เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1770 ฉู่ลั่ว ฆ่าเธอซะ
การพูดว่าตอนนี้เป็นสถานการณ์ไม่ดี ถือเป็นวิธีการพูดแบบ
อ้อมค้อม
ฉู่ลั่วที่เพิ่งมาถึงหน้าต้นไม้สัมฤทธิ์ ก็รู้สึกถึงพลังหยินอันรุนแรง
ได้ทันที
พลังหยินแทบจะพุ่งเข้าใส่หน้า ทำให้สีหน้าของเจ้าหน้าที่องค์กร
หลายคนดูไม่ดีเอามาก ๆ
ส่วนซ่งเมี่ยวเมี่ยวมีสีหน้าที่ดูแย่เป็นพิเศษ
พวกเธอเห็นฉู่ลั่วมาก็รีบเข้าไปต้อนรับทันที “พี่ลั่วลั่ว พี่ยวนยวน
กลายเป็นผีร้ายไปแล้ว”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพูดออกมาอย่างแทบจะร้องไห้
ฉู่ลั่วเพ่งมองไปยังทิศทางนั้น เธอเห็นเฉิงยวนยืนอยู่ในลานบ้าน
โบราณหลังหนึ่ง คนตระกูลสั่วนอนระเนระนาดอยู่บนพื้น และไม่ไกล
ออกไปบนต้นไม้ต้นหนึ่ง มีร่างของสั่วเฟิงที่เหลือเพียงครึ่งหัวถูก
แขวนอยู่
“เฉิงยวน?”
ฉู่ลั่วยืนอยู่ตรงขอบค่ายกล พลางเอ่ยเรียกเบา ๆ
เฉิงยวนที่หันหลังให้พวกเขาค่อย ๆ หันกลับมา
ดวงตาของเธอสีแดงฉาน ริมฝีปากสีม่วงเข้มแตกระแหง เล็บสีดำ
แหลมคมราวกับมีดหยดเลือด
เธอเอียงคอจ้องมองฉู่ลั่วกับคนอื่นที่ยืนอยู่นอกค่ายกลอย่างเงียบ
งัน ไม่ขยับเขยื้อนใด ๆ
ฉู่ลั่วก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ร่างกายทั้งหมดแทบจะแนบชิดกับ
ค่ายกล “เฉิงยวน ฉันเอง ฉู่ลั่ว”
เฉิงยวนยังคงเอียงคออยู่
เธอเบนสายตากลับมา ในมือลากร่างของคนตระกูลสั่ว เดินไป
ทางสั่วเฟิงที่ถูกแขวนอยู่
วินาทีต่อมา เล็บของเธอก็แทงเข้าไปในศีรษะของคนตระกูลสั่ว
ดวงตาสีแดงฉานแต่ว่างเปล่าจ้องมองไปยังจุดหนึ่ง “เปิดประตู”
คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากของเธอฟังดูแข็งกระด้างไปบ้าง
แล้ว
ความว่างเปล่าเบาบางลอยออกมาจากร่างของสั่วเฟิง ยื่นออกมา
ครึ่งตัว ปรากฏเป็นเศษวิญญาณที่เหลืออยู่ของเทพบรรพกาลตระกูล
ซัว
“ข้าเปิดประตูแล้ว” เทพบรรพกาลมองพวกฉู่ลั่วที่อยู่นอกค่ายกล
“ดูสิ นางกลับมาจากโลกอื่นแล้ว”
เฉิงยวนใช้นิ้วมือแทงเข้าไปแรงขึ้นอีก “เปิดประตู”
เทพบรรพกาล “…”
ขณะเฉิงยวนกำลังจะแทงนิ้วเข้าไปต่อ จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งปรากฏ
ขึ้นมาจับข้อมือของเธอไว้ พริบตาถัดมา ยันต์สิบกว่าแผ่นก็ตกลงมา
บนตัวเธอ กดทับพลังหยินที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่าง
ไจ๋โหรวกับคนอื่นรีบเข้ามาข้างใน สะบัดยันต์ใส่ตัวเฉิงยวน
จิ่วฉานนั่งขัดสมาธิ เริ่มสวดมนต์
และพวกซ่งเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถูกจิ่งเจียเหยียนขวางไว้ไม่ให้เข้าใกล้
เด็ก ๆ หลายคนร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเป็นห่วง
“พลังหยินแข็งแกร่งเกินไป”
“หนี้เลือดก็หนักหนาสาหัสเหมือนกัน”
“เจ้านิกาย ยันต์ควบคุมเธอไม่ได้เลยครับ!”
เจ้าหน้าที่องค์กรรีบโยนโซ่ที่ปลุกเสกแล้วออกมาด้วยความรีบ
ร้อน มัดร่างของเฉิงหยวนเอาไว้แน่น อักขระบนโซ่แผ่ขยายไปทั่วร่าง
ของเฉิงยวนอย่างรวดเร็ว
แต่เจ้าหน้าที่องค์กรที่จับโซ่อยู่ต่างรู้สึกไม่สบายใจ พวกเขาทุก
คนรับรู้ได้ชัดเจนว่า โซ่พวกนี้ไม่สามารถกักขังเฉิงยวนไว้ได้เลย
“ไม่ต้องกดดันเธอ เธอยังไม่ได้กลายเป็นผีร้ายอย่างสมบูรณ์”
ฉู่ลั่วจับข้อมือของเฉิงยวนแรง ๆ
ทันทีที่เธอยื่นมือไปจับข้อมือของเฉิงยวน เฉิงยวนก็ก้มหน้าลง
ทำท่าเหมือนถูกฉู่ลั่วกดดัน แต่ฉู่ลั่วกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าแขนที่
อยู่ใต้ฝ่ามือของเธอกำลังสั่นเล็กน้อย
แต่มันไม่ใช่การสั่นเพราะความกลัว
“ฉู่ลั่ว ฆ่าเธอซะ! เธอกลายเป็นผีร้ายแล้ว ในฐานะเจ้านิกาย เธอ
จะปล่อยให้ผีร้ายลอยนวลไปได้เหรอ?” สั่วเฟิงที่ถูกแขวนอยู่บนต้นไม้
ใบหน้าครึ่งหนึ่งบิดเบี้ยว พูดจาอย่างดุร้าย
“เธอฆ่าคนตระกูลสั่วไปมากมาย เธอแบกรับหนี้เลือดเหล่านี้
เอาไว้แล้ว”
“ผีร้ายแบบนี้ สมควรถูกกำจัด”
เทพบรรพกาลที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างครึ่งหนึ่งของสั่วเฟิง ก็มีท่าทาง
ลึกลับเช่นกัน “คำพูดนี้ถูกต้องมาก จิตใจของเด็กคนนี้สับสนวุ่นวาย
เกินกว่าจะแก้ไขได้แล้ว มีเพียงการฆ่านางเท่านั้น ถึงจะตัดปัญหาใน
ภายหลังได้”
สั่วเฟิงกัดฟันา “ฉู่ลั่ว เธอได้ยินไหม? แม้แต่เทพยังบอกว่าต้อง
ฆ่าเธอ แล้วเธอยังไม่ลงมืออีกเหรอ?”
“ฉันได้ยินมาว่าหัวหน้าตระกูลสั่วฆ่าลูกหลานในทุกชาติภพ
ของสั่วหลิงกับสวีจิ้น เรื่องนี้เป็นความจริงเหรอคะ?” ฉู่ลั่วเอ่ย
ขึ้นทันควัน มือของเธอยังคงกำข้อมือของเฉิงยวนแน่น
“การสังหารลูกหลานของตัวเอง นับเป็นบาปมหันต์ยิ่งกว่าไม่ใช่
เหรอ?”
เธอหันไปมองเทพบรรพกาลที่เลือนราง “เรื่องนี้คุณรู้ไหมคะ?”