เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1786 ไม่ได้อยู่ในสายตา
เธอบีบมือของรุ่ยอวิ๋นโจวเบา ๆ แล้วพาเขาออกจากห้องพักฟื้น
ห้องนี้ไม่สามารถกักขังรุ่ยอวิ๋นโจวได้ หากเขาต้องการ ก็
สามารถออกจากที่นี่ได้ทุกเมื่อ
แต่ที่นี่คือสถานที่ที่ฉู่ลั่วพาเขามา
เธอหวังให้เขาอยู่ที่นี่
เขาจึงอยู่ที่นี่
เธอหวังไม่ให้เขาตื่น เขาก็ไม่ตื่น
ครั้งนี้อาจารย์เป็นคนพาเขาออกไป
รุ่ยอวิ๋นโจวสวมชุดคนไข้ เดินตามฉู่ลั่วอย่างว่าง่าย
ฉู่ลั่วพาเขาไปที่แผนกเฉพาะของสถานพักฟื้นเพื่อดำเนินการ
ออกจากโรงพยาบาล
ซู่เซี่ยงหยางที่ได้รับข่าวก็รีบมาอย่างรวดเร็ว
เขามองรุ่ยอวิ๋นโจวที่เชื่อฟัง แล้วรีบเบนสายตากลับมา “คุณจะ
พาเขาไปเหรอครับ?”
“อืม”
ซู่เซี่ยงหยาง “ไปโลกอื่น?”
“อืม”
ซู่เซี่ยงหยางเม้มริมฝีปาก ดึงฉู่ลั่วมาที่มุมห้องแล้วกระซิบเสียงต่า
“ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้บอกเหรอครับว่าเขาอันตรายมาก? แต่ตอนนี้
กลับจะพาเขาไปโลกอื่นด้วยกันเนี่ยนะ?”
“ก็เพราะอันตรายฉันถึงต้องพาเขาไป ถ้าปล่อยไว้ที่นี่ พวกคุณ
คงรับมือเขาไม่ไหวหรอกค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
ฉู่ลั่วบอกว่ารุ่ยอวิ๋นโจวอันตราย แต่นอกจากเรื่องของเฉิงยวน
แล้ว คนอันตรายคนนี้ก็ไม่เคยทำอะไรที่อันตรายเลยสักอย่าง
เขาเป็นคนไข้ที่อยู่ในสภาพเหมือนผักอย่างสมบูรณ์ นอนนิ่งอยู่
ตรงนั้น ไม่กินไม่ดื่ม
นอกจากจะสิ้นเปลืองห้องหนึ่งห้องแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องใช้
อุปกรณ์ทางการแพทย์ใด ๆ อีกด้วย
ซู่เซี่ยงหยางมีท่าทีแปลกประหลาดกับรุ่ยอวิ๋นโจว
ในใจเขารู้ว่าอีกฝ่ายอันตรายมาก แต่กลับมีความรู้สึกดูถูกโดย
ไร้สาเหตุต่ออีกฝ่ายด้วย
แถมตอนนี้…
เขาเริ่มให้ความสำคัญกับชายคนนี้บ้างแล้ว
ซู่เซี่ยงหยางค่อย ๆ เอียงคอมองรุ่ยอวิ๋นโจว
ใบหน้านั้นงดงามที่สุด ดวงตาบริสุทธิ์ใสราวกับเด็กทารก
แต่ถ้าสังเกตอย่างละเอียด…
จะพบว่าความประหม่าของเขาไม่ได้มากจากสภาพแวดล้อม แต่
เป็นความกังวลที่ฉู่ลั่วจะจากเขาไป
สิ่งรอบข้างอย่างพวกเจ้าหน้าที่องค์กรที่พกอาวุธและนักพรต
ทั้งหมดไม่อยู่ในสายตาของเขา
รวมถึงเขาก็ไม่ได้อยู่ในสายตารุ่ยอวิ๋นโจวด้วยเช่นกัน
มดปลวกย่อมไม่ปรากฏในสายตาของเขาแน่นอน
ซู่เซี่ยงหยางกลืนน้าลายโดยไม่รู้ตัว
เขาค่อย ๆ หันหน้ามามองฉู่ลั่ว “คุณพาเขาไปด้วย คุณจะไม่เป็น
อันตรายเหรอครับ?”
ฉู่ลั่ว “ฉันยังไม่แน่ใจ แต่ฉันต้องพาเขาไปด้วยค่ะ”
รุ่ยอวิ๋นโจวฟื้นขึ้นมาแล้ว
เสียงระบบที่ตะโกนอยู่ในจิตธรรมญาณของเธอก็เงียบลง
พวกเขาทั้งคู่เมื่อฝ่ายหนึ่งตื่นขึ้น อีกฝ่ายก็จะหลับใหล พวกเขา
ต่างแย่งชิงการมีตัวตนของกันและกันอยู่ตลอดเวลา
ตอนนี้รุ่ยอวิ๋นโจวกำลังได้เปรียบอยู่
“นอกจากนี้ เหลือเวลาน้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว”
“อะไรนะครับ!”
ฉู่ลั่ว “ประตูแดนเทพกำลังจะเปิดแล้วค่ะ”
ทันใดนั้น ความคิดทั้งหมดในสมองซู่เซี่ยงหยางก็หายวับไปหมด
เขาจ้องมองฉู่ลั่วพลางสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดไปหรือเปล่า
ฉู่ลั่วย้าอีกครั้ง “แดนเทพกำลังจะเปิดแล้ว ถ้าฉันพาเขาไป บางที
อาจจะยืดเวลาที่ประตูแดนเทพจะเปิดออกไปได้”
“ฉันคิดว่า นอกจากลัทธิเต๋าแล้ว คงไม่มีใครอยากให้แดนเทพ
เปิดหรอกค่ะ!”
เทพ!
ตามตำนานเล่าขาน พวกเขาสามารถควบคุมมนุษย์ ควบคุม
โลก และตอนนี้เทพกำลังจะ…กำลังจะลงมาสู่โลกมนุษย์อีกครั้งแล้ว
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟัน “แน่นอนอยู่แล้ว ผมเป็นคนที่เชื่อในวัตถุ
นิยม ไม่เคยเชื่อเรื่องเทพเจ้าเลย!”
สีหน้าเขาหม่นลง “ผมต้องรายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบนทราบ”
“แน่นอนค่ะ ฉันบอกคุณเพราะอยากขอให้คุณรายงานเรื่องนี้ แต่
ฉันไม่รู้ว่าแดนเทพจะเปิดประตูเมื่อไหร่ มันอาจเป็นในอีกหนึ่งปีหรือ
อีกร้อยปีก็ได้”
หนึ่งปีหรือร้อยปีสำหรับมนุษย์นั้นเป็นเวลาที่ยาวนาน
แต่สำหรับปรโลกหรือแดนเทพแล้ว มันเป็นเพียงแค่คำพูดเท่านั้น
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า “เข้าใจแล้วครับ”
เขาเดินออกไปโทรศัพท์
ไม่นานนักก็กลับมา “เบื้องบนบอกว่าถ้าเป็นไปได้ พวกเขาก็หวัง
ว่าคุณจะไปที่นั่นได้สักครั้งครับ”
เรื่องแบบนี้ตามปกติแล้ว มักจะมอบหมายให้ซู่เซี่ยงหยางเป็นคน
จัดการ
แม้ว่าฉู่ลั่วจะเป็นหัวหน้าองค์กร แต่งานที่ต้องติดต่อประสานงาน
กับเบื้องบนนั้น มักจะมอบหมายให้ซู่เซี่ยงหยางเป็นคนรับผิดชอบ
เสมอ
เธอไม่ชอบเข้าร่วมการประชุมเหล่านั้น และไม่อยากอ่าน
กฎระเบียบพวกนั้นด้วย
นี่เป็นความเข้าใจร่วมกันระหว่างเบื้องบนกับฉู่ลั่ว
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป