เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1790 พวกเราจะรอเธอกลับมา
จิ่งเจียเหยียนพาพวกซ่งเมี่ยวเมี่ยวไปดูเฉิงยวนที่ยังถูกควบคุมตัว
พวกเขานั่งอยู่บนโซฟาด้วยบรรยากาศหดหู่
“ปรมาจารย์ฉู่ครับ!” ทนายความสี่คนเดินเข้ามาวางเอกสาร
ทั้งหมดลงบนโต๊ะ “นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดที่เรารวบรวมได้ในตอนนี้
ครับ”
“นี่คือหุ้นของตระกูลฉู่ นี่คือเครื่องประดับที่เก็บไว้ในตู้นิรภัยของ
ธนาคาร นี่คืออสังหาริมทรัพย์ นี่คือ…”
ทรัพย์สินของฉู่ลั่วไม่มากนัก แต่ทุกอย่างที่นำออกมาล้วนโดด
เด่นเป็นพิเศษ
ฉู่ลั่วเลื่อนเอกสารหุ้นไปตรงหน้าจั่วโยวโยว “ฉันรู้ว่าคุณไม่อยาก
เกี่ยวข้องกับตระกูลฉู่ หุ้นส่วนนี้เป็นหุ้นของตระกูลฉู่ที่โอนมาภายใต้
ชื่อของฉัน ไม่ต้องออกหน้า ไม่ต้องเข้าร่วมการประชุมอะไร ทุกปีจะมี
เงินปันผลค่ะ”
“นี่เป็นของที่ฉันจะให้คุณกับเสี่ยวยา”
จั่วโยวโยวตั้งใจจะปฏิเสธ แต่นึกถึงสถานที่ที่ฉู่ลั่วจะไปครั้งนี้ก็
พยักหน้าและรับเอกสารไป
ตอนนี้เธอไม่ได้ขาดแคลนเงินแล้วจริง ๆ
ตั้งแต่เริ่มทำอาหารให้พวกผี เธอก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทองอีก
ฉู่ลั่วแบ่งอสังหาริมทรัพย์และเครื่องประดับทั้งหมดออกไปจนหมด
เหลือเพียงสิ่งสุดท้ายที่อยู่ในตี้จิง “เมฆใสเฝ้ามองตะวัน”
เธอเคาะนิ้วบนเอกสารเบา ๆ แล้วผลักเอกสารไปตรงหน้าจิ่งเจีย
เหยียน
จิ่งเจียเหยียน “ให้ฉันเหรอ?”
“อืม”
จิ่งเจียเหยียนก้มลงมองเอกสาร แล้วมองฉู่ลั่วอีกครั้ง “ทำไมถึงให้
ฉัน ที่นี่…ที่นี่มันไม่เหมือนกันนะ”
นี่คือบ้านที่ลั่วลั่วซื้อมาด้วยเงินของตัวเอง เป็นสถานที่ที่ลั่วลั่ว
ชอบเป็นพิเศษ
นี่คือสถานที่ที่พวกเขาอยู่ด้วยกันมาตลอด
จิ่งเจียเหยียนไม่อยากได้
ถ้ารับไว้ ก็เหมือนกับฉู่ลั่วจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว
“เจียเหยียน!” ฉู่ลั่วพูดขัดจิ่งเจียเหยียน มองอีกฝ่ายด้วยสายตา
จริงจัง “ก็เพราะมันเป็นสถานที่ที่ไม่เหมือนที่อื่น ดังนั้น…จึงต้องมี
เจ้าของ”
“ฉันวางค่ายกลที่แข็งแกร่งไว้ที่นี่แล้ว และยังมีกลิ่นอายของฉัน
อยู่ด้วย”
“แต่บ้านหลังนี้ ค่ายกลนี้ มีความหมายต่างกันสำหรับพวกเธอ”
“ถ้าหาก…วันหนึ่งเกิดเรื่องขึ้นมา พวกเธอก็ยังมีที่อื่นให้อยู่ได้”
จิ่งเจียเหยียนวางมือบนเอกสาร หยุดนิ่งไม่ขยับ
“เป็นเพราะฉันเปลี่ยนสภาพอยู่ในอารามพุทธใช่ไหม? ต่อให้ฉัน
จะเป็นปีศาจ แต่ก็ไม่ใช่ปีศาจที่ลัทธิเต๋าจะไล่ล่า ใช่ไหม?” สมองที่เคย
ช้าของเธอเหมือนจะฉลาดขึ้นมากทันใด
“ลั่วลั่ว เธอจะไปนานมาก ใช่ไหม?”
นานมาก นานจนบ้านหลังนั้นไม่สามารถส่งต่อให้จั่วโยวโยวได้
แม้แต่จะมอบให้เสี่ยวยาก็ไม่ได้ แต่ต้องมอบให้เธอเท่านั้น
พอคำพูดนี้เอ่ยออกมา ทุกคนในห้องก็หันมองฉู่ลั่ว พวกผีเด็ก
แทบจะร้องไห้จนน้าตาเป็นสายเลือด
ฉู่ลั่วยื่นมือไปลูบผมของซ่งเมี่ยวเมี่ยว แล้วตบมือปลอบใจเถาซู
เยียนเบา ๆ “ฉันไม่แน่ใจว่าจะไปนานแค่ไหน นี่เป็นเพียงแผนสำรอง
ถ้าฉันไม่กลับมา ถ้า…โลกนี้ไม่มีที่ให้พวกเธออยู่ พวกเธอก็ยังมี
สถานที่ที่สามารถอยู่ได้”
“ส่วนเธอ เจียเหยียน ตัวตนของเธอทำให้ลัทธิเต๋าไม่กล้าแตะ
ต้องเธอแน่นอน”
จิ่งเจียเหยียนก้มหน้าลงไม่พูดอะไร สักพักก็เงยหน้าขึ้นมา บน
ใบหน้าปรากฏความจริงจังที่แทบจะไม่เคยเห็น “ลั่วลั่ว เธอวางใจได้
ฉันจะดูแลพวกเขาให้ดี ฉันจะ…จะรักษาบ้านหลังนี้ไว้อย่างแน่นอน”
“พวกเราจะรอเธอกลับมา”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพยักหน้า “พี่ลั่วลั่ว พวกเราทุกคนจะรอพี่กับพี่ยวน
ยวนกลับมา”
เมื่อทุกคนจากไปแล้ว เถาซูเยียนกลับยังคงยืนอยู่ที่เดิม
คนตัวเล็ก ๆ ยืนอยู่ตรงประตู จ้องมองฉู่ลั่วด้วยดวงตากลมโตทั้ง
สองข้าง
ฉู่ลั่วโบกมือเรียกเธอ
เถาซูเยียนจึงย่างเท้าเข้ามาใกล้ “คุณเคยสัญญากับเธอว่าจะ
ดูแลหนูให้ดี คุณลืมแล้วเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ลืม”
“แต่คุณก็ยังทิ้งหนูไว้ที่นี่” ดวงตาของเธอแดงขึ้น แต่ก็ยังดื้อดึงไม่
ยอมให้น้าตาไหลออกมา ดวงตากลมโตทำเพียงจ้องมองอีกฝ่าย
ฉู่ลั่วลูบผมของเธอ สายตาอ่อนโยน “มันช่วยไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้
ฉันก็อยากพาพวกเธอทุกคนไปด้วย”
เถาซูเยียนชะงัก
เธอมองฉู่ลั่วอย่างเหม่อลอย
หลังจากกะพริบตาสองสามครั้ง ก็โผเข้าไปในอ้อมกอดของฉู่ลั่ว
ยื่นมือออกไปตบหลังของฉู่ลั่วเบา ๆ