เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1844 จะมีความสามารถขนาดนี้ก็ไม่แปลก
ทันทีที่คำว่า “ผ่าน” ปรากฏขึ้น ฉู่ลั่วก็ปิดไลฟ์ทันที
[เอ๊ะ! ทำไมถึงปิดไลฟ์ไปแล้วล่ะ]
[สมแล้วที่เป็นสไตล์ของเทพธิดาน้อย ไม่ยอมไลฟ์ต่อแม้แต่วินาที
เดียว]
[ใจเย็น ๆ นี่แหละสไตล์ของเทพธิดาน้อย]
[ผ่านไปหลายปีขนาดนี้ ฉันกลับไม่รู้สึกแปลกใจเลย!]
[กลับรู้สึกคิดถึงด้วยซ้า!]
[ฉู่ลั่วทำแค่นี้ก็สวดส่งวิญญาณได้แล้วเหรอ? ไม่ได้ใช้คาถา
ไม่ได้สวดมนตร์อะไรเลย! นี่จะเรียกว่าสวดส่งวิญญาณได้ยังไง เป็น
การสวดส่งวิญญาณด้วยกำลังหรือ?]
ยมทูตรับวิญญาณหลายตนปรากฏตัวขึ้น กำลังจะพาผีหนุ่มและ
ผีผู้หญิงไป
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้ยว่า “ฉันมีคำถามสองสามข้อที่อยากจะถามเขา”
ยมทูตรับวิญญาณรีบกล่าวว่า “เชิญท่านอาจารย์”
ฉู่ลั่วเดินตรงไปหน้าผีหนุ่มและถาม “ใครสอนให้คุณฆ่าล้างคน
ทั้งหมู่บ้านเพื่อแก้แค้น?”
ผีหนุ่ม “เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง”
“เด็กผู้ชาย?”
ผีหนุ่มพยักหน้า “เด็กผู้ชายอายุประมาณสิบขวบ เขาถามฉันว่า
อยากแก้แค้นไหม เขาจะช่วยฉัน ฉันก็เลยฆ่าคนทั้งหมู่บ้านตามที่เขา
บอก”
ยมทูตนำวิญญาณทั้งสองดวงไป
หมู่บ้านหวงอันกลับสู่ความสงบอีกครั้ง
ซ่งจือหนานขับรถไปส่งฉู่ลั่วกลับตระกูลฉู่
เมื่อเห็นว่าคนตระกูลฉู่ทั้งหมดยืนรออยู่ข้างนอก เขาก็โบกมือ
อย่างมีความสุข “พี่ลั่ว จำไว้นะ! ผมเป็นคนขับรถส่วนตัวของคุณ”
ฉู่ลั่ว “…”
คนตระกูลฉู่ “…”
ซ่งจือหนานทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วขับรถจากไปอย่างสง่างาม
เวินอวิ๋นเสาเดินเข้ามาหา “พวกเราดูไลฟ์ของลั่วลั่วทั้งหมดแล้ว
ลั่วลั่วเก่งจริง ๆ !”
ฉู่เหิง “เธอยังคงเก่งเหมือนเดิมเลยนะ!”
ซ่งเชียนหย่า “น่าเสียดายที่ให้ของขวัญไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแม่
จะต้องเป็นอันดับหนึ่งของลั่วลั่วแน่นอน”
“ลั่วลั่วยุ่งมาทั้งวันแล้ว รีบไปพักผ่อนเถอะ!” ฉู่เหว่ยฮ่าวพูดขึ้น
ทันที
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ฉู่จ้านพูดกับเธอว่า “จริงสิ มีของอย่างหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้ให้เธอดู”
เขาจูงมือฉู่ลั่วไปที่ห้องนั่งเล่นตรงที่แขวนรูปถ่าย
เมื่อวานตอนฉู่ลั่วกลับมา บนผนังยังว่างเปล่า แต่ตอนนี้กลับเต็ม
ไปด้วยรูปภาพ
“ก่อนหน้านี้สภาพจิตใจของแม่ไม่ค่อยดี พวกเราเลยไม่กล้าเอา
รูปมาแขวน ตอนนี้แม่ฟื้นตัวแล้ว จึงเอามาแขวนได้”
บนผนังแขวนรูปถ่ายของครอบครัวตระกูลฉู่เมื่อยี่สิบปีก่อน พวก
เขาถ่ายภาพหมู่ที่บ้านตระกูลฉู่
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นภาพถ่ายการเติบโตของเด็กผู้หญิง
สองคนตั้งแต่เล็กจนโต
ฉู่ลั่วเพียงแค่มองภาพถ่ายของลูกสาวที่มีหน้าตาเหมือนฉู่เหิง
กับเวินอวิ๋นเสานับแต่เด็กจนโต แล้วก็หันไปมองอีกด้านหนึ่ง
ภาพถ่ายด้านนี้ไม่ได้เริ่มตั้งแต่เป็นเด็กทารก แต่เริ่มช่วงมัธยมต้น
มันเป็นเพียงภาพถ่ายธรรมดา ๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่มีสี
หน้าหรือท่าทางมากนัก ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจให้ถ่ายด้วย
ฉู่ลั่วดูไปทีละภาพ
จนกระทั่งมาถึงภาพล่าสุด
เป็นภาพหน้าตึกสามชั้น มีคนคุ้นเคยสองคนยิ้มให้กล้องอย่าง
สดใส
เบื้องหลังเป็นป้ายร้านเรียบง่าย
‘โรงแรมกุ่ยสือ’
มองเห็นได้ชัดเจน
ฉู่จ้านเห็นฉู่ลั่วจ้องมองรูปถ่ายโดยไม่พูดอะไร จึงอธิบายว่า
“ตอนนี้พี่รองอยู่ที่มณฑลหนาน เขาจะให้คนส่งรูปถ่ายออกมาจากใน
นั้นทุกปี”
ฉู่ลั่ว “เติบโตขึ้นแล้วนะคะ!”
ยายาที่แต่ก่อนไม่ยอมพูดอะไร ตอนนี้เติบโตเป็นสาวแล้ว
ในรูปถ่าย เธอสวมชุดนักเรียนมัธยมปลาย มัดผมหางม้า ใบหน้า
เปล่งปลั่งไปด้วยกลิ่นอายของวัยรุ่น
มองผ่านรูปถ่ายใบนี้แล้ว เธอราวกับได้เห็นช่วงเวลายี่สิบกว่าปีที่
ผ่านมานับตั้งแต่จากไป
กาลเวลากลายเป็นรูปธรรมในชั่วพริบตา
สีหน้าของเธอดูอ่อนโยนขึ้นไม่น้อย
ณ องค์กร
เหลียงอันมองซ่งหวายด้วยความกังวลเล็กน้อย แต่กลับเห็นอีก
ฝ่ายจ้องมองไลฟ์ด้วยท่าทีปกติ
ฉู่ลั่วเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้ง
การแข่งขันที่มีผู้เข้าร่วมกว่าหนึ่งแสนคน ในรอบแรกก็ได้คัดคน
ออกไปเก้าในสิบส่วนแล้ว
ตอนนี้ก็คัดออกไปได้อีกครึ่งหนึ่ง
คนที่ยังคงอยู่และเข้าร่วมการแข่งขันเหลืออยู่ประมาณห้าพัน
กว่าคนเท่านั้น
ในบรรดาคนเหล่านี้ ฉู่ลั่วโดดเด่นที่สุด
เธอไม่เพียงได้รับความสนใจสูงสุด อันดับสูงสุด ความสามารถ
สูงสุด วิชาอาคมสูงสุด และมีความลึกลับสูงสุด
ในทุกการจัดอันดับ เธอทิ้งห่างอันดับสองไปไกลมาก
“หัวหน้าองค์กรครับ?”
เหลียงอันเรียกอย่างระมัดระวัง
ซ่งหวายมองเขาแวบหนึ่ง แล้วยิ้มเล็กน้อย “ก็นะ เป็นถึงหัวหน้า
องค์กรรุ่นแรก จะมีความสามารถขนาดนี้ก็ไม่แปลก”