เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1795 เพราะนายไม่สนใจ ฉันถึงต้องสนใจ
ฉู่จ้านร้องไห้ออกมาก็ดีแล้ว
ตอนแรกเธอก็เจ็บปวดมาก
แต่ชีวิตคนเราต้องมองไปข้างหน้า
เสียงร้องไห้แผ่วเบาจากลานบ้านลอยเข้ามาถึงห้องน้าชา
พาให้อารมณ์ของทุกคนในห้องน้าชาหดหู่ลงไปหลายส่วน
ยามค่าคืน
ซ่งเชียนหย่ามองดูฉู่ลั่วที่เดินมาถึงประตูแล้วพูดว่า “ลูกไม่ค้างที่
บ้านเหรอ? พวกเราจัดเตรียมห้องในบ้านเอาไว้ให้แล้วนะ”
“ไม่ค้างหรอกค่ะ เขามีสถานะพิเศษ ไม่สามารถออกจากมณฑล
หนานได้นานเกินไป”
ซ่งเชียนหย่ากำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ถูกฉู่เหิงห้ามไว้ “เดินทาง
ระวังตัวด้วยนะ พอกลับไปถึงแล้วก็บอกพวกเราด้วย”
“ได้ค่ะ”
หลังจากรถของพวกฉู่ลั่วออกไปแล้ว ซ่งเชียนหย่าก็ไม่อาจ
ควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เธอร้องไห้ออกมา “ลั่วลั่วคงยังโกรธพวก
เราอยู่แน่”
“เธอไม่ให้โอกาสพวกเราได้ชดเชยเลย”
“ทำไมต้องไปอยู่ในที่ที่พวกเราหาไม่เจอด้วย!”
ซ่งเชียนหย่าร้องไห้เสียใจ ฉู่เหว่ยฮ่าวโอบกอดเธอไว้ด้วย
ความรู้สึกหดหู่เช่นกัน
ฉู่เหิงปลอบประโลมซ่งเชียนหย่าสองสามคำ แล้วให้ทุกคนเข้าไป
ข้างใน
เขาหันไปมองน้องชายสองคนของตัวเอง สีหน้าของน้องชายแต่
ละคนดูไม่ดีเลย โดยเฉพาะฉู่จ้าน สีหน้าเขาไม่ดีถึงขนาดที่สามารถ
เห็นดวงตาบวมแดงของเขาได้อย่างชัดเจน
ฉู่เหิงถอนหายใจเบา ๆ
บนรถ
รุ่ยอวิ๋นโจวที่นั่งทำตัวว่าง่ายอยู่เบาะข้างคนขับกำลังรอคอยอยู่
หลังจากพวกฉู่ลั่วขึ้นรถมาแล้ว เขาจึงถามเสียงเบาว่า “อาจารย์ คน
พวกนั้นเป็นครอบครัวของอาจารย์ใช่ไหมครับ?”
“อืม”
“อาจารย์ไม่ชอบพวกเขาเหรอ?”
เขาหันหน้ามาเล็กน้อย มองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม
ฉู่ลั่วจ้องมองดวงตาสุกใสราวกับสายน้าของเขา “รุ่ยอวิ๋นโจว
พวกเขาคือครอบครัวของฉัน”
รุ่ยอวิ๋นโจว “แต่ว่าอาจารย์ไม่ชอบพวกเขานี่ครับ”
“ฉันไม่ได้ไม่ชอบพวกเขา และนายก็ห้ามทำอะไรพวกเขาด้วย”
รุ่ยอวิ๋นโจวตอบรับว่าง่าย “ครับ ผมจะเชื่อฟังอาจารย์ อาจารย์
พูดอะไร ผมก็จะทำตามนั้น”
เขานั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย
แต่ฉู่ลั่วกลับขมวดคิ้วลงเล็กน้อย
ไม่กี่วันต่อมา
จี้ไจ่กับไจ๋โหรวขนแผ่นยันต์ หยก และเครื่องทองทั้งหมดมาไว้ที่
ห้องพักของฉู่ลั่วจนเกือบจะเต็มห้อง
“เจ้านิกาย นี่คืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ดีที่สุดที่พวกเราหาได้ในตอนนี้
แล้วค่ะ”
ไจ๋โหรวมองข้าวของเต็มห้องแล้วพูดด้วยความโมโหเล็กน้อย
“ไม่รู้ว่าใครไปแพร่ข่าวออกไป พอหลังจากนั้นของที่พวกเราเล็งจะซื้อ
ก็ขึ้นราคาหมดเลย ให้ตายสิ!”
ถ้าให้คนพวกนั้นรู้ว่าของเหล่านี้ขายให้กับเจ้านิกาย ดูซิว่าพวก
เขาจะกล้าขึ้นราคาอีกไหม
ฉู่ลั่วย้ายโต๊ะที่เธอใช้วาดยันต์เข้าไปในห้องนั้น แล้วหยิบยันต์
ออกมาหนึ่งปึก เริ่มลงมือวาดทันที
ปลายพู่กันของเธอพลิ้วไหว พลังวิญญาณลอยอวลอยู่รอบตัว
ยันต์แผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยมือของเธอ
ไจ๋โหรวกับจี้ไจ่รีบออกไปโดยไม่ให้รบกวน
ทันทีที่พวกเขาจากไป รุ่ยอวิ๋นโจวก็เดินออกมาจากห้อง เขาไปที่
ประตูห้องและมองฉู่ลั่ว
ยันต์ตรงหน้าเธอลอยมาที่โต๊ะโดยอัตโนมัติ เมื่อวาดเสร็จแล้วก็
ลอยไปตกลงในกล่องที่อยู่ข้าง ๆ ทั่วทั้งห้องมียันต์ลอยไปมา พลัง
วิญญาณหมุนวนในอากาศ
“อาจารย์ คุณกำลังวาดยันต์ให้คนโลกนี้เหรอครับ?”
ฉู่ลั่วไม่ตอบ ยังคงวาดยันต์ต่อไป
รุ่ยอวิ๋นโจวพิงประตูด้วยสีหน้าสงสัย “ทำไมอาจารย์ถึงต้องวาด
ยันต์ให้พวกเขาด้วย? พวกเขาไม่ชอบอาจารย์ แถมมีหลายคนก็ไม่มี
ความสัมพันธ์อะไรกับอาจารย์เลย”
“เหมือนตอนที่อยู่ในโลกเก่า ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ต้อง
ไปช่วยคนพวกนั้น ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไปยั่วยุสัตว์อสูรเอง แต่ทำไม
อาจารย์ถึงต้องไปช่วยพวกเขาด้วยล่ะ?”
เขาถามทีละประโยค
แต่ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากฉู่ลั่วเลย
“ผมไม่เข้าใจ! อาจารย์ ผมไม่เข้าใจมาตลอด”
“แม้แต่ผมยังไม่สนใจว่าคนในโลกนี้จะเป็นยังไง แล้วทำไม
อาจารย์ถึงต้องสนใจด้วย?”
ฉู่ลั่วไม่หยุดมือ “เพราะนายไม่สนใจ ฉันถึงต้องสนใจไง”
เมื่อวาดยันต์เสร็จหนึ่งแผ่น พลังวิญญาณที่ไหลเวียนรอบ ๆ ก็
หยุดลง ยันต์ที่ลอยอยู่ก็ดูเหมือนถูกสะกดให้อยู่นิ่ง ลอยค้างกลาง
อากาศไม่ขยับเขยื้อน
“นายไม่สนใจ? แล้วเขาก็ไม่สนใจเหรอ?”