เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1901 โลกนี้จะไม่มีฉู่ลั่วอีกแล้ว
ในฐานะนักพรต คำพูดของพวกนักวิจัยเหล่านี้ฟังแล้วช่างขัดต่อ
วิถีสวรรค์ “นี่มันละเมิดกฎสวรรค์! คนพวกนี้สมองมีปัญหากัน
ทั้งนั้น!”
ฉู่ลั่วฟังนักพรตระบายความรู้สึกเงียบ ๆ
เมื่อนักพรตระบายความรู้สึกเกือบหมดแล้ว เธอจึงถามว่า “คุณรู้
ไหมคะ…ว่าที่ไหนเป็นที่กักขังปีศาจที่ยังมีชีวิตอยู่?”
ตลอดเส้นทางที่เดินมามีแต่สิ่งไร้ชีวิต
แต่เจียเหยียนยังมีชีวิตอยู่
นักพรตพยักหน้าซ้า ๆ “รู้ครับ ผมจะพาเจ้านิกายไป”
วิญญาณนักพรตรีบนำทางไปทันที
ฉู่ลั่วมองวิญญาณของเขาที่ดูเลือนราง สายตาของเธอพลันหม่น
แสงลงเล็กน้อย
นักพรตพาฉู่ลั่วเดินเลี้ยวไปมา จนกระทั่งออกจากตึก
สถาบันวิจัยหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน
บ้านหลังนี้แตกต่างจากสถาบันวิจัย ดูเหมือนเป็นบ้านพัก
มากกว่า ท่ามกลางบรรดาตึกและอาคารที่บรรยากาศดูเย็นชา มันดู
แปลกแยกอย่างเห็นได้ชัด
“บ้านหลังนี้เป็นที่ที่สีไคเก็บปีศาจและผีที่เขาให้ความสำคัญเป็น
พิเศษ มันไม่ง่ายที่จะนำพวกมันออกไปทำการวิจัย พวกเขาบอกว่า
บางครั้งสีไคก็จะมาพักอาศัยที่นี่ เพื่อชื่นชมปีศาจและผีเหล่านี้ครับ”
นักพรตเดินมาถึงหน้าประตูแล้วหยุดนิ่ง
“ที่นี่มีอักขระ ผมเข้าไปพร้อมกับเจ้านิกายไม่ได้” ไม่รอให้ฉู่ลั่ว
ตอบ นักพรตก็ยืดตัวตรงทันที “งั้นผมจะยืนเฝ้าให้เจ้านิกายอยู่ตรงนี้
เองครับ”
ฉู่ลั่ว “…ตกลง!”
เธอก้าวเข้าไปในค่ายกล
ผลักประตูเปิด
กลางห้องโถงใหญ่คือโหลแก้วทรงกลมสูงสิบกว่าเมตร
งูสีเงินกำลังลอยอยู่ข้างใน
ฉู่ลั่วเดินเร็ว ๆ ไปที่หน้าโหลแก้ว เพิ่งเดินไปถึงก็ได้ยินเสียงดัง
แกรก ๆ
ปากกระบอกปืนมากมายเล็งมาที่เธอ
ผนังเต็มไปด้วยปากกระบอกปืน
แม้แต่บนเพดานก็ยังมี
จอภาพขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าสว่างขึ้นกะทันหัน
สีไคนั่งอยู่บนเก้าอี้หนัง มือเล่นเครื่องรางด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ พูด
ด้วยน้าเสียงสบายอารมณ์ “ปรมาจารย์ฉู่อยากจะมาขอโทษผมด้วย
ตัวเอง ผมคิดว่าไม่จำเป็น ผมยุ่งมาก ไม่มีเวลาเจอคนไร้สาระ”
“งั้นก็คงต้องรบกวนปรมาจารย์ฉู่ขอโทษผมตอนนี้แล้วล่ะ”
เขามองโหลแก้วที่บรรจุงูสีเงินด้วยความเสียดาย “น่าเสียดาย
เราคงไม่ได้ดื่มสุราฝูเสอนี้อีกแล้ว”
“แต่ได้ยินมาว่าปรมาจารย์ฉู่มีความสัมพันธ์อันดีกับปีศาจงูตัวนี้
ถ้าปล่อยให้งูตัวนี้ไปกับปรมาจารย์ฉู่ ก็ถือว่าเป็นการเติมเต็ม
ความสัมพันธ์ของพวกคุณแล้ว”
ฉู่ลั่วพิงหลังกับโหลแก้ว “คุณรู้ว่าฉันจะมาล่วงหน้าเหรอคะ?”
“ไม่รู้หรอก แต่การเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้เป็นนิสัยของผม”
“อาวุธพวกนี้ถ้าใช้ขึ้นมา บ้านหลังนี้คงพังแน่” ฉู่ลั่ววางมือข้าง
หนึ่งบนโหลแก้ว พลังวิญญาณหลั่งไหลเข้าไปข้างใน ของเหลวใน
โหลที่เคยนิ่งสนิทค่อย ๆ เคลื่อนไหว
งูสีเงินในโหลลืมตาขึ้น แต่ดวงตาไร้ประกาย หางงูแกว่งไปมาใน
โหลสองสามที
สีหน้าของฉู่ลั่วอ่อนโยน น้าเสียงก็อ่อนโยนเช่นกัน “ฉันกลับมา
แล้ว ตอนนี้มารับเธอกลับบ้าน รอให้เธอ…หายดีแล้ว ฉันจะพาเธอไป
แก้แค้น”
ดวงตางูกะพริบ
สีไคหัวเราะลั่น “ใคร ๆ ก็บอกว่าปรมาจารย์ฉู่หยิ่งผยอง ก่อน
หน้านี้ผมยังไม่เชื่อ ที่แท้ก็เป็นความจริง”
“แม้แต่เทพผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจรอดไปจากวิชาค่ายกลยมทูตของ
ผม”
“แล้วคุณยังคิดว่าตัวเองจะออกไปได้อีกเหรอ”
ฉู่ลั่วไม่สนใจคำพูดของสีไค เธอแค่ยิ้มน้อย ๆ มองไปทางงูสีเงิน
“ตอนนี้เธอต้องเชื่อฟังนะ”
พลังวิญญาณของเธอยิ่งทวีความแข็งแกร่ง เหล้าในโหลแก้วที่
เธอควบคุมเริ่มหมุนวน โหลแก้วแตกร้าวขึ้นทีละรอย
สายตาของสีไคเย็นชาลง
เขากดสวิตช์ทันที ลำกล้องปืนทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่จุดศูนย์กลาง
ในทันที
“นับแต่คืนนี้ไป โลกนี้จะไม่มีฉู่ลั่วอีกแล้ว”
แสงไฟสว่างจ้าออกมา เสียงระเบิดดังสนั่นไม่หยุด
ภาพตรงหน้าจางหายไปอย่างรวดเร็ว
สีไคนั่งพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน มองหน้าจอที่ดับลงแล้วยิ้มเยาะ
หลังจากนั้นเขาก็รีบเอายันต์ออกมาจุดไฟ รอจนกระทั่งได้ยิน
เสียงของซีไป๋จากอีกฝั่ง เขาก็รีบพูดทันที “ท่านเทพครับ ฉู่ลั่วถูก
จัดการเรียบร้อยแล้ว”
“แน่ใจ?”
“แน่ใจครับ! ผมล่อเธอเข้าไปในวิชาค่ายกลยมทูต แม้แต่ยมทูตก็
หนีออกมาไม่ได้ แล้วฉู่ลั่วจะนับเป็นอะไรได้ครับ”