ไหว อยากจะลาออกกันอยู่แล้วค่ะ”
แน่นอนว่าการพูดว่าจะลาออกเป็นเพียงการพูดเล่น เพราะ
เงินเดือนในช่วงไม่กี่เดือนนี้ก็เท่ากับเงินเดือนของทั้งปีแล้ว
แต่ถึงจะได้เงินมามากแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้พนักงานหยุดเรียก
ท่านประธานฮั่วว่า ‘หัวหน้าลัทธิทำงานล่วงเวลา’ ลับหลังได้
เมื่อได้ยินคำพูดของเลขา ฉู่ลั่วก็เอียงหน้ามองไปทางฮั่วเซียวห
มิง
“แต่ตอนนี้คุณฉู่กลับมาแล้วก็ดีแล้วค่ะ ประธานฮั่วคงจะทำงาน
กับพักผ่อนได้อย่างสมดุลแน่”