เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1898 สถาบันวิจัยอิ๋งเสิน
ฉู่ลั่วเปิดดูข้อมูลของสีไคคนนี้
“มีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของเขาไหม?”
“มีครับ อยู่ตรงนี้! ส่วนที่เปิดเผย ส่วนที่ปิดบังสืบมาได้แค่นี้ สีไค
คนนี้มีธุรกิจเยอะมากจริง ๆ โดยเฉพาะสถาบันวิจัยยิ่งมีมากกว่า”
ฉู่ลั่ววางข้อมูลธุรกิจทั้งหมดไว้ตรงหน้าตัวเอง
บางอย่างเป็นรูปถ่าย บางอย่างเป็นเพียงข้อความสั้น ๆ ไม่กี่
ประโยค
เธอดูไปทีละแผ่น แล้วสายตาก็หยุดอยู่ที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่ง
“สถาบันวิจัยอิ๋งเสิน”
ชื่อนี้ตั้งขึ้นมาโดยไม่มีการปิดบังเลยสักนิด!
ฉู่ลั่วใช้นิ้วเคาะเบา ๆ บนชื่อนั้น
จิ่งอีรีบเข้ามาดูข้อมูลของสถาบันวิจัยอิ๋งเสินทันที
“สถาบันวิจัยอิ๋งเสินนี้เป็นสถาบันวิจัยแห่งแรกของซีไค อุปกรณ์
ภายในล้าสมัยและถูกทิ้งร้างไปแล้วค่ะ!”
“หรือว่า…สีไคจะขังเธอไว้ที่นั่น?”
ฉู่ลั่ว “ในบรรดาข้อมูลทั้งหมด มีเพียงข้อมูลชุดนี้เท่านั้นที่
สามารถสังเกตเห็นการเชื่อมโยงที่แปลก ๆ ได้”
หลังจากจิ่งเจียเหยียนไม่สร้างความวุ่นวายอีกต่อไป เธอก็ได้ลบ
ตราประทับทั้งหมดบนตัวจิ่งเจียเหยียนออก ปล่อยให้เธอเป็นอสรพิษ
ที่มีอิสระ
ใครจะรู้…
“หรือว่าจะอยู่ที่นั่นจริง ๆ” เวินหลิงเยว่มอง “อาหญิงคะ หนูจะส่ง
คนไปตรวจสอบดูนะคะ!”
“ไม่ พวกเราจะไปกันวันนี้เลย”
“เอ๊ะ!”
เวินหลิงเยว่มีสีหน้าตกตะลึง “แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาดื่มสุรานี่คะ!”
จิ่งอีลูบกำไลข้อมืองูสีเงิน “ไม่มีใครกำหนดว่าต้องไปในวันนั้น
หรอก! การไปถึงก่อนล่วงหน้าไม่ได้แสดงถึงความสำคัญที่เราให้กับ
งานดื่มสุราของเขาเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “จิ่งอีพูดถูก”
แสงจันทร์สว่างไสวราวกับสายน้า
ท่ามกลางมหาวิทยาลัยหลายแห่ง มีสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งที่
ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่
ตอนนี้ไฟในสถาบันวิจัยดับสนิท เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยข้าง
ๆ สถาบันวิจัยแห่งนี้กลับดูน่าขนลุกอย่างประหลาด
“พลังหยินหนาแน่น พลังอาฆาตก็เพิ่มสูง” จิ่งอีเกาะกิ่งไม้ มองไป
ยังสถาบันวิจัย “ไม่ใช่สถานที่ที่ดีแน่นอน”
“ปรมาจารย์คะ พวกเราจะเข้าไปตอนนี้เลยไหม?”
พวกเธอสองคนยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากสถาบันวิจัย แต่
ยังไม่ได้เข้าใกล้
ฉู่ลั่ว “รออีกหน่อย”
เธอหยิบตุ๊กตากระดาษที่ตัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกมา โยนมัน
ออกไปกลางอากาศ ทันใดนั้นก็กลายเป็นชายหญิงสิบกว่าคน
ทั้งหมดกำลังมุ่งหน้าไปยังสถาบันวิจัย
ขณะใกล้จะถึงสถาบันวิจัย แสงสีขาวสายหนึ่งก็ลอยขึ้นมาจาก
พื้น ตุ๊กตากระดาษทั้งหมดเมื่อเข้าใกล้แสงสีขาวนั้น ชั่วพริบตาก็
กลายเป็นเถ้าถ่าน
“ค่ายกลแข็งแกร่งมากจริง ๆ”
จิ่งอีอุทาน แล้วพูดต่อว่า “แตกต่างจากวิชาค่ายกลมากเลยนะ
คะ!”
ฉู่ลั่ว “ค่ายกลที่มีไฟฟ้า ไม่เพียงกำจัดวิญญาณร้ายได้ แต่ยังทำ
ร้ายคนได้ด้วย”
จิ่งอีลูบแขนตัวเอง “สำนักเต๋าใหม่นี่ทันสมัยจริง ๆ”
“ปรมาจารย์ฉู่คะ พวกเราจะเข้าไปตอนนี้เลยไหม?”
ฉู่ลั่ว “รออีก”
“รอเหรอคะ?”
จิ่งอีรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
รออะไรกัน?
ผ่านไปประมาณสิบนาที แสงสว่างสายหนึ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏ
ขึ้นมาจากความมืด
“มีคนมาแล้ว!”
ไม่นานนักก็เห็นนักพรตหลายสิบคนทะลุผ่านค่ายกลมายืนอยู่
ด้านนอก แล้วตรวจสอบกองเถ้าถ่าน “เป็นตุ๊กตากระดาษ”
“ค้นหาให้ทั่ว ดูว่าจะเจอคนไหม”
คนหลายสิบคนกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ค้นหาบริเวณ
โดยรอบ
ฉู่ลั่วมองจิ่งอีแวบหนึ่ง “รับมือไหวไหม?”
จิ่งอีชะงักไป ก่อนจะพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
ฉู่ลั่ว “งั้นก็ฝากเธอแล้ว อย่าให้พวกเขาติดต่อกับคนข้างใน และ
อย่าให้วิ่งกลับไปได้ด้วย”
จิ่งอีดึงเสวี่ยหลวนที่แบกอยู่บนหลังออกมา “ปรมาจารย์ฉู่วางใจ
ได้ค่ะ คนพวกนี้ฉันรับมือได้”
เธอกระโจนลงไป เตะนักพรตสองคนที่อยู่ใกล้ที่สุดจนกระเด็นใน
เดียว กางร่มเลือดออก แสงสีแดงวาบผ่าน นักพรตสองคนนั้นสลบลง
กับพื้นทันที
แสงสีแดงนี้พุ่งผ่านท่ามกลางความมืดอย่างรวดเร็ว
สิบนาทีผ่านไป
จิ่งอีกลับมาอย่างสง่างาม “ปรมาจารย์ฉู่ จัดการเสร็จหมดแล้วค่ะ
ต้องการให้ฉันพาคนกลับมาไหมคะ?”
“ไม่ต้อง! โยนพวกเขาไปที่ขอบค่ายกล”
จิ่งอีขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็ทำตามคำสั่งของฉู่ลั่ว
หลังจากที่เธอโยนนักพรตที่หมดสติทั้งหมดไปกองรวมกันก็
กลับมาอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่ว แล้วเห็นฉู่ลั่วโยนตุ๊กตากระดาษออกไปอีก
หลายสิบตัว
ตุ๊กตากระดาษเหล่านี้พุ่งเข้าใส่ค่ายกลอีกครั้ง และเหมือนกับครั้ง
ก่อน พวกมันก็กลายเป็นเถ้าถ่าน