เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1791 พวกเขาส าคัญกว่านาย
เธอปลอบโยนฉู่ลั่วราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย “คุณไม่ต้องกลัว
พวกเราจะรอคุณตลอดไป พวกเรา…พวกเราส่วนใหญ่มีอายุขัยยืน
ยาว พวกเราทุกคนจะรอคุณ”
เมื่อเทียบกับพวกเราแล้ว พี่ลั่วลั่วไม่น่าสงสารมากกว่าเหรอ?
เธอต้องอยู่เพียงลำพัง ในขณะที่พี่ยวนยวนไปยังโลกอื่น
ที่นั่นไม่มีอะไรเลย
ได้ยินมาว่าแม้แต่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็ไม่มีอยู่อีกแล้ว
ไม่มีละครในโทรทัศน์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีอาหารจัดส่ง ไม่มี
สิ่งมีชีวิต และไม่มีพวกเขาด้วย
เถาซูเยียนไม่อาจจินตนาการได้ว่าโลกแบบนั้นจะเป็นอย่างไร
ถ้าเป็นเธอ เธอก็คงจะเสียสติแน่ ๆ
เธอกอดฉู่ลั่วแน่น “หนูจะดูแลพวกเขาให้ดีเหมือนกัน รอจนกว่า
คุณกลับมา ทุกอย่างจะต้องเหมือนเดิมแน่นอน”
ฉู่ลั่วกอดเถาซูเยียนเบา ๆ “อืม ฉันรู้ ซูเยียนของเราเก่งที่สุดอยู่
แล้ว!”
หลังจากส่งเถาซูเยียนหลับไปแล้ว ไม่นานหร่วนย่วนย่วนก็มา
ตอนที่เธอมาถึง ฉู่ลั่วกำลังวาดยันต์อยู่ที่โต๊ะ
พลังวิญญาณหมุนเวียนรวดเร็ว ปลายพู่กันเคลื่อนไหวราวกับ
เมฆหมอกและสายน้า ไม่นานยันต์แผ่นหนึ่งก็เสร็จสมบูรณ์
หร่วนย่วนย่วนไม่ได้เข้าใกล้ เธอยืนห่างออกไปหลายก้าว
“ปรมาจารย์วางใจได้ ฉันจะดูแลพวกเขาให้ดี”
ฉู่ลั่วหยุดเขียน มือของเธอโบกเบา ๆ ยันต์ห้าแผ่นก็ตกลงบนมือ
ของหร่วนย่วนย่วน
“นี่คือ…”
“ลูกของเธอกำลังโตเป็นรูปเป็นร่างแล้ว แต่ตอนที่พวกเขาทำ
สำเร็จ ฉันอาจจะยังไม่ได้กลับมา เธอถือยันต์ห้าแผ่นนี้ไปยังปรโลก
ทางปรโลกจะจัดการการเวียนว่ายตายเกิดใหม่ให้พวกเขาเอง”
หร่วนย่วนย่วนจับยันต์ห้าแผ่น สีหน้าดูสับสนอยู่บ้าง
“ปรมาจารย์ คุณยังจำได้เหรอ?”
เธอคิดว่าฉู่ลั่วคงลืมไปนานแล้ว
ถึงอย่างไร ตัวเธอก็รู้สึกว่าชีวิตตอนนี้ไม่ได้แย่อะไร
แม้ว่าลูกยังไม่มีรูปร่าง แต่ตอนนี้พอได้อยู่กับพวกเมี่ยวเมี่ยวทุก
วัน ก็ดูมีความสุขและสนุกสนานมาก
เธอถึงขนาดแทบไม่ได้สนใจเรื่องการมีรูปร่างของลูกเลย
แต่ทว่า ปรมาจารย์ฉู่กลับใส่ใจทุกอย่าง
หร่วนย่วนย่วนเงียบไปสักพัก เธอโค้งคำนับจากใจจริงไปทาง
ฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์วางใจได้ ฉันจะต้อง…จะต้องดูแลพวกเขาให้ดี
แน่นอน”
แม้ว่าจะต้องเอาชีวิตนี้เข้าแลก เอาการบำเพ็ญทั้งหมดที่มีเข้า
แลกก็ตาม
เธอก็จะทำให้ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมในตอนที่ปรมาจารย์
กลับมา
ไม่ขาดไม่หายไปแม้แต่คนเดียว
ฉู่ลั่วเห็นท่าทางจริงจังของหร่วนย่วนย่วนจึงพูดขึ้นว่า “เธอก็
สำคัญเหมือนกัน ฉันหวังว่าตอนที่กลับมา ฉันจะได้เห็นเธออยู่ด้วย”
หร่วนย่วนย่วนเงยหน้าสบตากับฉู่ลั่วทันที
ทั้ง ๆ ที่กลายเป็นผีไปแล้ว
ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะรู้สึกซาบซึ้งหรือเสียใจกับเรื่องไร้สาระพวกนี้อีก
แล้ว
แต่ตอนนี้…หร่วนย่วนย่วนกลับรู้สึกว่าหัวใจที่ตายไปแล้วของเธอ
เหมือนจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
หลังจากส่งหร่วนย่วนย่วนที่สะเทือนใจออกไปแล้ว ฉู่ลั่วจึงหัน
มองรุ่ยอวิ๋นโจว
เขายืนอยู่ข้าง ๆ อย่างว่าง่ายราวกับรูปปั้นตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
“เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปกันเถอะ!”
รุ่ยอวิ๋นโจวพยักหน้า เขาเดินไปที่ห้องนอน แล้วหันกลับมามอง
ฉู่ลั่วอีกครั้ง “อาจารย์…”
ฉู่ลั่วมองเขาด้วยสีหน้างุนงง
“อาจารย์ คุณชอบพวกเขามากเหมือนกันเหรอ?”
“ชอบพวกเขาเหมือนกับที่ชอบผม?”
ฉู่ลั่ว “ไม่ใช่”
ดวงตาของรุ่ยอวิ๋นโจวเริ่มฉายแววยิ้ม แต่แล้วก็ได้ยินคำพูด
ต่อมาของฉู่ลั่ว “พวกเขาสำคัญกว่านาย”
สีหน้าของรุ่ยอวิ๋นโจวซีดขาวลงทันตา
เขาจ้องมองฉู่ลั่วด้วยสายตาเหม่อลอย ขณะที่เธอเดินกลับ
ห้องนอนไป
สำคัญกว่าเขา?
คนพวกนั้น…ทุกคนสำคัญกว่าเขา?
แต่อาจารย์ไม่เคยพูดเอาไว้เหรอ?
พวกเขาสองคนต้องพึ่งพาอาศัยกัน
แล้วทำไม?
ทำไมถึงมีคนมากมายขนาดนี้?
ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อน อาจารย์มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
รุ่ยอวิ๋นโจวปิดประตูห้อง ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า แล้วเริ่มเปลี่ยน
เสื้อผ้าช้า ๆ
[สายเกินไปที่จะเสียใจแล้วเหรอ?]
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูเขา
รุ่ยอวิ๋นโจว “ฉันไม่เสียใจ!”
[นายต้องรู้นะ นายตั้งใจทำแบบนี้ ทางเชื่อมระหว่างแดนเทพและ
โลกมนุษย์กำลังจะเปิด หากไม่มีวิถีสวรรค์แล้ว แรงกดดันจากแดน
เทพก็จะไม่มากเท่าเดิม]
รุ่ยอวิ๋นโจว “ฉันรู้”
[นายรู้ แต่ยังเลือกจะไปกับเธอ! นายก็เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้สนใจ
นายเลย เธอแค่ใช้ประโยชน์จากนาย เธอมีเพื่อน มีญาติพี่น้อง แถม
ยังมีฮั่วเซียวหมิงอีก นายคิดว่ายังอยู่ในโลกนั้นหรือไง? คิดว่าแค่นาย
ทำเป็นน้อยใจนิดหน่อย เธอก็จะไม่คบหาใครและอยู่กับนายเพียงคน
เดียวเหรอ?]