เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 191 เพื่อตัวฉันเอง
บทที่ 191 เพื่อตัวฉันเอง
อิ่นซานพูดออกมาเยอะมากจนผีสาวที่อยู่บนหน้าจกชะงักไป เธอค่อย ๆ ขยับออกจากหน้าจอ ถอยไปข้างหลัง ยืนอย่างเชื่อฟังและให้เกียรติมาก
น้ำเสียงแหบพร่าของเธอฟังดูประหลาด “ไม่รู้ค่ะ ไม่ได้ออกแบบไว้ ไม่มีบทด้วย”
อิ่นซานถอนหายใจ “ไม่มีบท ไม่ได้ออกแบบตัวละคร แม้แต่ที่มาของตัวละครก็ไม่มีใช่ไหมครับ! ไม่มีอะไรสักอย่าง จะแสดงยังไง? บอกผมหน่อยสิครับ คุณคิดจะแสดงยังไง?”
ผีสาวยืนห่อไหล่
รองผู้กำกับที่อยู่ข้างหลังดึงเสื้อของอิ่นซาน อยากจะเตือนเขาว่าอีกฝ่ายไม่ใช่นักแสดงธรรมดา
แต่อิ่นซานกลับสะบัดออก
รองผู้กำกับอึ้ง “…”
พอพูดถึงเรื่องบท อิ่นซานก็ขึงขังขึ้นมาทันที
เขามองฉู่ลั่วเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่หญิงสาวกลับไม่ตื่นตกใจแม้แต่น้อย เธอยืนอยู่ข้าง ๆ พลางจ้องมองที่มอนิเตอร์
รองผู้กำกับอึ้งไปเป็นครั้งที่สอง
ทุกคนเก่ง ๆ ทั้งนั้น มีแต่เขาที่ขี้ขลาด… มีแค่เขาที่กลัวอยู่คนเดียว
อิ่นซานสั่งสอนผีสาวอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจพร้อมเอ่ยถามว่า “คุณมารบกวนการถ่ายทำของพวกเรา เพราะการถ่ายทำของพวกเราไปรบกวนคุณหรือเปล่าครับ?”
ผีสาวเงียบไปพักหนึ่ง
รองผู้กำกับก็มองที่หน้าจออย่างระมัดระวัง เขาก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน
ฉู่ลั่วเอ่ยว่า “บนตัวคุณมีกลิ่นอายของความแค้นอยู่ คุณไม่ได้ตายแบบปกติ แต่ถูกคนทำร้ายจนตายใช่ไหมคะ?”
“ทำร้ายจนตาย?”
“ทำร้ายจนตาย!”
อิ่นซานกับรองผู้กำกับตกใจ พวกเขามองผีร้ายด้วยท่าทางประหม่า
ผีสาวนั่งลงบนขอบบ่อน้ำ ก้มหน้าลงจนผมยาวปกคลุมใบหน้า ลมสายหนึ่งพัดเข้ามาทำให้กระโปรงสีขาวพลิ้วไหว
เธอพูดเสียงเบา “ฉันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สี่ของวิทยาลัยภาพยนตร์และละครตี้จิงค่ะ”
ผีสาวแนะนำตนเองว่าชื่อเหิงหว่านไป๋ เป็นนักศึกษาปีสี่ เธอใกล้จะเรียนจบแล้วจึงลองไปออดิชันตามกองถ่าย
เหิงหว่านไป๋น้ำเสียงเบาหวิวและล่องลอยไปตามสายลมที่พัดเข้ามาทั่วทั้งสถานที่ถ่ายทำ “ตอนอยู่ที่ในโรงเรียนฉันมีเกรดเฉลี่ยดีมากค่ะ หน้าตาก็ขึ้นกล้อง ฉันคิดว่าคงมีกองถ่ายหลายกองต้องการฉัน แต่ว่า… ไม่มีกองถ่ายไหนต้องการฉันเลย”
“ต่อมา… ฉันได้เจอกับผู้กำกับคนหนึ่ง ผู้กำกับคนนั้นให้ฉันแสดงเป็นนักแสดงหญิงลำดับที่สามของเรื่อง ฉันดีใจมาก”
“ถ่ายทำไปได้ครึ่งหนึ่ง ผู้กำกับก็พาฉันไปหานักลงทุน บอกว่านักลงทุนสนใจฉันมาก”
อิ่นซานกับรองผู้กำกับสีหน้าย่ำแย่ลงทันที
พวกเขาอยู่ในวงการมานานหลายปี ได้ยินมาถึงตรงนี้ก็รู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
กระโปรงของเหิงหว่านไป๋พลิ้วไหวไปตามลม “นักลงทุนเป็นเจ้าของกิจการอายุห้าสิบกว่าปีค่ะ ทำงานด้านสื่อ เขาบอกว่าเขาชอบฉันมาก เขาแตะต้องเนื้อตัวฉัน แล้วบอกว่าเขาสามารถดันฉันให้ดังเร็ว ๆ ได้…”
“ฉันเข้าใจความหมายของเขา เลยไม่ตอบรับ”
เหิงหว่านไป๋ยังคงก้มหน้าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอเป็นเพียงนักศึกษาที่ไร้เดียงสา “ฉันคิดว่าทักษะการแสดงของฉันดี หน้าตาก็ดูดี และคิดว่าต่อให้ไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนแบบนี้ ก็สามารถสร้างตัวในวงการบันเทิงได้”
“หลังจากนั้นฉันก็กลับไปที่กองถ่าย ผู้กำกับเริ่มดุด่าฉัน เขาบอกว่าฝีมือการแสดงของฉันห่วย ท่องบทแย่ หน้าไม่ขึ้นกล้อง บอกว่าคนที่เป็นแบบฉัน ถูกคัดออกจากวงการบันเทิงไปไม่รู้เท่าไหร่…”
รองผู้กำกับกระซิบด่าออกมาหนึ่งประโยค ก่อนจะยั้งตัวเองเอาไว้
ฉู่ลั่วกล่าวว่า “แต่คุณตายไปแล้ว”
เหิงหว่านไป๋พยักหน้า “ค่ะ ฉัน…”
เธอเอียงคอ ราวกับกำลังนึกถึงอดีต
“น่าจะเป็นวันปิดกล้องวันนั้นค่ะ คนในกองฉลองกัน ฉันก็ไปด้วย ฉันดื่มเหล้าไปเยอะมาก จำได้ราง ๆ ว่าถูกคนพาไปไว้ในห้องห้องหนึ่ง”
รองผู้กำกับด่าออกมาอีกประโยค
อิ่นซานเม้มริมฝีปาก
ในทางกลับกัน น้ำเสียงของเหิงหว่านไป๋ยังคงราบเรียบ เธอแกว่งเท้าเบา ๆ “หลังจากฉันตื่นขึ้นมา นักลงทุนก็มานอนอยู่ข้าง ๆ บอกว่าเขาสามารถดันฉัน และทำให้ฉันโด่งดังได้”
ลมเย็นน่าขนลุกพัดเข้ามา
ทันใดนั้นเหิงหว่านไป๋ก็ลุกขึ้นยืน เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยพร้อมน้ำเสียงเริ่มเย็นชามากขึ้น “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาเพื่อที่จะมีชื่อเสียงในวงการ ฉันเชื่อว่าฉันสามารถทำได้ด้วยตัวเอง”
“ทำไมต้องให้เขาช่วยดัน ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย? ทำไมต้องส่งฉันออกไปเหมือนเป็นสินค้าด้วยล่ะ?”
“พอฉันไปหาผู้กำกับ เขาก็บอกว่าที่ทำไปเพื่อประโยชน์ของตัวฉันเอง?”
“เพื่อประโยชน์ของฉันเหรอ?”
“เพื่อประโยชน์ของฉัน… หึ ๆๆ!”