เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1793 ตั้งชื่อ
ทันทีที่ฉู่ลั่วลงจากรถ เธอก็พบว่า…มีกว่านหว่านและซ่งฉง
รวมถึงอู่หลินอยู่ด้วย
พวกเขามากันหมดจริง ๆ
ฉู่ลั่วอุ้มกล่องใบหนึ่งลงจากรถ
ซ่งเชียนหย่าเดินมาเข้ามาด้วยความตื่นเต้น “มาแล้วเหรอ!
มาแล้วก็ดี มาแล้วก็ดี!”
ฉู่เหว่ยฮ่าวตื่นเต้นเช่นกัน แต่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
หลังจากทุกคนเข้าไปในบ้านแล้ว ซ่งเชียนหย่าก็รีบให้พ่อครัวใน
บ้านเสิร์ฟอาหาร
ฉู่เหิงพาเวินอวิ๋นเสาและลูกเดินมาหาฉู่ลั่ว แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“ทั้งหมดนี้เป็นอาหารที่เธอชอบ คุณแม่ถามฮั่วเซียวหมิงยืนยันเมนูที
ละจาน”
หลังจากพูดจบ ก็เห็นฉู่ลั่วทำเพียงยิ้มเล็กน้อย
เขาไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ส่งลูกให้ฉู่ลั่ว “ดูสิ นี่หลานสาวตัวน้อย
ของเธอ”
เด็กน้อยตัวกลมน่ารัก
มือน้อยสองข้างกำเป็นกำปั้น แขนเล็กป้อมเหมือนรากบัวโบกไป
มาในอากาศสองสามครั้ง ดวงตากลมโตเหมือนลูกองุ่นจ้องมองฉู่ลั่ว
เวลายิ้มก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมา
เพียงเธอยิ้ม สีหน้าของคนรอบข้างก็อ่อนโยนลงทันที
ฉู่ลั่วยื่นมือไปเล่นกับเด็กน้อย ยิ้มเอ่ยว่า “เธอชื่ออะไรเหรอ?”
“พวกเราคิดชื่อไว้หลายชื่อแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ถ้าลั่วลั่วมี
เวลาก็ช่วยตั้งชื่อให้เธอได้นะ” ฉู่เหิงมองลูกสาวของตัวเองด้วยสีหน้า
อ่อนโยน
ส่วนเวินอวิ๋นเสามองฉู่ลั่วอย่างคาดหวัง
การจะให้เธอตั้งชื่อให้ได้…ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวเธอเป็น
หลานสาวของฉู่ลั่ว ก็คงไม่มีโอกาสแบบนี้
ฉู่ลั่วมองหน้าตาของเด็กน้อยโดยละเอียด แล้วถามวันเดือนปี
เกิดของเด็ก
ฉู่เหิงกับเวินอวิ๋นเสาเตรียมตัวมาก่อนแล้ว พอฉู่ลั่วถาม พวกเขา
ก็รีบบอกทันที
ไม่ใช่เพียงสามีภรรยาคู่นี้เท่านั้น แม้แต่คนอื่น ๆ ในตระกูลฉู่ก็
ต่างจ้องมองฉู่ลั่วด้วยความตื่นเต้น กลัวว่าฉู่ลั่วจะพูดว่าเด็กคนนี้มี
เรื่องไม่ดีอะไร
“เธอมีดวงชะตาที่ได้รับพรจากสวรรค์ ดวงชะตาแบบนี้เป็นหนึ่ง
ในดวงชะตาที่ดี ในศาสตร์การดูดวง คนที่มีดวงชะตาแบบนี้จะประสบ
ความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเจอกับอุปสรรคอะไร ก็จะสามารถผ่าน
พ้นไปได้ด้วยดีเสมอ”
พอพูดแบบนี้ สีหน้าของคนในตระกูลฉู่ก็ผ่อนคลายลงทันที
“อย่างไรก็ตาม เพราะเป็นดวงชะตาที่ได้รับพรจากสวรรค์
สามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ ก็หมายความว่ามักจะได้รับ
ความยากลำบาก”
“การเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี ก็คือต้องเจอร้ายก่อนถึงจะเปลี่ยน
ได้”
“โชคดีและเคราะห์ร้ายมาคู่กัน หากผ่านพ้นความลำบากนี้ไป ก็
จะได้รับสิ่งตอบแทนมากมาย”
“ดังนั้น เวลาตั้งชื่อ ไม่ควรตั้งชื่อที่คาดหวังสิ่งที่ดีกว่าสำหรับเด็ก
แต่ควรตั้งชื่อที่หวังให้เธอผ่านพ้นอุปสรรคไปได้”
ฉู่ลั่วใช้นิ้วแตะเบา ๆ ที่นิ้วมือของทารกน้อย “หนูเป็นคนในลัทธิ
เต๋า ชะตาชีวิตไม่ค่อยดี ไม่เหมาะจะตั้งชื่อให้เธอ ให้พี่กับพี่สะใภ้ตั้ง
ชื่อให้เธอดีกว่าค่ะ!”
ฉู่เหิงก้มลงมองลูกสาว รู้สึกสงสารจนต้องอุ้มขึ้นมาปลอบ “ได้
พวกเราฟังเธอ พวกเราจะตั้งชื่อกันเอง”
ทุกคนในครอบครัวนั่งลงที่โต๊ะ อาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟขึ้นโต๊ะทีละ
จาน
เป็นไปตามที่ฉู่เหิงบอกจริง ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นอาหารที่ฉู่ลั่วชอบ
ผู้อาวุโสหลายท่านพูดคุยกับฉู่ลั่วอย่างเอาใจใส่ ฉู่ลั่วก็ตอบกลับ
ด้วยรอยยิ้มทุกครั้ง
ฉู่จ้านนั่งอยู่ข้าง ๆ กว่านหว่าน เขาคีบซี่โครงชิ้นหนึ่งให้ วางลง
ในชามของเธอ เมื่อกว่านว่านมองมา เขาก็พูดว่า “นี่เป็นอาหารที่เธอ
ชอบ ฉันสั่งให้พ่อครัวทำให้เป็นพิเศษ”
กว่านหว่านมองซี่โครงในชาม แล้วมองฉู่จ้านที่แววตาเต็มไป
ด้วยความคาดหวังและกลัว เธอจึงพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ไม่ได้
ปฏิเสธมัน
ฉู่จ้านจับตะเกียบอย่างมีความสุข ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความยินดี
ในดวงตาของตัวเอง
เขาคีบอาหารให้กว่านหว่านอีกหลายคำ โดยไม่เห็นว่ากว่าน
หว่านปฏิเสธเลย ในใจเขายิ่งรู้สึกมีความสุขมาก
หลังจากกินเสร็จ ทุกคนก็ไปที่ห้องน้าชา
เวินอวิ๋นเสาปลอบลูกอยู่สักพัก พอเห็นว่าลูกหลับแล้ว จึงค่อย ๆ
วางลงบนเตียงเด็ก แล้วกำชับพี่เลี้ยงเบา ๆ อีกสองสามประโยค
พอลงมาชั้นล่างก็ได้ยินเสียงร้องตกใจ
“ไปเหรอ! ไปไหน? หมายความว่ายังไง?”
เป็นเสียงของฉู่จ้าน!