เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1794 อย่าไปได้ไหม
เวินอวิ๋นเสารีบลงบันไดอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในห้องน้าชาที่
เคยอบอุ่นกลมเกลียวตอนเธอออกไปได้เปลี่ยนไปแล้ว
เธอเดินไปอยู่ข้าง ๆ ฉู่เหิง แล้วใช้สายตาถามเขา
สีหน้าของฉู่เหิงดูไม่ค่อยดีนัก เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ส่าย
หน้าให้เวินอวิ๋นเสา
ส่วนฉู่จ้านมองฉู่ลั่ว แล้วหันไปมองกว่านหว่าน ความยินดีและ
ตื่นเต้นเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น เหลือแต่ความเย็นชา
“เธอก็จะไปด้วยเหรอ?”
กว่านหว่านพยักหน้า “ไม่รู้ว่าจะกลับมาได้เมื่อไหร่? อาจจะสิบปี
หรืออาจจะร้อยปี?”
กว่านหว่านยังคงพยักหน้า
ฉู่จ้านหายใจติดขัด เขาก้มลงมองกว่านหว่านที่นั่งอยู่บนโซฟา
หน้าอกของเขาสะท้อนขึ้นลงรุนแรง แล้วยื่นมือออกไปคว้าตัวกว่าน
หว่านไว้ “เธอกับฉันออกไปคุยกันก่อน”
ซ่งเชียนหย่าเอนตัวพิงไหล่ฉู่เหว่ยฮ่าว แอบเช็ดน้าตาของตัวเอง
“จำเป็นต้องไปจริง ๆ เหรอ? เรื่องที่ลูกพูดถึง ให้คนอื่นทำแทนไม่ได้
เหรอ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่ได้ค่ะ มีแต่หนูเท่านั้นที่ทำได้”
สีหน้าของผู้อาวุโสหลายคนดูไม่สู้ดี
พวกเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์
จึงได้แต่มองฉู่เหิงที่อยู่ข้าง ๆ
ฉู่เหิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย แล้วจึงถามว่า “ลั่วลั่ว จริงเหรอที่ว่า
กลับมาไม่ได้?”
“หนูไม่แน่ใจค่ะ หนูไม่แน่ใจว่าตัวเองจะกลับมาได้เมื่อไหร่ อาจจะ
กลับมาได้ในหนึ่งเดือน หรืออาจในสิบปี หรืออาจเป็นร้อยปีก็ได้”
คำพูดนี้ไม่ได้ทำให้คนตระกูลฉู่รู้สึกดีขึ้นมากนัก
ฉู่เหิงครุ่นคิดสักครู่ “จำเป็นต้องไปจริง ๆ หรือ?”
“จำเป็นต้องไปจริง ๆ ค่ะ”
“ถ้าไม่ไป เธอคงจะรู้สึกแย่มาก?”
“ใช่ค่ะ”
ฉู่เหิงหายใจเข้าลึก ๆ “งั้นพวกเราก็จะสนับสนุนเธอ ไม่ว่าเธอ
อยากทำอะไร พวกเราก็สนับสนุนเธอทั้งนั้น!”
คนอื่นในตระกูลฉู่ต่างมองไปทางฉู่เหิง
ฉู่เหิงกลับมองฉู่ลั่วด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “แม้ว่าพวกเราจะหวังให้
เธออยู่ในที่ที่พวกเรามองเห็น แต่พวกเราหวังให้เธอมีความสุขและ
สนุกสนานมากกว่า”
“ถ้าเรื่องนี้เธอจำเป็นต้องทำ พวกเราทุกคนจะสนับสนุน”
“ลั่วลั่ว ไปทำในสิ่งที่เธออยากทำเถอะ”
“พวกเราอยู่ตรงนี้ ถ้าเธออยากกลับมา พวกเราก็จะอยู่ที่นี่”
ฉู่ลั่วมองเห็นรอยยิ้มและความอ่อนโยนในดวงตาของฉู่เหิง มัน
ทำให้หัวใจของเธออบอุ่น
ซ่งเชียนหย่ากลั้นเสียงสะอื้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากพูดว่า
“ลั่วลั่ว พี่ใหญ่ของลูกพูดถูก ไม่ว่าลูกอยากทำอะไร พวกเราก็จะ
สนับสนุนลูกทั้งนั้น”
จากนั้นทุกคนก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยทีละคน
ในลานบ้าน
ฉู่จ้านยืนอยู่ตรงหน้ากว่านหว่าน ส่วนกว่านหว่านนั่งอยู่บนม้านั่ง
ยาว เธอเงยหน้าขึ้นมองฉู่จ้านเล็กน้อย ความโกรธในดวงตาของฉู่
จ้านค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความน้อยใจและเสียใจแล้ว
ดวงตาของเขาแดงก่า น้าเสียงก็แหบพร่า “เธอต้องไปจริง ๆ
หรือ?”
กว่านหว่านพยักหน้า
ฉู่จ้านถาม “แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ?”
กว่านหว่านยิ้มเล็กน้อย ไม่พูดอะไร
ฉู่จ้านถามต่อ “แล้วฉันจะทำยังไง? หว่านหว่าน ฉันจะทำยังไง?
เธอไม่ต้องการฉันแล้ว ตอนนี้ยังจะทิ้งฉันไว้คนเดียวในโลกนี้อีก
แม้แต่จะมองเธอสักหน่อย ฉันก็ทำไม่ได้เลยเหรอ?”
กว่านหว่านค่อย ๆ ก้มหน้าลง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง หยิบ
โทรศัพท์ออกมาพิมพ์ข้อความ
[คุณสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้]
เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาตรงหน้าฉู่จ้าน
หลังจากแน่ใจว่าฉู่จ้านเห็นข้อความแล้ว เธอก็พิมพ์ต่อ
[เรื่องราวทั้งหมดของพวกเราผ่านไปแล้ว ฉู่จ้าน คุณควรมองไป
ข้างหน้าได้แล้ว]
ฉู่จ้านรู้สึกเย็นสะท้านไปทั้งตัว “ผ่านไปแล้ว? มองไปข้างหน้า?
เธอบอกให้ฉันมองไปข้างหน้าเหรอ?”
เขายิ้มขมขื่น “ฉันจะมองไปข้างหน้าได้ยังไง? ข้างหน้าฉันมันไม่
มีอะไรเลย หว่านหว่าน ข้างหน้าฉันมันไม่มีอะไรเลย!”
ไม่มีกว่านหว่าน ไม่มีความฝัน!
ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย!
ตอนนี้แม้แต่การได้พบหน้าเธอสักครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดก็
ไม่มีอีกแล้ว
ฉู่จ้านย่อตัวลง มือจับมือกว่านหว่าน “หว่านหว่าน อย่าไปได้
ไหม? อย่าไปนะ อย่าไปเลย!”
พูดไปพูดมา เขาก็วางศีรษะลงบนเข่าของกว่านหว่าน ร้องไห้
ออกมาเบา ๆ
กว่านหว่านถอนหายใจ ลูบศีรษะของฉู่จ้านอย่างแผ่วเบา ๆ