เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1890 เคยคิดอยากออกไปไหม
ตุ๊กตาดินเผาสะอื้นด้วยความเสียใจ “หนูขอให้พ่อแม่ขอพรกับ
หนู หนูสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายพวกเขา แต่พ่อแม่ไม่ยอม พ่อแม่บอก
ว่า…แค่อยากให้ถังถังมีความสุขก็พอ”
ปิ่งอินฮวาเดินเข้าไปลูบตุ๊กตาดินเผา “พ่อกับแม่หวังให้ลูกของ
ตัวเองมีความสุขอยู่แล้ว!”
และยังต้องการให้แข็งแรงอีกด้วย
แต่ความปรารถนานี้ไม่จำเป็นสำหรับถังถัง
ตุ๊กตาดินเผาถังถังสะอึกสะอื้น “ทั้งหมดเป็นความผิดของหนูที่ทำ
ให้พ่อแม่โชคร้าย ทำให้แม่ไม่ได้เป็นนักแสดง ทำให้พ่อลงทุน
ล้มเหลว ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีเงินใช้…”
พี่หมิง “…ไม่ต้องพูดให้มันน่าเวทนาขนาดนั้นหรอก พวกเรายังมี
ที่ให้อยู่ มีเงินกินเงินใช้อยู่นะ”
ตุ๊กตาดินเผาร้องไห้สบายใจ “แล้วทำไมพ่อกับแม่ต้องพาหนู
กับเมี่ยวเมี่ยวมาอยู่บ้านผีสิงล่ะ?”
พี่หมิง “…”
ปิ่งอินฮวายิ้มขมขื่น พลังหยินของเด็กผีและโชคร้ายทั้งหมด
สะท้อนกลับมาอย่างรุนแรงจริง ๆ
พวกเขาถูกโชคร้ายเล่นงาน การงานไม่ราบรื่น การเงินไม่ดี ทุก
อย่างไม่เป็นใจ
เมื่อไม่มีทางเลือกจึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากองค์กร ทาง
องค์กรจึงจัดหาบ้านผีสิงให้ครอบครัวของพวกเขา
“จริง ๆ แล้วการอยู่ในบ้านผีสิงก็ไม่ได้แย่อะไร ไม่ต้องเข้าสังคม
ไม่ต้องทำงาน มีทั้งไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต องค์กรก็ส่งอาหารมาให้ทุก
เดือนด้วย”
ปิ่งอินฮวายิ้มเล็กน้อย
ตุ๊กตาดินเผาถังถังร้องไห้หนักขึ้น หยดน้าตาที่เป็นดินหยดลงบน
พื้นทีละหยด
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็ร้องไห้เศร้าใจ
สุดท้าย ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็กอดตุ๊กตาดินเผา เด็กทั้งสองคนร้องไห้
ปิ่งอินฮวากับพี่หมิงรู้สึกหมดหนทาง
ตกกลางคืน
บ้านผีสิงเต็มไปด้วยพลังอันชั่วร้าย ปิ่งอินฮวาฝันร้ายเหมือนเคย
เธอตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว ตบหน้าตัวเองเบา ๆ แล้วลุกขึ้น
จากเตียงพร้อมกับหายใจหอบ
อยู่ในบ้านผีสิงมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้
เธอมองซ้ายมองขวา เมื่อไม่เห็นร่องรอยของผีจึงถอนหายใจเบา
ๆ
พอเดินออกไป ก็เห็นพี่หมิงนั่งอยู่ใต้ชายคาตามคาด
“ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ?”
พี่หมิงถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
ปิ่งอินฮวาเดินไปหาด้วยท่าทางอิดโรย “แล้วคุณล่ะ? โดนผี
ผู้หญิงหลอกจนตื่นเหรอ?”
“ไม่ใช่นะ! คงเป็นเพราะวันนี้ปรมาจารย์ฉู่มา ผีในบ้านเลยเชื่อฟัง
ไม่มาหลอกผมสักนิด ปรมาจารย์ฉู่มาแล้ว คุณยังฝันร้ายอีกเหรอ?
ยังมีผีกล้าหลอกมาคุณอีก?”
พี่หมิงนั่งเล่นเกมบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ
ปิ่งอินฮวาก็นั่งลงข้าง ๆ เขาอย่างไม่ใส่ใจเช่นกัน “คงชินแล้วล่ะ!
ฝันร้ายมายี่สิบกว่าปีแล้ว ฉันเองก็แยกไม่ออกว่าเป็นเพราะผีหรือ
เพราะจิตใจฉันมีปัญหากันแน่”
หลังจากได้ยินคำพูดของปิ่งอินฮวา พี่หมิงปิดเกมลง เขาหันหน้า
มามองเธอแล้วพูดว่า “ถังถังหายไปแล้ว”
“อะไรนะ!”
ปิ่งอินฮวาลุกขึ้นยืนทันที พูดอย่างร้อนรนว่า “มีปรมาจารย์ฉู่อยู่
ด้วยยังมีคนกล้าลักพาถังถังอีกเหรอ? หรือว่าปรมาจารย์ฉู่ที่เราเจอ
ตอนกลางวันเป็นตัวปลอม? ตอนนี้เทคนิคการปลอมตัวเป็น
ปรมาจารย์ฉู่เก่งขนาดนี้แล้วเหรอ!”
“ไม่เพียงหลอกพวกเราได้ แต่ยังหลอกเมี่ยวเมี่ยวกับคนอื่นได้
อีก”
“ไม่ได้แล้ว พวกเราต้องติดต่อหัวหน้าฉินเดี๋ยวนี้!”
พี่หมิงรีบคว้าตัวเธอไว้ “ไม่ใช่! คือ…คือเมี่ยวเมี่ยวพาถังถังไปพบ
ปรมาจารย์ฉู่น่ะ”
“หา! ทำไมล่ะ? เด็กสองคนนี้จะทำอะไรกัน ทำไมต้องหลบ ๆ
ซ่อน ๆ ด้วย” ปิ่งอินฮวาพูดด้วยน้าเสียงไม่พอใจ “ไม่กลัวว่าจะไป
รบกวนปรมาจารย์ฉู่เหรอ”
เห็นพี่หมิงมีสีหน้าผิดปกติ เธอจึงสงสัย “เป็นอะไรไป?”
พี่หมิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือบ้านผีสิง
บ้านผีสิงเต็มไปด้วยพลังหยิน แม้ว่าด้านนอกจะมีดาวเต็มฟ้าและ
แสงจันทร์สว่างไสว พวกเขาที่อาศัยอยู่ในบ้านผีสิงก็ไม่สามารถ
มองเห็นได้
“คุณเคยคิดอยากออกไปไหม?”
ปิ่งอินฮวาตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “แน่นอนว่าเคยคิดสิ!”
พี่หมิงมองเธอแล้วพูดว่า “ถังถังไปหาปรมาจารย์ฉู่ดึกดื่นขนาดนี้
ก็เพื่อหาทางให้พวกเราออกไปนั่นแหละ”