เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1812 ไม่มีใครอยู่
พอเห็นสีหน้าฉู่ลั่วไม่ค่อยดี เขาก็เตือนว่า
“ทางเข้าค่ายกลของมณฑลหนานเองก็ไม่ได้เปิดตามใจชอบ ทุก
ปีต้องรอจนถึงตอนรอบชิงชนะเลิศ มณฑลหนานถึงจะเปิดค่ายกล
เพื่อให้คนที่เข้าร่วมการแข่งขันเข้าไปได้”
ฉู่ลั่วพูดขึ้น “…พาฉันไปเข้าร่วมการแข่งขันที”
“หา!”
ครึ่งปีศาจมองฉู่ลั่ว แล้วส่ายหัวทันที “ไม่ได้ ๆ คุณไม่มีชื่อเสียง
การแข่งขันนี้ดูที่ชื่อเสียงด้วยนะครับ ก่อนหน้านี้น่ะผมยังพอมี
ชื่อเสียงนิดหน่อย”
“ผมจะบอกให้ อย่างน้อยก็ต้องมีแฟนคลับเป็นล้านคน”
“ต้องล้านคน ถึงจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันได้”
ครึ่งปีศาจเห็นฉู่ลั่วไม่พูดอะไรจึงหัวเราะเยาะ “ตกใจใช่ไหมครับ!
คุณรู้ไหมว่าการมีผู้ติดตามล้านคนนั้นยากแค่ไหน? ตอนนี้ผม…มีแค่
ห้าแสนคนเท่านั้นเอง”
“แถมยังเป็นในสถานการณ์ที่ผมต้องปิดบังว่าตัวเองเป็นครึ่ง
ปีศาจด้วย”
หากผู้ติดตามเหล่านี้รู้ว่าเขาเป็นครึ่งปีศาจ ก็อาจจะเลิกติดตาม
เขาได้
ดังนั้นก่อนที่จะเข้ามณฑลหนาน ตัวตนครึ่งปีศาจของเขาจะต้อง
ไม่ถูกเปิดเผยเด็ดขาด
เขาเดินตามหลังฉู่ลั่วพลางพูดจาจ้อกแจ้กอยู่พักใหญ่ กระทั่ง
เห็นฉู่ลั่วโยนยันต์ออกมาอีกครั้ง ทั้งคู่ก็ย้ายที่อีกครั้ง
ในช่วงเวลาอันสั้น ฉู่ลั่วมาปรากฏตัวบนยอดเขาแห่งหนึ่ง
บนยอดเขามีหญ้ารกครึ้มและต้นไม้สูงใหญ่
มีเพียงอาคารหลังหนึ่งที่มองเห็นราง ๆ ซ่อนอยู่ภายในนั้น
ครึ่งปีศาจถาม “ที่นี่คือที่ไหนครับ?”
ฉู่ลั่วเดินไปที่ค่ายกล และใช้มือสัมผัสดู
สีหน้าเธอแข็งค้างทันที
ไม่มีใครอยู่
ไม่มีทั้งปีศาจ…หรือผีด้วย
ครึ่งปีศาจเดินมาที่ค่ายกล พอแหงนหน้ามองก็เห็นตัวอักษรไม่กี่
ตัวที่โผล่พ้นพุ่มหญ้าออกมา “เมฆใสเฝ้ามองตะวัน?”
“ชื่อนี้คุ้น ๆ นะครับ! เหมือนผมเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน?”
ครึ่งปีศาจคิดอยู่สักพักแต่นึกไม่ออก
ฉู่ลั่วเปิดค่ายกลได้อย่างง่ายดาย แล้วพาเขาเดินเข้าไปข้างใน
“นี่บ้านคุณเหรอครับ?”
“อืม!”
บ้านหลังใหญ่นี้แม้จะเห็นว่าแต่เดิมมีกลิ่นอายโบราณ แต่ตอนนี้
มันรกร้างไปหมดแล้ว ไม่เหลือเค้าเดิมเลยแม้แต่น้อย
ฉู่ลั่วเดินฝ่ากลางทุ่งหญ้า ตรงไปยังห้องโถงหลัก
วัชพืชในลานบ้านแผ่ขยายไปถึงห้องโถงหลักแล้ว
เธอปล่อยมือ ร่างกายเคลื่อนไหวรวดเร็ว สำรวจดูภายในห้อง
อย่างฉับไว
ครึ่งปีศาจเห็นอย่างนั้นก็รีบพุ่งออกไปทันที ใครจะรู้ว่าพอถึงขอบ
ประตู เขาจะถูกค่ายกลขวางเอาไว้
“ให้ตายสิ ค่ายกลนี้แข็งแกร่งจริง ๆ !”
ขณะที่เขากำลังพยายามผ่านค่ายกลอีกครั้ง ฉู่ลั่วก็มาปรากฏตัว
ข้าง ๆ จับคอเสื้อของเขา แล้วพามาที่เนินเขาบ้านตระกูลฮั่วซึ่งอยู่
ติดกัน
ไม่มีใครอยู่
บ้านตระกูลฮั่วรกร้างยิ่งกว่าคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันเสียอีก
ถึงขนาดที่กำแพงพังทลายลงมา และอาคารก็ทรุดโทรม
ชัดเจนว่านี่เป็นสภาพจากการถูกโจมตี
ด้วยอำนาจของตระกูลฮั่ว ใครกันถึงสามารถและกล้ามาโจมตี
ตระกูลฮั่วได้
ฉู่ลั่วพุ่งเข้าไปในบ้านตระกูลฮั่ว
กำแพงรั้วพังทลาย อาคารเอียงกระเท่เร่ เฟอร์นิเจอร์พลิกคว่า มี
เลือดกระเซ็นบนผนัง ทุกที่ล้วนแสดงให้เห็นถึงความรีบร้อนในตอนที่
ออกไปจากสถานที่แห่งนี้
“ตระกูลฮั่วล่ะ?”
“ตระกูลฮั่วอะไรครับ?” ครึ่งปีศาจถามอย่างสงสัย
ฉู่ลั่ว “ตระกูลฮั่วของฮั่วเซียวหมิงไง!”
“อ๋อ! คุณหมายถึงตระกูลฮั่วนี้นี่เอง! ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้
เหมือนกัน แต่ตอนนั้นชื่อเสียงของตระกูลฮั่วที่อยู่ข้างนอกไม่ค่อยดี
นัก ดูเหมือนว่าตระกูลฮั่วเองก็จะมีการแย่งชิงอำนาจภายในด้วย ฮั่ว
เซียวหมิงเลยพาคนในตระกูลฮั่วไปที่มณฑลหนานครับ”
ครึ่งปีศาจยักไหล่ “เรื่องเล่าเกี่ยวกับตระกูลฮั่วบนอินเทอร์เน็ตมี
เยอะแยะ ทั้งดีทั้งไม่ดี ความคิดเห็นของคนทั่วไปที่มีต่อตระกูลฮั่วก็ไม่
ค่อยดีนักครับ”
ฉู่ลั่วขยับนิ้วมือ “โทรศัพท์ล่ะ?”
“ครับ?!”
“ฉันอยากดูความคิดเห็นเกี่ยวกับตระกูลฮั่วบนอินเทอร์เน็ต”
ครึ่งปีศาจยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา “ดูไม่ได้แล้วครับ ข่าวสาร
เกี่ยวกับฉู่ลั่วถูกควบคุมทั้งหมด ตอนนี้หาอะไรบนอินเทอร์เน็ตไม่เจอ
แล้ว”
เขามองสีหน้าฉู่ลั่ว “คุณเป็นแฟนคลับของฉู่ลั่วจริง ๆ สินะครับ!
งั้นคุณต้องระวังสักหน่อยนะ ความนิยมของฉู่ลั่วบนอินเทอร์เน็ตน่ะ
แบ่งเป็นสองขั้ว มีคนที่ชอบก็ชอบเธอเอามาก ๆ ส่วนคนที่ไม่ชอบเธอ
ก็ด่าทอไปถึงบรรพบุรุษสิบแปดชั่ว
โคตรแล้ว”