เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1897 ระวังนายจะหลงผิด
หรงอีกรุ๊ป
ซีไป๋มองใบหน้าของตัวเองในกระจกไปมา “ซ่อมแซมเรียบร้อย
แล้ว”
ระบบ [นี่มันเป็นการทำลายบุญกุศลนะ]
ซีไป๋หัวเราะเยาะ “บุญกุศลเหรอ? มีแต่คนที่ต้องเวียนว่ายตาย
เกิดเท่านั้นที่ต้องการมัน ฉันต้องการมันหรือไง? หากเหล่าเทพลงมา
ฉันก็จะกลายเป็นเทพ แล้วฉันจะเอาบุญกุศลไปทำไม!”
ระบบ [ระวังนายจะหลงผิด]
ซีไป่หัวเราะเยาะอีกครั้ง “นายวางใจได้ ฉันรู้ดีเสมอว่าตัวเอง
ต้องการอะไร”
ระบบ […]
ซีไป่เดินออกจากห้องน้า เขาเปิดสมองกล จ้องมองวิดีโอนั้น
“นายคิดว่าฉู่ลั่วจะเลือกมณฑลหนานหรือไปช่วยงูตัวนั้น?”
ระบบ [ตามนิสัยของเธอ เธอจะทำทั้งสองอย่าง]
ซีไป่ “หยิ่งผยองจริง ๆ ! งั้นก็ให้เธอรับผลจากความหยิ่งผยอง
ของตัวเองแล้วกัน!”
ซีไป่โยนยันต์ออกมา ใช้สองนิ้วจุดไฟ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมา
จากอีกฝั่ง “ท่านเทพ สิ่งที่คุณสั่งการ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว”
“ไม่ ฉันจะให้ยันต์กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์กับคุณสักหน่อย ครั้งหน้า
ฉันหวังว่าจะได้ยินข่าวว่าฉู่ลั่วกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว”
เสียงจากอีกฝั่งประจบสอพลอทันที “คำสั่งของท่านเทพ พวกเรา
ต้องทำให้สำเร็จแน่นอน แค่ฉู่ลั่วคนเดียว ท่านเทพรอฟังข่าวดีได้
เลย!”
แผ่นยันต์ไหม้จนหมด
ซีไป่ชื่นชมงูขาวในโหลแก้ว จินตนาการภาพฉู่ลั่วที่ถูกหลอก
เผยรอยยิ้มเย็นอย่างพึงพอใจ
ระบบ [นายอย่าลืมสิ นายเกือบจะตายเพราะฉู่ลั่วแล้ว ยังหวังอีก
หรือว่า…]
“ตอนนั้นเป็นเพราะฉันประมาทไป แล้วก็เป็นเพราะนายด้วย!” ซี
ไป๋โกรธจัด พูดขัดจังหวะคำพูดของระบบ
“ถ้าไม่ใช่เพราะนายทำให้ฉันเกือบทำลายร่างกายของตัวเอง ฉัน
ก็คงไล่ตามเธอทันและฆ่าเธอไปแล้ว”
ระบบ […ฉู่ลั่วสามารถต่อสู้กับนายได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง
ในขณะที่นายยังต้องการให้ฉันส่งพลังวิญญาณให้ เธอแข็งแกร่งกว่า
เมื่อก่อนมาก แผนการของนาย…คงจะล้มเหลวไม่เป็นท่าแน่]
ซีไป๋ยิ้มเยาะมากขึ้น “พลังวิญญาณแข็งแกร่งแค่ไหนก็ช่างเถอะ
จะสามารถต้านทานความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้หรือไง? เธอก็
แค่คนธรรมดา ไม่ใช่เทพสักหน่อย!”
“แม้แต่เทพยังกลัวเทคโนโลยี แล้วฉู่ลั่วที่เป็นแค่คนธรรมดาล่ะ”
……
ไม่นานนักฉู่ลั่วก็ได้รับข้อมูลทั้งหมดของเจ้าของวิดีโอจากเวิน
หลิงเยว่กับหลิงฟาง
เวินหลิงเยว่พูดขึ้น “นับตั้งแต่ประตูระหว่างสองโลกเปิดออกและ
พลังวิญญาณไหลทะลักเข้ามา ก็มีสำนักเต๋าใหม่เกิดขึ้นมากมาย
ต่างจากสำนักเต๋าแบบดั้งเดิม สำนักเต๋าแบบใหม่ส่วนใหญ่ไม่เพียง
ฝึกฝนบำเพ็ญเท่านั้น แต่ยังใช้เทคโนโลยีขั้นสูงร่วมด้วยค่ะ”
“พวกเขาส่งเสริมศาสตร์พยากรณ์ โดยใช้มันเป็นธุรกิจ”
“พวกเขาเปิดโรงเรียน เปิดสถาบันวิจัย เปิดร้านค้า…สรุปแล้ว
แตกต่างจากสำนักเต๋าแบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิงค่ะ”
“ในลัทธิเต๋าเรียกสำนักแบบนี้ว่า ‘สำนักเต๋าใหม่’”
“ตาแก่คนนั้นคือตัวแทนของสำนักเต๋าใหม่ ชื่อสีไค เขาอ้าง
ตัวเองว่าเป็นมหาเทพหย่งเต๋อ”
จิ่งอี้ “อวดดีจริง ๆ ! เขากล้าอ้างตัวเองว่าเป็นมหาเทพด้วยเหรอ!”
ใคร ๆ ในประเทศก็รู้ว่ามหาเทพหมายถึงใคร!
ตาแก่คนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงกล้าอ้างตัวว่าเป็นมหาเทพ
ไม่กลัวว่าจะถูกหาว่าพูดจาเพ้อเจ้อหรือไง
“ไม่มีใครรู้ว่าเขาบำเพ็ญมาถึงขั้นไหนแล้ว รู้แค่ว่าเขามีพลัง
วิญญาณที่แข็งแกร่งมาก และมีอาวุธมากมาย ที่จริงแล้วรัฐบาลได้
ออกกฎหมายหลายครั้งว่าห้ามไม่ให้บุคคลทั่วไปครอบครองอาวุธที่มี
พลังวิญญาณ”
“แต่ไม่มีใครตรวจพบของพวกนั้นในสำนักเต๋าใหม่เลย”
“โดยเฉพาะหลังจากที่ซ่งหวายเป็นหัวหน้าองค์กร ก็ไม่เคยไป
ตรวจสอบสำนักเต๋าใหม่ใหม่อีกเลยค่ะ”
“อาหญิงคะ มีคนมากมายคาดว่าในสำนักเต๋าใหม่คงมีอาวุธ
สมัยใหม่มากมายแน่”
หลิงฟางรีบพูดขึ้นทันที “ผมก็ไปสืบมาเหมือนกัน มหาเทพหย่ง
เต๋อคนนั้นมีพลังแข็งแกร่งมากจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะอาวุธของเขา
เขาจับปีศาจ ครึ่งปีศาจ และวิญญาณร้ายมาแล้วไม่น้อยครั้ง”
“ได้ยินมาว่าเขาให้เงินเดือนนักวิจัยพวกนั้นเยอะมาก และยังมี…
ข่าวลือว่าเขาใช้ครึ่งปีศาจและปีศาจมาหลอมอาวุธด้วย”
“ในแดนปีศาจ มีปีศาจมากมายที่อยากฆ่าเขา แต่ไม่เคยมีใครทำ
สำเร็จครับ”
“ส่วนใหญ่พวกปีศาจที่ไปฆ่าหย่งเต๋อคนนี้ สุดท้ายถ้าไม่ตายก็
หายสาบสูญ หลังจากนั้นก็ไม่มีปีศาจตนไหนกล้าไปฆ่าเขาอีก”
“ชื่อเสียงของเขากจึงยิ่งโด่งดังมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ”