เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1834 คืนลูกสาวฉันมา
ฉู่เหิงมองฉู่ลั่วด้วยเช่นกัน
ตอนนี้เขามองฉู่ลั่วเหมือนกับมองลูกสาว
“ลั่วลั่วคิดยังไง?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ได้ค่ะ”
หลังจากที่เธอตกลง ฉู่เหว่ยฮ่าวที่ปกติมักแสดงท่าทางสงบนิ่งก็
เปลี่ยนน้าเสียงเป็นตื่นเต้น “พ่อจะให้ห้องครัวเตรียมอาหารเดี๋ยวนี้
เธอยังชอบกินอาหารแบบเดิม ๆ อยู่ใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ฉู่เหว่ยฮ่าวรีบเดินไปที่ห้องครัวอย่างรวดเร็ว
ฉู่เหิงบอก “พ่อคงจะดีใจมากแน่”
ฉู่ลั่วรู้สึกหนักใจอยู่บ้าง
เธอมองท่าเดินของฉู่เหว่ยฮ่าว แม้จะเดินเร็วแต่ก็ดูโอนเอน เป็น
ลักษณะการเดินของคนที่มีอายุมากแล้ว
ฉู่ลั่วละสายตามา “พี่ใหญ่ ช่วยเล่าเรื่องที่บ้านให้หนูฟังหน่อยสิ”
ฉู่เหิงพยักหน้า “จริง ๆ แล้วที่บ้านก็ดีทุกอย่าง ไม่มีอะไร
เปลี่ยนแปลงมากนัก และหลายปีมานี้…ก็มีคนแอบอ้างเป็นเธอเยอะ
เหมือนกัน”
“ตอนแรกมันก็เป็นแค่ข่าวลือ ต่อมาก็มีคนหน้าตาคล้าย…มีคน
หน้าตาเหมือนเธอมากและยังใช้วิชาอาคมได้ด้วย”
“คนคนนั้นไลฟ์โชว์วิชาอาคมของตัวเองทางอินเทอร์เน็ต หลอก
คนไปได้เยอะเลย”
ฉู่เหิงยิ้มขื่น “แต่เธอวางใจได้ ถึงนักต้มตุ๋นพวกนี้จะหลอกใคร
แต่ก็ไม่กล้ามายุ่งกับตระกูลฉู่ของเราหรอก”
ข่าวซุบซิบเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างตระกูลฉู่กับฉู่ลั่วแพร่
สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว
มีการปรุงแต่งเรื่องราวและวิเคราะห์กันต่าง ๆ นานา แม้
กระบวนการจะแตกต่างกัน แต่ข้อสรุปก็ตรงกันหมด
คือตระกูลฉู่ไม่ชอบฉู่ลั่ว
และฉู่ลั่วมีความแค้นกับตระกูลฉู่
ฉู่ลั่ว “…มีคนถูกหลอกเยอะเหรอคะ?”
ฉู่เหิงพยักหน้า “คนที่มีความเกี่ยวข้องกับเธอแม้เพียงเล็กน้อยก็
ยังถูกหลอกเกือบหมด ไม่ต้องพูดถึงพวกคนในโลกออนไลน์
ภายหลัง…ทางรัฐบาลต้องออกมาจัดการ ถึงได้เปิดโปงแผนการ
หลอกลวงของคนคนนี้ได้”
“ความจริงแล้วเธอเป็นนักพรตเต๋าที่ศัลยกรรมให้หน้าตาเหมือน
เธอ”
หน้าตาเหมือนฉู่ลั่ว และยังใช้วิชาอาคมได้
คนที่ไม่คุ้นเคยกับฉู่ลั่ว ย่อมถูกหลอกแน่นอน
“แล้วนักพรตคนนั้นเป็นยังไงบ้างคะ?”
“ถูกตัดสินจำคุกน่ะสิ! ได้ยินมาว่าหลังจากเข้าคุกได้ไม่นาน คน
ก็เสียสติไปเลย”
เขาส่ายหัว ดวงตาฉู่ลั่วสว่างวาบขึ้น แต่ไม่ได้ถามอะไรเขาต่อ
หลังจากนั้นสักพัก ฉู่ลั่วก็โทรศัพท์ไปหาตระกูลซ่ง เล่า
สถานการณ์ของตระกูลฉู่ให้ฟัง
ฉิงจื่อฉิงถอนหายใจแล้วพูดว่า “หนูไปอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาบ่อย
ๆ หน่อยนะ”
“ค่ะ”
“ลั่วลั่ว…” ฉิงจื่อฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดออกมา “ป้ารู้ว่าพวกเขา
เคยปฏิบัติไม่ดีกับหนู ป้าก็ไม่อยากพูดอะไรให้หนูอภัยพวกเขาหรอก
นะ…”
ฉิงจื่อฉิงยังพูดไม่ทันจบ ฉู่ลั่วก็พูดต่อ “ป้าฉิง หนูเข้าใจค่ะ”
ฉิงจื่อฉิง “งั้นหนูก็ไปอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาหน่อยเถอะ”
“ค่ะ”
ในคืนนั้น
ซ่งเชียนหย่านอนอยู่บนเตียงมาทั้งวันแล้ว นี่เป็นการหลับที่ดีและ
หาได้ยากของเธอ
แม้แต่คิ้วของเธอก็ยังคลายออก
ฉู่เหว่ยฮ่าวและฉู่เหิงตามหลังฉู่ลั่วเข้ามา เห็นเธอเดินไปนั่งข้าง
เตียง ยื่นมือไปดึงแผ่นยันต์ที่ติดอยู่บนตัวซ่งเชียนหย่าออก
เพียงแค่สองวินาทีหลังจากดึงแผ่นยันต์ออก ซ่งเชียนหย่าที่นอน
อยู่บนเตียงก็ขมวดคิ้วทันที
“ลั่วลั่ว ลั่วลั่ว…”
เธอพึมพำชื่อของฉู่ลั่ว “แม่ผิดไปแล้ว ลั่วลั่ว กลับมาสิลูก!”
ฉู่เหิงกับฉู่เหว่ยฮ่าวมองไม่ออก แต่ฉู่ลั่วเห็นได้ชัดเจนว่าบนคอ
ของซ่งเชียนหย่ามีอักขระวงหนึ่ง มันกำลังเปล่งแสงสีทองอ่อน ๆ อยู่
“ฉันจะไปดูหน่อยค่ะ”
เธอพูดกับพวกเขา
ทั้งคู่พยักหน้า
ฉู่ลั่วใช้นิ้วแตะที่อักขระบนคอของซ่งเชียนหย่า
เธอเข้าไปในความฝันของซ่งเชียนหย่าผ่านทางอักขระโดยตรง
ทันทีที่เข้าไป เธอพบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล
เธอมองรอบ ๆ และกำลังจะพูดบางอย่าง แต่เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง
อุ้มทารกแรกเกิดเดินไปทางประตูอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน ผู้หญิงอีกคนก็เดินโซเซตามมา เรียกน้าเสียงแหบแห้ง
“คืนลูกสาวฉันมานะ อย่าเอาเธอไป”
“ลูกของฉัน”
นั่นคือซ่งเชียนหย่า
เป็นซ่งเชียนหย่าที่เพิ่งคลอดลูก
ซ่งเชียนหย่าวิ่งไปที่ประตูโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถวิ่งออกไป
ได้ ค่ายกลที่มองไม่เห็นกั้นเธอเอาไว้ ไม่ว่าเธอจะพยายามทุบแรงแค่
ไหน ก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้