เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1815 ไม่นาน…แต่ก็ไม่สั้น
[หนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาก็ใช้ได้อยู่นะ!]
[เป็นลูกน้องของเทพธิดาน้อยหรือเปล่า]
ครึ่งปีศาจเห็นอย่างนั้น ก็รีบหยิบสมองกลของตัวเองออกมา แล้ว
ยิ้มกว้างพูดกับกล้องว่า “สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อไม่หลอกไม่ทิ้ง เป็น
ชื่อบัญชีของผม ทุกคนติดตามผมได้นะครับ!”
[ฮ่า ๆ ๆ! หนุ่มน้อยน่ารักจัง!]
[ลูกน้องของเทพธิดาน้อย ผมต้องติดตามแน่นอน!]
[ฮือ ๆ ๆ เทพธิดาน้อยกลับมาแล้ว เทพธิดาน้อยยังพาหนุ่มน้อย
หล่อ ๆ กลับมาด้วย!]
[ฮ่า ๆ ๆ !]
ไม่นานครึ่งปีศาจก็พบว่าผู้ติดตามบัญชีของตัวเองเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็ว
ฉู่ลั่วยิ้มน้อย ๆ ให้กล้อง “งั้นฉันจะเริ่มจับรางวัลแล้วนะคะ ใคร
อยากฟังเรื่องราวก็ร่วมจับรางวัลได้ กติกาการจับรางวัลยัง
เหมือนเดิม”
สองชั่วโมงต่อมา ฉู่ลั่วกำลังจะจบการไลฟ์
[เทพธิดาน้อยคะ คุณจะไลฟ์อีกไหมคะ?]
[เทพธิดาน้อยครับ ไลฟ์ครั้งต่อไปจะเป็นเมื่อไหร่ครับ?]
[เทพธิดาน้อย คุณจะไม่หายไปอีกใช่ไหม!]
[ฮือ ๆ ๆ เทพธิดาน้อยคะ ครั้งนี้ถ้าคุณจะไป ต้องบอกพวกเรา
ล่วงหน้านะคะ!]
ฉู่ลั่วชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างจริงจัง “ฉันจะไลฟ์สตรีมอีกค่ะ
ถ้าฉันจะไป จะบอกพวกคุณแน่นอน”
บนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อความหัวเราะ
ฉู่ลั่วปิดการไลฟ์สตรีมทันที
ครึ่งปีศาจกลืนน้าลายแล้วถามย้าเสียงเบา “คุณคือฉู่ลั่วใช่ไหม
ครับ?”
“อืม”
“ที่นี่คือคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันใช่ไหมครับ? คือฐานที่มั่น
ของฉู่ลั่วที่ใช้ชื่อเมฆใสเฝ้ามองตะวัน?”
“อืม!”
ถ้าเขาพูดถึงบ้านของตัวเองก็น่าจะใช่แหละ
ครึ่งปีศาจกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่สมองกลกลับดังติ๊ด ๆ ไม่หยุด
เขากดลงไปก็เห็นหน้าจอเสมือนปรากฏขึ้นกลางอากาศ
#สวัสดีทุกคน ฉันคือเมฆใสเฝ้ามองตะวัน#
#ฉู่ลั่วกลับมาแล้ว#
#ห้องไลฟ์สตรีมเมฆใสเฝ้ามองตะวัน#
#ฉู่ลั่ว#
ฉู่ลั่วไลฟ์ไปแค่สองชั่วโมง แต่ตอนนี้อันดับคำค้นหายอดฮิตสิบ
อันดับแรกเป็นเรื่องของเธอทั้งหมดแล้ว
“ลูกพี่ คุณจะเก่งเกินไปแล้ว!”
แฟนคลับล้านคนอะไรกัน!
แฟนคลับล้านคนเป็นแค่เรื่องตลกต่อหน้าลูกพี่ทั้งนั้น
แต่ฉู่ลั่วกลับมองออกไปข้างนอก “มีคนมาแล้ว”
มาเร็วจริง ๆ !
ไม่ใช่แค่คนสองคน แต่มีคนมากกว่ายี่สิบคนมารวมตัวกันอยู่
นอกค่ายกล
คนที่นำหน้าเป็นชายวัยกลางคน อายุราวสี่สิบกว่าปี
เขามองรอบ ๆ ค่ายกลแล้วโค้งคำนับ “รองหัวหน้าองค์กร
ศักดิ์สิทธิ์ เหลียงอัน มาขอพบ…ปรมาจารย์ฉู่”
เสียงลมพัดผ่าน แต่ไม่มีใครตอบรับ
เหลียงอันโค้งคำนับอีกครั้งแล้วร้องเรียกอีกรอบ
ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่บน
กำแพง มองลงมายังพวกเขาจากที่สูง
เป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่เหมือนกับผู้หญิงในรูปแขวนบนผนังของ
องค์กรทุกประการ ไม่มีความแตกต่างแม้แต่น้อย
เธอต่างจากภาพถ่ายที่เย็นชา
หญิงสาวตรงหน้านี้เพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความ
กดดัน
เขากลืนน้าลายลงคอ “ขอเชิญปรมาจารย์ฉู่ไปที่องค์กรสักครั้ง
ครับ”
ฉู่ลั่วก้มหน้าลงเล็กน้อย มองเหลียงอัน “ไปกันเถอะ!”
เหลียงอัน “…”
ง่ายขนาดนี้เลย?
ฉู่ลั่วกระโดดลงมาจากกำแพงอย่างแผ่วเบา มายืนตรงหน้าเหลี
ยงอัน “ไปกันเถอะ!”
แม้ว่าจะบรรลุเป้าหมายแล้ว แต่เหลียงอันกลับรู้สึกไม่สบายใจ
มาก
เขาโบกมือ รถเหาะหลายคันก็บินเข้ามา
เหลียงอันนั่งรถคันเดียวกับฉู่ลั่ว ส่วนคนอื่น ๆ นั่งรถคันอื่น
เหลียงอันเอียงหน้ามองฉู่ลั่ว ในใจเต้นรัวไม่หยุด
เธอช่างดูเยาว์วัยเหลือเกิน
ยังคงเยาว์วัยเหมือนเมื่อก่อน
ไม่ได้แก่ลงเลยสักนิด
“ฉันจากไปกี่ปีแล้ว?”
หลังถามเสร็จ ฉู่ลั่วก็ก้มหน้าลง ไม่ได้มองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
อีก
รถเหาะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เหลียงอันยังไม่ทันจะตอบอะไร
รถเหาะก็มาถึงจุดหมายแล้ว
เป็นสถานที่เดิมซึ่งเคยเป็นที่ทำการในตี้จิง มันไม่มีอะไร
เปลี่ยนแปลง เพียงแต่มีการสร้างตึกสูงกว่าร้อยชั้นขึ้นมาบนที่ตั้งเดิม
ตรงด้านหน้าตึกสูง มีป้ายขนาดใหญ่แขวนอยู่
‘องค์กรศักดิ์สิทธิ์’
ป้ายนั้นทั้งใหญ่ทั้งสว่างสดใส
รถเหาะลงจอดบนลานหน้าตึก
เหลียงอันจึงตอบคำถามก่อนหน้านี้ว่า “นับตั้งแต่ปรมาจารย์ฉู่
จากไป ก็ผ่านมายี่สิบสองปีแล้ว”
ยี่สิบสองปี
ฉู่ลั่วขยับนิ้วมือเล็กน้อย
ช่วงเวลานี้นับว่าไม่นาน…แต่ก็ไม่สั้น