เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1784 อะไรมาแลกเปลี่ยน
ฉินก่วงอ๋องพูดตาม “ฉู่ลั่ว เจ้าฉลาดมาตลอด คงไม่ใช่ไม่รู้ว่า
ตอนนี้ควรจะเลือกอะไร! ในโลกนี้มีคนมากมายที่ตายไปอย่าง
เสียดาย และอีกมากมายที่ต้องตายอย่างไม่สงบ! เจ้าสามารถแก้แค้น
ให้กับทุกคนที่มีความแค้นในโลกนี้ได้เหรอ?”
“ไม่ได้ค่ะ! แต่เธอไม่เหมือนกัน! เธอคือเพื่อนของฉัน!”
สิบวังยมราชพร้อมใจกันแสดงสีหน้าเหมือนกำลังมองเด็กน้อย
ช่างเป็นความคิดแบบเด็ก ๆ เสียจริง!
“เจ้าจะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนกับพวกเราปรโลกล่ะ?”
ฉู่ลั่ว “ความสามารถในการดูแลกลับชาติมาเกิดของโลกอื่น”
สีหน้าของสิบวังยมราชเปลี่ยนไปในทันที จากที่เดิมมองเหมือน
เด็กน้อย ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดกลับจริงจังอีกครั้ง
“เจ้าว่าอะไรนะ?”
“ปรโลกนั้นยิ่งใหญ่อยู่แล้ว แต่ก็ครอบครองเพียงโลกนี้เท่านั้น
หากได้เพิ่มอีกหนึ่งโลก ให้ปรโลกแล้ว นั่นไม่ใช่ความสำเร็จอัน
ยิ่งใหญ่เหรอคะ?” ฉู่ลั่วยังคงรักษาสีหน้าดังเดิมเอาไว้ มองสิบวังยม
ราชอย่างเยือกเย็น
“โลกอื่นนั้นยังไม่มีวิถีสวรรค์ วิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดยัง
ไม่มีที่ไป”
“หากปรโลกสามารถรับช่วงต่อดูแลวิญญาณของสิ่งมีชีวิตใน
โลกอื่นได้ สำหรับปรโลก… สำหรับพวกท่านพญายมราช บุญกุศล
จะมากมายแค่ไหนกันนะคะ!”
การรับช่วงดูแลวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งโลกและสร้างวัฏจักร
การเวียนว่ายตายเกิดก่อนที่วิถีสวรรค์จะถือกำเนิด บุญกุศลนี้ไม่ต่าง
จากการสร้างโลกขึ้นมาเลยทีเดียว
บุญกุศลนี้เทียบได้กับวิถีแห่งสวรรค์
ต่อไปในภายภาคหน้า แม้แต่วิถีสวรรค์ในโลกอื่นทจะเกิดขึ้นก็ไม่
อาจกดทับอยู่เหนือปรโลกได้
สิบวังยมราชมองกันไปมา
จู่ ๆ ฉินก่วงอ๋องก็หัวเราะลั่น
เสียงหัวเราะไม่เพียงก้องกังวานอยู่ภายในวังยมราชเท่านั้น แต่ยัง
ดังออกไปด้านนอก แผ่กระจายไปทั่วทั้งปรโลก
เสียงหัวเราะเช่นนี้ทำให้ยมทูตและวิญญาณทั้งหมดในปรโลก
ต่างมองไปทางวังยมราช
“ไม่รู้ว่าปรมาจารย์ฉู่และท่านพญายมราชพูดอะไรกัน ถึงทำให้
ท่านพญายมราชดีใจขนาดนี้!”
“ข้ารับใช้อยู่ในปรโลกมาเกือบพันปีแล้ว ยังไม่เคยได้ยินเสียง
หัวเราะดังออกมาจากวังยมราชเลย”
“ฉันรับใช้อยู่ในปรโลกมานานหลายปี ยังไม่เคยได้ยินท่านพญา
ยมราชหัวเราะมีความสุขขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน”
ยมทูตรับวิญญาณน้องใหม่ที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับตกตะลึงกับคำพูด
ของยมทูตรับวิญญาณรุ่นพี่ทั้งสองคน
ขนาดในปรโลกก็ยังหนีไม่พ้นวาทกรรมแบบเจ้าพ่อเลยเหรอ?
นี่คือสถานะของปรมาจารย์ฉู่ในปรโลกเหรอ?
เธอสูงส่งถึงขนาดนี้เชียว?
วังยมราชส่งเสียงหัวเราะครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่แค่เสียงหัวเราะ
ของฉินก่วงอ๋องเท่านั้น บางครั้งก็มีเสียงหัวเราะของพญายมราชคน
อื่น ๆ ผสมอยู่ด้วย
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ยมทูตรับวิญญาณและพวกวิญญาณ
ตกตะลึงเท่านั้น แม้แต่ยมทูตขาวดำก็ยังมองไปทางวังยมราชด้วย
ความตกใจ
ปรมาจารย์ฉู่พูดอะไรกันแน่ ถึงทำให้สิบวังยมราชหัวเราะร่า
ขนาดนี้!
แต่ถ้าพูดไปแล้ว นี่มันเหมือนจะมีความสุขมากเกินไปหน่อยแล้ว
นะ!
ไม่มีความน่าเกรงขามเลยสักนิด!
ผ่านไปอีกพักใหญ่ ประตูวังยมราชก็เปิดออกอย่างกึกก้อง
ฉู่ลั่วเดินออกมาจากด้านใน ยมทูตขาวดำกำลังเตรียมตัวเดิน
เข้าไปต้อนรับ แต่ฝีเท้าของพวกเขากลับหยุดนิ่งอยู่กับที่
เพราะฉู่ลั่วไม่ได้ออกมาคนเดียว ตามหลังเธอมาคือสิบวังยมราช
พวกเขาทั้งหมดเก็บกายธรรมไว้ ละคนยิ้มราวกับเป็นพ่อที่รอ
คอยลูกชายมานาน แต่สุดท้ายก็ได้ลูกสาวเพียงคนเดียว ดวงตาของ
พวกเขายิ้มจนเกือบจะมีรอยย่น
สิบวังยมราชทั้งหมดห้อมล้อมลูกสาว…ไม่ใช่สิ ห้อมล้อม
ปรมาจารย์ฉู่ ส่งปรมาจารย์ฉู่ออกจากวังยมราชด้วยตัวเอง
ฉินก่วงอ๋องยังโบกมือลาอย่างอาลัยอาวรณ์ มองแผ่นหลังของ
ปรมาจารย์ฉู่ที่จากไปด้วยสายตาเหมือนพ่อแก่ ๆ
ยมทูตขาวดำ “…”
ปรมาจารย์ฉู่ใช้วิชาอะไรกับสิบวังยมราชกันแน่ บรรยากาศมัน
ถึงได้น่ากลัวขนาดนี้!
ยมทูตขาวดำพากันต้อนรับสิบวังยมราช พอเข้าใกล้ก็ได้เห็น
ใบหน้าทั้งสิบที่เย็นชาและสง่างาม พร้อมกับดวงตาสิบคู่ที่เย็นชาเยือก
เย็น
ยมทูตขาวดำที่แต่เดิมยังกังวลใจ ต่างพากันถอนหายใจด้วย
ความโล่งอก