เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1845 แค่ก าจัดฉู่ลั่วได้
“ก็นะ เป็นถึงหัวหน้าองค์กรรุ่นแรก จะมีความสามารถขนาดนี้ก็
ไม่แปลก”
“หัวหน้าองค์กรรุ่นแรกเก่งขนาดนี้ ก็เป็นเรื่องดีสำหรับองค์กร”
“เอาล่ะ ไปทำงานได้แล้ว!”
“ฉันเองก็ต้องออกไปธุระเหมือนกัน”
ซ่งหวายพูดจบก็ออกจากห้องประชุมไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แถม
ยังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในองค์กรอย่างอ่อนโยนอีกสองสามประโยค
กระทั่งเขาเข้าไปในลิฟต์และอยู่เพียงคนเดียว สีหน้าของเขาก็
เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
พอเข้าไปในลานจอดรถใต้ดินได้ เขาก็หยิบยันต์แผ่นหนึ่ง
ออกมา ใช้นิ้วสองนิ้วคีบไว้แล้วเริ่มจุดไฟเผา
“มีอะไร?”
ยันต์สื่อสารใช้งานได้ดีกว่าสมองกลและโทรศัพท์มือถือ
ยันต์สื่อสารจะไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ เอาไว้
ซ่งหวายพูดด้วยน้าเสียงที่แฝงความเคารพเล็กน้อย
“ฉู่ลั่ว ผ่านการแข่งขันแล้วครับ”
“ฉันเห็นแล้ว”
แม้ว่าน้าเสียงของอีกฝ่ายจะนุ่มนวล แต่ซ่งหวายกลับรู้สึก
หวาดกลัว “แล้วตอนนี้ควรทำอย่างไรต่อครับ? ต้องให้องค์กรออก
หน้าอีกครั้งหรือเปล่า?”
“ไม่ต้องหรอก เรื่องนี้คุณไม่ต้องยุ่งแล้ว ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า
องค์กรของคุณให้ดีก็พอ”
พูดจบ ยันต์สื่อสารก็มอดไหม้จนหมด
ซ่งหวายไม่ได้รู้สึกโล่งอกเพราะคำพูดของอีกฝ่าย แต่กลับรู้สึก
ตกใจมากเพราะคำพูดนั้น
เขาคิดอยู่สักครู่ แล้วจุดยันต์สื่อสารอีกแผ่น
แต่ยันต์สื่อสารกลับไม่ติดไฟเลย สีหน้าของเขาจึงดูแย่ลงเรื่อย ๆ
“ผมยังมีประโยชน์ ผมยังมีประโยชน์อยู่”
เขาพูดซ้าไปซ้ามา แต่ไม่ว่าจะใช้พลังวิญญาณมากแค่ไหน ยันต์
ก็ไม่ยอมลุกไหม้
“ผมยังมีประโยชน์จริง ๆ นะ ขอโอกาสให้ผมอีกครั้งเถอะ ท่าน
เทพ ได้โปรดให้โอกาสผมอีกครั้ง”
เขามองไปรอบ ๆ ด้วยน้าตานองหน้า
เทพมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง อีกฝ่ายต้องรับรู้ถึงความจริงใจของเขา
แน่นอน
แต่ว่า…
มันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยันต์ของเขายังคงจุดไฟไม่ติด
ซ่งหวายน้าตาไหลอาบแก้ม “แค่กำจัดฉู่ลั่วได้”
“ท่านเทพ ขอแค่กำจัดฉู่ลั่วได้ ก็จะเป็นการพิสูจน์ความสามารถ
ของผมได้แล้ว”
ยังไม่มีเสียงใดตอบกลับมา
แต่ซ่งหวายกลับมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมในดวงตา
เขาสตาร์ทรถทันที ก่อนจะออกจากลานจอดรถใต้ดินแล้วมุ่ง
หน้าไปยังเมืองเจียง
……..
ฉู่ลั่วกำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะ แล้วจู่ ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นมอง
ออกไปข้างนอก
ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น เงาร่างหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ จ้อง
มองตรงมาที่บ้านตระกูลฉู่
หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้น คือจ้องมองมาที่เธอ
“ลั่วลั่ว เป็นอะไรไป”
ซ่งเชียนหย่ามองมาด้วยความเป็นห่วง
คนตระกูลฉู่ทั้งหมดก็มองตามสายตาของฉู่ลั่วไปด้วย
ฉู่ลั่ววางชามในมือลง พูดกับคนตระกูลฉู่ว่า “หนูจะออกไปข้าง
นอก เดี๋ยวกลับมาค่ะ”
คนตระกูลฉู่ก็เดินตามฉู่ลั่วออกไป และเห็นคนคนหนึ่งที่ลอยอยู่
กลางอากาศ
ฉู่เหิงจำได้ทันที “ซ่งหวาย หัวหน้าองค์กรศักดิ์สิทธิ์ เขามักจะ
ปรากฏตัวบนสื่อบ่อย ๆ ได้ยินมาว่าเป็นคนที่มีความสามารถสูงสุดใน
องค์กรตอนนี้เลย”
“เขาเป็นคนธรรมดาที่จู่ ๆ ก็มีพลังบำเพ็ญ”
“เป็นอัจฉริยะของลัทธิเต๋า”
ซ่งเชียนหย่าพูดว่า “ลั่วลั่วจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ฉู่จ้านตอบว่า “ไม่หรอกครับ! ลั่วลั่วเก่งมากอยู่แล้ว”
พวกเขาทั้งหมดมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ฉู่ลั่วก็เหาะขึ้นไปกลางอากาศแล้วเหมือนกัน
ซ่งหวายมองฉู่ลั่วแล้วพูดว่า “ฉู่ลั่ว เธอไม่ควรกลับมา ถ้าเธอไม่
กลับมาก็ไม่ต้องตายด้วยน้ามือฉันแล้ว”
“คราวนี้เธอก็จะเป็นบุคคลลึกลับที่สุดขององค์กรตลอดไป”
“ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ถูกฉันเอาชนะและตกจากตำแหน่ง”
ฉู่ลั่วพูด “หัวหน้าองค์กรซ่งเหมือนจะความจำไม่ค่อยดีนะคะ เรื่อง
ที่ฉันไปองค์กรครั้งที่แล้ว คุณลืมไวขนาดนั้นเลยหรือ?”
ซ่งหวาย “…”
“ครั้งที่แล้วฉันแค่ประมาทไปชั่วครู่ แต่คราวนี้…”
“งั้นก็ประมาทต่อไปสิคะ!”
พูดจบฉู่ลั่วก็ปรากฏตัวต่อหน้าซ่งหวายทันที เธอยกมือขึ้นเบา ๆ
แล้วโจมตีใส่ซ่งหวาย
ซ่งหวายถูกโจมตีจนพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูหลุด
ออกจากศร
ฉู่ลั่วไม่สนใจจุดที่ซ่งหวายตกลงไป แต่หันหลังเดินเข้าบ้าน แล้ว
พูดกับคนตระกูลฉู่ว่า “กินข้าวกันเถอะค่ะ!”
ฉู่จ้าน “…นี่มัน ‘เหล้าอุ่นฆ่าหัวซยง’ ในชีวิตจริงหรือเปล่า?”
“แต่นี่ข้าวอุ่นฆ่าซ่งหวาย!”