เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1854 จะมาอีกไหม
หลิงฟางหยิบอาวุธเวทของตัวเองออกมา มันเป็นดาบรูปทรง
แปลกประหลาด ใบดาบเป็นรูปคลื่น มีร่องเลือดอยู่บนนั้น ด้ามจับมี
เพียงผ้าสีเขียวพันเอาไว้อย่างง่าย ๆ
เขาใช้ดาบปัดป้องแส้ปัดที่พุ่งเข้ามา แล้วเตะกระดิ่งให้กระเด็น
ออกไป
วินาทีถัดมาขาของเขาถูกเชือกรัดเอาไว้ และถูกลากให้ล้มลงกับ
พื้น มีคนรีบลากเขาลงจากเวที
ขณะที่เขาเกือบจะถึงขอบเวที แสงสีเลือดก็วาบขึ้น เชือกที่เต็ม
ไปด้วยอักขระขาดออกทันที
มีมือหนึ่งคว้าคอเสื้อของเขา ดึงตัวขึ้นมาจากพื้น “คุณต้องคอย
ปกป้องปรมาจารย์ฉู่”
หลิงฟางถูกโยนไปอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่ว เขาต้านทานการโจมตีที่พุ่ง
เข้าหาฉู่ลั่วไปพร้อมกับแบ่งสมาธิไปมองจิ่งอี
จิ่งอีถือร่มสีแดงเลือดในมือ ใต้ซี่ร่มแต่ละซี่แขวนกระดิ่ง
ทองเหลืองโบราณ
ร่มสีแดงหุบเปิดปิด ใช้เป็นอาวุธโจมตีและใช้เป็นโล่ป้องกันได้
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เมื่อใช้เป็นอาวุธ มันสามารถ
ทำลายอาวุธเวทใด ๆ ก็ได้ และเมื่อใช้เป็นโล่ก็สามารถป้องกันอาวุธ
เวทใด ๆ ได้
ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน!
จิ่งอีคนเดียวล้อมรอบแท่นเล็ก ๆ ทำให้ผู้บำเพ็ญที่เข้ามาโจมตีไม่
สามารถก้าวเข้าใกล้ได้แม้แต่ก้าวเดียว
“พวกเราผลัดกันสู้ ถึงแม้เธอจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็คงทนไม่ได้
นาน”
“ให้คนส่วนหนึ่งขัดขวางจิ่งอีไว้ อีกส่วนไปโจมตีฉู่ลั่ว สิ่งที่เรา
ต้องการคือชีวิตของเธอ”
เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นใจ จึงมีคนเริ่มวางแผนใหม่อย่างรวดเร็ว
จิ่งอีหมุนตัวจะไปหาฉู่ลั่วและหลิงฟาง แต่ถูกเส้นแส้ปัดขวางทาง
ไว้ “พวกคุณระวังตัวด้วย”
เธอตะโกนเสียงดัง ก้าวเท้าแล้วหมุนตัวกลางอากาศ ใช้พลังอัน
แข็งแกร่งฟันแส้ปัดขนจามรีตรงหน้า
แค่เพียงไม่กี่วินาที สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปแล้ว
อาวุธเวทสิบกว่าอย่างพุ่งเข้าหาฉู่ลั่ว เหลือระยะห่างเพียงสิบกว่า
เซนติเมตรเท่านั้น
รอบตัวฉู่ลั่วทั้งบนล่างซ้ายขวา ถูกอาวุธเวทล้อมรอบจนไม่มีทาง
หนี ไม่มีที่ให้หลบ
“ปรมาจารย์ฉู่!”
จิ่งอีตาเบิกกว้าง ตะโกนออกมา
หลิงฟางอยู่ใกล้ฉู่ลั่วมาก แต่ถูกเชือกอาคมหลายเส้นมัดมือเท้า
จนขยับตัวไม่ได้
“สำเร็จแล้ว!”
ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา
แม้แต่ผู้ชมในถ่ายทอดสดก็คิดว่าครั้งนี้ฉู่ลั่วต้องตายแน่นอน
[เฮ้อ ไม่ว่าจะเก่งกาจแค่ไหนก็ต้านทานคนจำนวนมากไม่ไหว
สินะ!]
[ถ้าฉู่ลั่วไม่ถูกผนึกพลังวิญญาณไว้ บางทีอาจจะมีโอกาสสู้ได้
แต่ตอนนี้…เหอะ ๆ!]
[จิ่งอีเก่งจังเลย!]
[รีบมาส่งเทพธิดาน้อยของพวกคุณกลับสวรรค์…เอ๊ะ ไม่ใช่สิ รีบ
มาส่งเทพธิดาน้อยของพวกคุณลงนรก คนทรยศสมควรตกนรก]
เพียงชั่วพริบตา หลิงฟางก็รู้สึกว่าดาบในมือของเขาถูกแย่งไป
ส่วนฉู่ลั่วร้องเบา ๆ ว่า “เสวี่ยหลวน!”
ร่มเลือดที่อยู่ในมือของจิ่งอี จู่ ๆ ก็หลุดออกจากมือเธอ พุ่งตรงไป
หาฉู่ลั่ว
ทุกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว
ฉู่ลั่วมือหนึ่งก็ถือดาบคม อีกมือชูร่มเลือด รอบ ๆ ตัวเธอเต็มไป
ด้วยอาวุธเวทที่ร่วงหล่นลงพื้น
อาวุธเวททุกชิ้นถูกฟันขาดเป็นสองท่อน
บนเวทีเงียบสงัด
ในถ่ายทอดสดก็เงียบลงเช่นกัน
จิ่งอีและหลิงฟางดึงสติมาได้เร็วที่สุด พวกเขาวิ่งไปหาฉู่ลั่ว แต่ทั้ง
สองก็ไม่กล้าเข้าใกล้ฉู่ลั่วมากเกินไป ได้แต่สื่อสารกันด้วยสายตา
หลิงฟาง ‘ทำไมดาบของฉันถึงได้เก่งกาจขนาดนั้นตอนมันอยู่ใน
มือของลูกพี่ล่ะ? ไม่ใช่ว่าพลังวิญญาณของลูกพี่ถูกปิดผนึกแล้วหรือ’
จิ่งอี ‘ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!’
แต่ที่เธอสงสัยมากกว่านั้นคือ ความรู้สึกที่ร่มเลือดหลุดออกจาก
มือเมื่อครู่ ราวกับมันถูกเรียกใช้อย่างชัดเจน
“พลังวิญญาณของคุณไม่ได้ถูกปิดผนึกไปเหรอ?”
จู่ ๆ มีคนถามขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้น? ฝ่ายจัดการแข่งขันเป็นอะไรไป? พลังวิญญาณ
ของฉู่ลั่วไม่ได้ถูกปิดผนึกหรอกหรือ?”
คำถามนี้ทำลายความเงียบทั้งหมดลงทันที
เหมือนหยดน้าตกลงในกระทะน้ามันที่กำลังเดือด ทันใดนั้นก็เกิด
เสียงดังซู่ซ่าขึ้นมา
“อ๊ากกก! อาวุธศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูลของฉัน! ฉันขโมยมัน
ออกมาจากบ้าน พ่อแม่ฉันต้องฆ่าฉันแน่ ๆ”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องนั้น ฉู่ลั่วค่อย ๆ ยกดาบขึ้น
ความวุ่นวายหยุดลงอีกครั้ง
ปลายดาบชี้ไปข้างหน้า “จะมาอีกไหม?”