เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1828 ป้าลั่ว
“ในทางกลับกัน มณฑลหนานก็ยอมประนีประนอมให้มีการเปิด
ค่ายกลของมณฑลหนานทุกปี”
ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าว
“การแข่งขันนี้เป็นมณฑลหนานที่เสนอขึ้นมา เรื่องจำนวนคน
มณฑลหนานก็เป็นคนกำหนด”
“แต่วิธีการแข่งขันและกฎกติกา คนภายนอกเป็นคนกำหนด”
“เป็นการจัดการแข่งขันร่วมกันระหว่างรัฐบาลและบริษัทเอกชน”
ฉู่ลั่ว “ทำไมซู่เซี่ยงหยางถึงไปมณฑลหนานล่ะคะ?”
“มีหลายเหตุผล ที่สำคัญที่สุดคือลัทธิเต๋ามีอิทธิพลมาก องค์กร
ไม่สามารถควบคุมลัทธิเต๋าได้แล้ว จึงต้องเสนอให้นักพรตจากลัทธิ
เต๋ามาเป็นหัวหน้าองค์กร”
ซู่เซี่ยงหยางเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีความสามารถในการบำเพ็ญ
ก่อนหน้านี้ที่สามารถกดดันลัทธิเต๋าและองค์กรได้ ก็เพราะมีฉู่ลั่วอยู่
ด้วยทั้งนั้น
พอฉู่ลั่วจากไป คนในลัทธิเต๋าก็เริ่มโลเล ประกอบกับพลัง
วิญญาณที่หลั่งไหลมา พวกเขาก็ยิ่งไม่สนใจซู่เซี่ยงหยางเลย
และตอนนั้น มณฑลหนานก็เกิดเรื่องขึ้นอีก
ซู่เซี่ยงหยางจึงขอมาที่มณฑลหนานเอง
“ตอนนี้องค์กรแบ่งออกเป็นสองส่วน ทางฝั่งมณฑลหนานเปิด
ค่ายกลแค่ปีละครั้ง ดังนั้นคนภายนอกจึงไม่ค่อยยอมรับองค์กรสาขา
มณฑลหนาน”
ลัทธิเต๋าเองก็ไม่ยอมรับ
คนธรรมดาก็ไม่ยอมรับด้วยแน่นอน
ไจ๋ฉางพูดช้า ๆ บางครั้งก็พูดด้วยความโกรธ บางครั้งก็เยาะเย้ย
ฉู่ลั่วจึงเข้าใจเรื่องราวคร่าว ๆ แล้ว
หลังจากไจ๋ฉางเล่าเสร็จ ก็หันมามองฉู่ลั่ว “เจ้านิกายต้องการเข้า
ไปที่มณฑลหนานเท่านั้นเหรอ?”
“ค่ะ”
“ไม่สนใจเรื่องอื่นแล้วเหรอ?” ไจ๋ฉางพูดด้วยน้าเสียงที่แฝงความ
โกรธอยู่เล็กน้อย “ลัทธิเต๋าวุ่นวายขนาดนี้ คุณก็ไม่สนใจแล้วเหรอ?
องค์กรวุ่นวายขนาดนี้ คุณก็ยังไม่สนใจอีก”
ฉู่ลั่วสีหน้าเรื่อยเฉื่อย “ไม่สนใจค่ะ”
ไจ๋ฉาง “…”
เขาโกรธจนลุกขึ้นยืน เดินเร็ว ๆ ไปทางด้านนอก “เจ้านิกาย
ตอนนี้คุณยังเป็นเจ้านิกายของลัทธิเต๋าอยู่หรือเปล่า?”
พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป
ผ่านไปไม่กี่นาที ประตูห้องพักของโรงแรมก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ฉู่ลั่วเดินไปเปิดประตู จากนั้นดวงตาของเธอก็สว่างขึ้นเล็กน้อย
ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าส่งยิ้มให้ “พี่ลั่ว!”
“พ่อกับแม่บอกว่าคุณกลับมาแล้ว ไม่สมควรจะพักอยู่ข้างนอก
ต้องมาพักอยู่ที่บ้าน ก็เลยให้ผมมารับคุณ”
ฉู่ลั่วชะงักเล็กน้อย เธอมองผมสีขาวของซ่งจือหนานแล้วถามว่า
“ตอนนี้การย้อมผมสีขาวกำลังเป็นที่นิยมหรือ?”
ซ่งจือหนานลูบผมตัวเองแล้วหัวเราะเบา ๆ “ใช่แล้ว ๆ!”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอสามารถแยกแยะได้ว่าผมสีขาวนั้นเป็นผมย้อมหรือไม่
ตอนที่เธอจากไป คิดว่าตัวเองจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
แต่ไม่คิดว่าพอกลับมา ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเลย
สักอย่าง
ตระกูลซ่งได้ย้ายที่อยู่ใหม่
ก่อนหน้านี้ตระกูลซ่งอาศัยอยู่ในย่านคนรวยของเมืองเจียง แต่
ตอนนี้แม้จะยังเป็นคฤหาสน์หรูหรา แต่ก็ไม่ได้อยู่ในย่านคนรวยอีก
ต่อไป
ฉู่ลั่วมองตำแหน่งที่ตั้งของคฤหาสน์ที่ตระกูลซ่งอาศัยอยู่ใน
ปัจจุบัน
ทำเลดีมาก แต่ไม่เอื้อต่อการเงิน แต่ก็เอื้อต่อเรื่องสุขภาพ
รถยังไม่ทันจะขับมาถึงที่หมาย ฉู่ลั่วก็เห็นคนตระกูลซ่งยืนอยู่
หน้าคฤหาสน์แล้ว
ซ่งจือหนานยิ้มและพูดว่า “ตั้งแต่พ่อแม่รู้ว่าคุณกลับมา ก็เร่งให้
ผมไปตามหาคุณ ตอนนี้รู้ว่าพี่ลั่วมา พวกเขาคงรอไม่ไหวแน่ ๆ”
พอลงจากรถ
ฉิงจื่อฉิงที่ผมหงอกขาว แม้ร่างกายจะยังดีอยู่ แต่การเดินช้าก็ลง
ไปมาก
เธอเข้ามาจับมือฉู่ลั่วทันที มองสำรวจขึ้น ๆ ลง ๆ “ในที่สุดหนูก็
กลับมาแล้ว ในที่สุดก็กลับมา! หนูนี่นะ ไปตั้งหลายปี แต่ไม่รู้จักส่ง
ข่าวคราวมาบ้างเลย?”
แน่นอนว่าเป็นเพราะเธอส่งข่าวมาไม่ได้
“ป้าฉิง หนูผิดเองค่ะ”
ซ่งอวิ๋นชิงก็ขมวดคิ้ว “เธอกลับมาแล้วก็ควรรีบมาหาพวกเราสิ
โดยเฉพาะตอนมาถึงเมืองเจียงก็ไม่มาหาพวกเราอีก”
ฉู่ลั่ว “หนูตั้งใจจะมาหาป้าฉิงกับลุงซ่งอยู่แล้ว แต่เพราะติดธุระ
บางอย่าง หนูก็เลยมาไม่ทัน”
ซ่งจือหนานถือกระเป๋าเดินทางของฉู่ลั่วลงมา
ฉู่ลั่วมีของไม่มาก ใช้กระเป๋าเดินทางแค่ใบเดียวก็พอ
เลขาเสี่ยวลู่ตอนนี้เป็นภรรยาของซ่งจือหนานแล้ว เธอดึงลูกชาย
ที่อยู่ข้าง ๆ มา “พี่ลั่วคะ นี่จวิ้นสิง จวิ้นสิงรีบมาทักทายป้าลั่วสิ”
ซ่งจวิ้นสิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “ป้า…ป้าลั่ว”