เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1833 อัลไซเมอร์
เขายืนตะลึงอยู่กับที่ ได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาของฉู่ลั่วเอ่ยมา “พี่
ใหญ่ หนูกลับมาแล้ว”
ฉู่เหิงที่อายุเกินห้าสิบปีไปแล้ว รู้สึกปวดร้าวในใจ แม้แต่ดวงตาก็
เริ่มแสบร้อน
ก่อนที่เขาจะพูดอะไร คนคนหนึ่งก็วิ่งออกมา “ลั่วลั่ว! ลั่วลั่วของ
แม่กลับมาแล้ว”
ซ่งเชียนหย่าก้าวเท้าอย่างสับสน วิ่งตรงไปหาฉู่ลั่ว เส้นผมของ
เธอสยายไม่เป็นทรง ไม่เห็นท่าทางของผู้หญิงสูงศักดิ์เลยสักนิด พอ
มาถึงก็คว้ามือของฉู่ลั่วไว้ “ลั่วลั่ว ลั่วลั่ว ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่อยู่ตรง
นี้ ไม่มีใครกล้ารังแกลูกหรอก แม่จะดูว่าใครยังกล้ารังแกลูกอีก”
เธอดึงฉู่ลั่วเข้าไปในบ้าน พลางมองรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง มอง
ทุกคนราวกับเป็นคนไม่ดี
ฉู่ลั่วถูกเธอลากเข้าไปในบ้าน แต่สายตากลับมองไปที่ฉู่เหิง
ฉู่เหิงถอนหายใจอย่างเจ็บปวด แล้วพูดกับฉู่ลั่วเงียบ ๆ ว่า
“โรคอัลไซเมอร์”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอถูกซ่งเชียนหย่าลากขึ้นไปชั้นบน
เป็นประตูห้องของฉู่ลั่ว
“ลั่วลั่ว ลูกดูสิ เสื้อผ้าที่แม่เตรียมไว้ให้ลูกเป็นแบบที่ลูกชอบใส่
ทั้งนั้น มีครบทุกฤดูกาลเลยนะ แล้วก็เตียงอันนี้ โต๊ะเครื่องแป้งอันนี้…
ทั้งหมดเป็นของใหม่”
“ลูกคือสมบัติที่แม่รักที่สุด แม่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดในโลกนี้ให้ลูก
แน่นอน”
ห้องเสื้อขนาดใหญ่เต็มไปด้วยเสื้อผ้ามากมาย
“ลั่วลั่ว ชอบไหมลูก?”
ในห้องเสื้อ ซ่งเชียนหย่าหันกลับมา ใบหน้าที่ดูแก่ลงเล็กน้อยมี
รอยยิ้มเอาใจ “ถ้าลั่วลั่วไม่ชอบ แม่จะให้พวกเขาเปลี่ยนใหม่ ลั่วลั่ว
ชอบแบบไหน ก็บอกแม่ได้เลยนะ”
ฉู่เหิงกับฉู่เหว่ยฮ่าวยืนดูอยู่ด้านหลัง ในใจรู้สึกเศร้าเล็กน้อย
ฉู่เหิงพูดขึ้นว่า “แม่มีปมในใจ พอแก่ตัวลงก็เป็นแบบนี้”
“โดยเฉพาะไม่กี่ปีมานี้ อาการยิ่งรุนแรงขึ้น ทุกคืนจะผลาตื่นและ
เรียกชื่อเธอ ตอนกลางวันพอเห็นเด็กสาวอายุประมาณเธอ ก็คิดว่า
เหมือนกับเธอ พยายามลากตัวคนอื่นกลับบ้านสุดชีวิต”
ฉู่เหว่ยฮ่าวพูดอย่างเศร้าใจ
“ลั่วลั่ว ไม่ชอบหรือ?”
ซ่งเชียนหย่ามองฉู่ลั่วด้วยความกังวล “งั้นเราไปหาอันที่ลั่วลั่ว
ชอบกันเถอะ”
เธอจูงมือฉู่ลั่วเดินออกไปข้างนอก
แต่ยังไม่ทันออกจากห้อง ยันต์แผ่นหนึ่งก็ถูกแปะลงบนท้ายทอย
ของซ่งเชียนหย่า เธอล้มไปด้านหลัง แต่ฉู่ลั่วรับไว้ได้ทัน
“เธอไม่ได้เป็นโรคอัลไซเมอร์ค่ะ แต่ถูกคนใช้ยันต์พลังหยิน”
……
ซ่งเชียนหย่านอนนิ่งอยู่บนเตียง
ฉู่เหว่ยฮ่าวค่อย ๆ ห่มผ้าให้เธออย่างเบามือ เห็นภรรยาไม่ขมวด
คิ้วและละเมอเหมือนแต่ก่อน ในใจก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
เขาเดินลงบันได และเห็นลูกชายคนโตที่อายุเกินห้าสิบปีแล้ว
กำลังคุยอยู่กับลูกสาวคนเล็กที่ยังดูอ่อนเยาว์
ทั้งสองคนอาบไล้ด้วยแสงแดดยามเช้า ดูราวกับความฝัน
ลูกสาวคนเล็กกลับมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อเห็นเขาเดินลงมา ฉู่เหิงก็ถามว่า “แม่หลับแล้วเหรอครับ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวพยักหน้า “เป็นอย่างที่ลั่วลั่วบอกจริง ๆ หลังจากติด
ยันต์แล้ว แม่ของแกก็นอนหลับได้แม้แต่ตอนกลางวัน แถมยังหลับได้
อย่างสบายด้วย”
เมื่อสามปีก่อน จู่ ๆ ภรรยาของเขาก็ละเมอตะโกนชื่อของลั่วลั่ว
หลังจากนั้นเธอก็ไม่สามารถนอนหลับได้ แม้จะหลับก็มักฝันร้าย
หมอบอกว่าเป็นอาการปกติของคนแก่
จากนั้นพอภรรยาของเขาเริ่มจำคนไม่ได้ หมอก็บอกว่าเป็น
โรคอัลไซเมอร์
พวกเขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
ใครจะรู้ว่าลั่วลั่วกลับบอกว่าทุกอย่างเป็นเพราะ ‘ยันต์พลังหยิน’
นี่เป็นวิธีการของลัทธิเต๋า ไม่ใช่ว่าร่างกายและสมองของภรรยา
เขามีปัญหาแต่อย่างใด
“ลั่วลั่ว หลายปีที่ผ่านมาเธอสบายดีหรือเปล่า?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวไม่ได้ถามเรื่องของซ่งเชียนหย่าทันที แต่กลับถาม
เรื่องนี้
ฉู่ลั่วตอบเขา “สบายดีค่ะ”
“สิ่งที่เธออยากทำ ทำสำเร็จแล้วหรือยัง?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “สำเร็จแล้วค่ะ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวยิ้มอย่างเมตตา “งั้นก็ดีแล้ว”
“กินข้าวเช้าหรือยัง? อยากกินที่บ้านไหม? เธอไม่ได้บอกหรือว่า
ต้องรอจนถึงตอนเย็นถึงจะไปกำจัดยันต์พลังหยินได้? จะได้ให้พี่ใหญ่
ของเธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับที่บ้านให้ฟังด้วย”