เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1771 สมควรท าที่สุด
“ถ้าคุณรู้ แล้วทำไมถึงปกป้องคนชั่วที่ฆ่าลูกหลานตัวเองด้วย?”
“ถ้าคุณไม่รู้ ในฐานะอาจารย์ของคนตระกูลสั่วและเป็นเทพบรรพ
กาล ทำไมถึงไม่รู้เรื่องชั่วร้ายที่หัวหน้าตระกูลสั่วทำ?”
เทพบรรพกาล “…”
สั่วเฟิง “เทพบรรพกาลไม่ใช่ผู้บำเพ็ญไร้สำนักอย่างเธอจะมาตั้ง
คำถามได้ เทพบรรพกาลย่อมพิจารณาด้วยตัวของท่านเอง!”
ฉู่ลั่ว “พิจารณาอะไร? ต้องให้เทพบรรพกาลปกป้องนักพรตชั่วที่
ก่ออาชญากรรมมากมายเหรอ?”
สั่วเฟิง “เทพบรรพกาลไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เธอฟังหรอก”
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ “เทพไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มนุษย์ฟัง แต่
กลับต้องการให้มนุษย์มาฆ่าผีร้ายตนหนึ่ง แถมยังถูกผีร้ายบีบให้ต้อง
ซ่อนตัวอยู่ในร่างของนักพรตชั่วอีก”
เธอมองสั่วเฟิง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเทพบรรพกาล “เทพ
บรรพกาลของคุณนี่…ช่างทำได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
คำพูดนี้ฟังดูไม่สุภาพเอาเสียเลย ไม่ต้องพูดถึงนักพรตที่อยู่ใน
ที่นี้ แม้แต่ซู่เซี่ยงหยางและเจ้าหน้าที่องค์กรธรรมดาอีกไม่กี่คนก็ยัง
เปลี่ยนสีหน้าไปด้วย
ฉู่ลั่วดึงแขนเฉิงยวนพลางพูดว่า “ในเมื่อเทพบรรพกาลพูดไม่
ออก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังพวกคุณอีกต่อไป”
เธอพาเฉิงยวนที่ไม่พูดอะไรเดินออกไป
แต่ยังไม่ทันจะเดินมาถึงค่ายกล ก็ได้ยินน้าเสียงเกรี้ยวกราด
ของสั่วเฟิง “เฉิงยวน ถ้าเธอกล้าเดินออกไป ฉันจะฆ่าคนตระกูลเฉิงที่
อยู่ในนี้ให้หมด”
“นี่เป็นภาพลวงตา ฉันสามารถฆ่าพวกเขากี่ครั้งก็ได้”
“ฉันไม่เพียงจะฆ่าเธอ แต่ฉันยังจะทรมานทุกคนในตระกูลเฉิง
พ่อแม่ของเธอ พี่ชายพี่สะใภ้ของเธอ รวมถึงหลานชายหลานสาวตัว
น้อยของเธอด้วย อ้อ…ยังมีสวีจิ้นอีกคน”
พอพูดถึงสวีจิ้น สั่วเฟิงก็หัวเราะเยาะหยัน “บุพเพสิบชาติช่างสม
กับเป็นบุพเพสิบชาติจริง ๆ สวีจิ้นชอบเธอ ต่อให้จะไปเกิดใหม่ เขาก็
ยังชอบเธอ นี่มันช่าง…”
“น่าเบื่อ! ถ้าไม่ใช่เพราะผูกพันกับเขาด้วยบุพเพสิบชาติ ฉันก็ไม่
อยากมาเสียเวลากับคนอย่างเขาหรอก”
“เฉิงยวน เธอว่าครั้งนี้…ในภาพมายานี้ ถ้าฉันให้เธอแต่งงาน
กับสวีจิ้น แล้วรอให้พวกเธอมีลูก รอให้พวกเธอมีความสุขที่สุด
จากนั้นก็ฆ่าพวกเธอ มันจะเป็นยังไง?”
“ในภาพมายานี้คนอื่นไม่อาจทำอะไรได้ แต่ฉันทำได้”
ราวกับเพื่อยืนยันคำพูดของเธอ ตอนนี้ทุกคนในตระกูลเฉิงก็เดิน
ออกจากภาพลวงตา
คนที่อยู่หน้าสุดคือเฉิงยวนที่กำลังยิ้ม เธอสวมชุดกระโปรงยาวสี
เขียวมรกต พอหันหลังกลับก็มองไปทางครอบครัวของตัวเอง “ท่าน
พ่อท่านแม่ วันนี้ข้าจะต้อง…โอ๊ย! ใครกัน!”
เฉิงยวนในภาพมายาล้มลงนั่งกับพื้น แล้วหันกลับมาอย่าง
รวดเร็ว
เธอมองซ้ายมองขวา แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย
สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ ต่างรีบเข้ามาช่วยพยุงเธอขึ้น
สั่วเฟิงยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันไม่ได้โกหกพวกเธอใช่ไหมล่ะ!”
“เฉิงยวน จุดจบของเธอก็คือการตายที่นี่ แค่เธอ…”
ทันใดนั้น แสงของดาบก็สว่างวาบพุ่งใส่สั่วเฟิง ชั่วพริบตานั้น
ฉู่ลั่วก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีกฝ่าย ดาบชิงเจวี๋ยจ่ออยู่ที่ลำคอของ
เธอ
“หัวหน้าตระกูลสั่วพูดถูก ในฐานะเจ้านิกาย ฉันย่อมต้องกำจัด
มารร้ายเพื่อปกป้องคุณธรรม สำหรับผีร้าย…ย่อมไม่มีทางปรานีให้”
เธอยกมือขึ้นเบา ๆ ดาบชิงเจวี๋ยอันคมกริบก็ตัดหูข้างหนึ่งของสั่ว
เฟิงออกทันที
“การแย่งชิงคู่ครองของคนอื่นคือความโลภ การทำลายตระกูล
ของคนอื่นคือความชั่วร้าย”
“การวางแผนเล่นงานความรักของคนอื่นคือความเลวทราม การ
สังหารทายาทของคนอื่นคือความชั่วช้า”
ทุกประโยคล้วนมาพร้อมกับการฟันของฉู่ลั่ว
มือ เท้า ทั้งหมดถูกตัดออก
สั่วเฟิงร่วงลงมาจากต้นไม้ที่ถูกแขวนอยู่
เธอดิ้นร่างกายของตัวเอง “ฉู่ลั่ว…ฉู่ลั่ว…เธอ…เธอกล้า…”
ปลายดาบชิงจวี๋ตกลงบนลำคอของเธอ “ทำลายแต่ไม่ตายคือ
ปีศาจ”
“หัวหน้าตระกูลสั่ว การฆ่าคุณคือสิ่งที่ฉันในฐานะเจ้านิกาย
สมควรทำที่สุด”
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังก้องกังวาน
ดาบชิงเจวี๋ยที่ฟันลงมาถูกสกัดเอาไว้
ฉู่ลั่วมองเทพบรรพกาลที่จู่ ๆ ก็ลงมือด้วยสายตาเย็นชา