เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1829 เกี่ยวข้องกับเมี่ยวเมี่ยว
แต่เขาเรียกไม่ออกหรอก
คนตรงหน้าทั้งอายุน้อย ทั้งสวย ทั้งเหมือนนางฟ้าขนาดนี้ จะให้
เขาเรียกป้าได้ยังไง
คนทั้งครอบครัวจึงเข้าไปข้างใน
ฉู่ลั่วมองการจัดวางภายในบ้านตระกูลซ่งผ่าน ๆ สายตาของเธอ
หม่นแสงลงเล็กน้อย
ตามมุมบางแห่ง พวกเขาถึงขนาดติดยันต์ไว้ด้วย ดูจากลักษณะ
ของยันต์แล้ว ล้วนเป็นยันต์ที่ขับไล่สิ่งชั่วร้าย
ฉิงจื่อฉิงจับมือของฉู่ลั่วไว้ ถามเรื่องต่าง ๆ มากมาย สุดท้ายจึง
ถอนหายใจพูดว่า “ดีแล้ว ๆ ยวนยวนคนนั้นก็ดีขึ้นเสียที หนูไม่รู้หรอ
กว่าคนมากมาย…”
“แม่ครับ” ซ่งจือหนานพูดขัดขึ้น “พี่ลั่วเพิ่งกลับมา แม่อย่าพูด
เรื่องพวกนี้เลย พวกเรากินข้าวกันเถอะ!”
“ได้ ๆ กินข้าวกัน ๆ”
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ ฉิงจื่อฉิงก็ยังอาลัยอาวรณ์ฉู่ลั่ว จึง
จับมือเธอเดินเล่นเพื่อย่อยอาหารอยู่ในสวน
ฉู่ลั่วจึงได้สังเกตเห็นว่าไม่ใช่เพียงในห้องเท่านั้น แม้แต่ในสวน
ของบ้านก็ยังมีการติดยันต์ขับไล่ไว้หลายที่
“ป้าฉิง มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในบ้านหรือคะ?” เธอถามเสียงเบา
ฉิงจื่อฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มขมขื่น “รู้อยู่แล้วว่าคง
ปิดบังหนูไม่ได้ ที่จริงแล้วฉันไม่อยากบอกหนูวันนี้ แต่ว่า…สุดท้ายมัน
ก็เกี่ยวข้องกับเมี่ยวเมี่ยว…”
“เมี่ยวเมี่ยว?”
ขณะที่กำลังพูดกันอยู่นั้น ซ่งจือหนานที่เดินตามหลังมาก็เดิน
เข้ามา “พี่ลั่ว ให้ผมเป็นคนพูดเองดีกว่า”
ทุกคนนั่งลงที่ศาลาด้านนอก
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจวิ้นสิง”
ซ่งจวิ้นสิงก้มหน้าด้วยสีหน้าเศร้าสลด ไม่พูดอะไร
“หลังพี่ลั่วเพิ่งจากไปไม่กี่ปี ตอนที่จวิ้นสิงอายุหกเจ็ดขวบ จู่ ๆ
เขาก็ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง แต่เดิมมียันต์ที่พี่ลั่วทิ้งไว้ให้ จวิ้นสิงจึง
ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง ใครจะรู้ว่า…จวิ้นสิงจะถูกลักพาตัวไป”
ไม่ใช่วิญญาณร้าย แต่เป็นฝีมือมนุษย์ พวกวิญญาณร้ายก็เลย
ไม่สำคัญอีกต่อไป
ซ่งจือหนานหัวเราะเยาะ “หลังจากพวกโจรลักพาตัวจวิ้นสิงไป
แล้ว ก็โยนเขาเข้าไปใน วิชาค่ายกล คนนอกไม่สามารถตรวจสอบ
ได้ พวกเขาไม่ได้มาหาผม แต่กลับไปหาเมี่ยวเมี่ยว”
ฉู่ลั่วมีสีหน้าเคร่งขรึม
“เพื่อช่วยจวิ้นสิง เมี่ยวเมี่ยวจึงออกจากคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวัน หลังจากนั้นก็หายตัวไป”
“ต่อมาเกิดเรื่องอะไรขึ้นพวกเราก็ไม่รู้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม หนึ่ง
สัปดาห์ต่อมาจวิ้นสิงก็กลับบ้าน”
“แต่ว่า…ที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย”
ซ่งจวิ้นสิงก้มหน้า เอ่ยเสียงแผ่วว่า “ผมจำได้แค่ว่าป้าเล็กมาหา
บอกว่าจะพาผมไป พวกเราสองคนวิ่งออกมาจากค่ายกล แล้วก็มี
พวกนักพรตไล่ตามมา”
“หลังจากนั้นป้าเล็กก้บอกผมว่าให้ผมเป็นเด็กดี แล้วผมก็หมด
สติไป พอตื่นขึ้นมาอีกที ผมก็อยู่ที่บ้านแล้ว”
ตอนนั้นเขาอายุหกเจ็ดขวบ จึงจดจำได้หลายเรื่อง
เขาจำได้ว่าป้าเล็กที่น่ารักเดินทะลุกำแพงมา ตบหัวเขาเบา ๆ
และบอกว่าไม่ต้องกลัว
เขายังจำได้ว่าป้าเล็กพูดอย่างโมโห ว่าพอกลับไปได้จะต้องแก้
แค้น
ความทรงจำสุดท้ายคือป้าเล็กเอามือเท้าเอวพูดกับเขาอย่าง
จริงจังว่า ให้เขาเป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าทำให้พ่อแม่กับปู่ย่า
โกรธ
ซ่งจวิ้นสิงจำได้ทั้งหมด
แต่เขาไม่รู้ว่าป้าเล็กเป็นอย่างไรบ้าง
เขาไม่รู้ว่าภายใต้การไล่ล่าของนักพรตมากมาย ป้าเล็กจะหนี
ออกมาและส่งเขากลับบ้านตระกูลซ่งได้อย่างไร
เขารู้แค่ว่า หลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอป้าเล็กอีกเลย
“พี่ลั่ว หลายปีมานี้พวกเราพยายามทุกวิถีทางหาข่าวของพี่สาว
ผม แต่ก็ไม่มีข่าวคราวเลย”
ไม่เพียงไม่มีข่าว แต่ยังถูก…หลอกอีกหลายครั้ง
มีคนหลอกเอาเงิน
มีคนที่หลอกเอาโครงการ
มีคนที่หลอกเอายันต์
ฉิงจื่อฉิงก้มหน้าลงพลางสะอื้น
ทำไมชะตาชีวิตของเมี่ยวเมี่ยวถึงได้ลำบากขนาดนี้
“ลั่วลั่ว ฉันรู้ว่าหนูเพิ่งกลับมาและมีเรื่องต้องจัดการมากมาย แต่
เรื่องของเมี่ยวเมี่ยว…” ฉิงจื่อฉิงพูดไปพลางร้องไห้ไป
ฉู่ลั่วจับมือของเธอไว้ “ป้าฉิงคะ อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย เดี๋ยวหนู
จะไปถามปรโลกสักหน่อย”
พูดจบเธอก็ปล่อยมือของฉิงจื่อฉิง แล้วก็หายวับไปทั้งร่าง