เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 190 ฉันแสดงเป็นยังไงบ้างคะ?
บทที่ 190 ฉันแสดงเป็นยังไงบ้างคะ?
ผู้กำกับหนุ่มกลืนน้ำลาย “ทำไมถึงอยู่ในอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้ล่ะครับ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่รู้ค่ะ รอให้ถึงคืนนี้ ฉันจะให้เธอออกมา พวกคุณก็ลองถามเธอดูนะคะ”
รองผู้กำกับรีบส่ายหน้าอย่างแรง “ไม่ต้องครับ ท่านปรมาจารย์ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ คุณกำจัดไปเลยเถอะครับ พวกเราไม่มีอะไรอยากถาม”
“ไม่ได้ค่ะ เธอไม่ได้ทำร้ายคน วิญญาณก็สะอาดมาก ฉันไม่สามารถกำจัดเธอได้ค่ะ”
รองผู้กำกับกดดัน “…แต่ว่า”
อิ่นซานพูดแทรกขึ้นมา “ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้… คืนนี้พวกเราจะกลับมาอีกครั้ง”
ถึงเขารู้สึกกลัวอยู่บ้างแต่ก็สงสัยมากเช่นกัน
เสี่ยวโหยวที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง ยกมือขึ้นมากุมอก เธอหอบหายใจอย่างแรง
นี่มัน… น่าตื่นเต้นขนาดนี้เลยเหรอ?
ตอนกลางคืนอยากมาด้วยจัง!
แต่มันก็น่ากลัวจังเลย!
เสี่ยวโหยวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง แล้วก็จากไปอย่างเงียบ ๆ
จนกระทั่งถึงตอนกลางคืน
ดวงจันทร์อันสว่างไสวลอยขึ้นสูง
นอกจากผู้คนในกองถ่าย นักท่องเที่ยวทั้งหมดในเมืองภาพยนตร์ต่างก็พากันกลับไปหมดแล้ว
รองผู้กำกับเดินตามหลังอิ่นซาน ถึงเขาจะอาวุโสกว่า แต่กลับไม่สงบนิ่งเท่ากับอีกฝ่าย ได้แต่มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดกลัว
เขาเอื้อมมือมาดึงแขนเสื้อของอิ่นซาน “ผู้กำกับอิ่น พวกเราจะไปทั้งแบบนี้เหรอครับ? ไม่มีปัญหาแน่เหรอ? ต้องการของอะไรอย่างอื่นไหมครับ?”
อิ่นซานถาม “ของอะไรครับ?”
“ก็พวกกระบี่ไม้ท้อ ไม้กางเขน หรือของอย่างอื่นที่สามารถ…” รองผู้กำกับกระซิบเสียงเบา “หลังจากผมกลับไป ก็ลองค้นหาดู ในนั้นบอกว่ามีกองถ่ายหลายเรื่องตอนที่ถ่ายทำ มักจะเจอเรื่องแปลกประหลาดอยู่เสมอ ที่จริง… เชิญปรมาจารย์สักคนมาทำพิธีก็ได้แล้ว”
แต่อิ่นซานกลับส่ายหน้า “ไม่ได้ครับ ปรมาจารย์ฉู่ให้พวกเรามา แสดงว่าเธอต้องตระเตรียมอะไรไว้แน่นอน”
รองผู้กำกับไม่เอ่ยคำใดต่ออีก “…”
เมื่อเดินมาถึงสถานที่ถ่ายทำ ฉู่ลั่วที่อยู่ด้านหน้าก็ผลักประตูให้เปิดออก
สถานที่ถ่ายทำมืดสนิท มีเพียงแสงไฟที่อยู่ไกล ๆ ส่องมาทำให้เกิดภาพเงาเลือนราง
รองผู้กำกับขยับเข้าใกล้อิ่นซาน “ผู้กำกับอิ่น พวกเราไปด้วยกันเถอะครับ”
ทั้งสองคนรีบเดินตามฉู่ลั่ว
เดินมาได้ไม่กี่ก้าว รองผู้กำกับก็เสียงสั่น นิ้วของเขาเป็นอัมพาตเหมือนผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน “มอนิเตอร์… มอนิเตอร์ของผู้กำกับ… มันสว่างขึ้นมา!”
ฉู่ลั่วกับอิ่นซานหันไปมอง ท่ามกลางความมืดสนิท มีเพียงจอมอนิเตอร์ที่สว่าง มันปล่อยแสงสลัว ๆ ออกมา
ในจอมอนิเตอร์ยังมีเสียงผู้หญิงดังออกมาด้วย
“คิก คิก คิก!”
“หึ หึ หึ!”
“ฮือ ฮือ ฮือ!”
เสียงแปลก ๆ เหล่านี้ ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งพื้นที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก
มีน้ำเสียงตื่นตกใจดังขึ้นมาจากในจอมอนิเตอร์ “คุณผู้กำกับ ฉันแสดงเป็นยังไงบ้างคะ? แบบนี้ได้หรือเปล่า!”
รองผู้กำกับขาอ่อน หากไม่ได้อิ่นซานช่วยประคองไว้ เขาคงล้มลงไปกองที่พื้นแล้ว “ผู้กำกับอิ่น พวกเรากลับเถอะครับ!”
อิ่นซานก็หน้าซีดเช่นกัน
แต่เมื่อเห็นท่าทางเรียบเฉยของฉู่ลั่ว ทั้งที่กำลังนั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ และมองที่จอด้วยท่าทางจริงจัง อิ่นซานจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลากรองผู้กำกับเดินไปด้วยกัน
จอมอนิเตอร์สว่างอยู่ ฉากที่กำลังถ่ายอยู่หน้ากล้องตอนนี้ คือกำแพงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
บนขอบกำแพง มีเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่โผล่ออกมา มือทั้งสองข้างวางบนขอบกำแพงและเกาะอยู่บนนั้นแน่น
จากนั้นก็ได้ยินเสียงแหลมแสบแก้วหู
ครู่ต่อมา เธอก็เงยหน้าขึ้น สายตาน่ากลัวจ้องมองตรงมาที่หน้ากล้อง
“อ้าก!” รองผู้กำกับกรีดร้อง
แต่อิ่นซานกลับนิ่งเงียบขณะจ้องไปที่หน้าจอ
วินาทีต่อมา เงาร่างนั้นก็ลอยมาตรงหน้ากล้อง ใบหน้าปรากฏขึ้นเต็มจอ ในดวงตามีเลือดไหลออกมา พร้อมแยกเขี้ยวยิงฟันถามว่า “คุณผู้กำกับ ฉันแสดงเป็นยังไงบ้างคะ?”
รองผู้กำกับตกใจกลัวจนปากสั่น พูดอะไรไม่ออกสักคำ
ฉู่ลั่วไม่เข้าใจ เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ โดยมีอิ่นซานนั่งลงไปแทน
ผู้กำกับหนุ่มมองปรมาจารย์สาว เห็นว่าเธอพยักหน้าจึงหยิบโทรโข่งขึ้นมาพูดว่า “คุณออกแบบตัวละครเอาไว้ยังไง ถ้าคุณกำลังแสดงเป็นผีจริง ๆ คุณคิดว่าการที่คุณหมอบอยู่ตรงนั้น มันสมจริงไหมครับ?”
“แต่ถ้าคุณเล่นเป็นผีที่กำลังแสร้งว่าเป็นคน ถ้าอย่างนั้นสีหน้าของคุณก็ไม่มีความเป็นมนุษย์เลยครับ!”
“คุณแสดงไม่ถูกต้อง!”
“คุณออกแบบตัวละครเอาไว้ยังไง บทละครคืออะไร คนที่ต้องแสดงคู่กับคุณเป็นคนแบบไหน หรือว่าคุณแสดงแบบฉายเดี่ยว?”