เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1903 เหยียบย ่าทุกคน
ซีไป๋อดพูดไม่ได้ว่า “นายมองฉู่ลั่วคนนั้นดีเกินไปแล้ว! พูดถึง
พรสวรรค์ เธอสู้ฉันไม่ได้ พูดถึงจิตใจ เธอก็สู้ฉันไม่ได้ พูดถึงกลยุทธ์
ยิ่งสู้ฉันไม่ได้เข้าไปใหญ่”
“เมื่อก่อนนายมักจะพูดว่าฉู่ลั่วเก่งแค่ไหน แต่ฉันไม่ได้เก่งกว่า
เธอหรอกเหรอ?”
เขาเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองลงไปยังถนนที่คลาคล่าไป
ด้วยรถราและผู้คน
“เธอสร้างองค์กรแต่ไม่ดูแลจัดการ แต่ตอนนี้ถึงฉันจะไม่ใช่
หัวหน้าองค์กร แต่ฉันก็เป็นผู้มีอำนาจตัวจริงขององค์กร กระทั่ง
รัฐบาลก็ต้องถอยให้สามก้าว”
“เธอสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับปรโลกแล้วยังไง? ถ้ามนุษย์ไม่ตาย
ปรโลกก็ไร้ประโยชน์”
“ผีสางเทวดาเคารพนับถือเธอแล้วยังไง? พวกวิญญาณร้ายยัง
ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้คน แล้วฉู่ลั่วจะเป็นที่ยอมรับของผู้คนได้
เหรอ?”
“เธอถูกตระกูลฉู่รังแก ถูกคนเหยียดหยาม เธอเคยแก้แค้นได้
ไหม?”
“ขี้ขลาด ลังเล แต่นายกลับให้ฉันเรียนรู้จากเธอ! น่าหัวเราะจริง
ๆ”
“ทุกคนที่รังแกฉันจะต้องตาย ทุกคนที่ดูถูกฉัน จะต้องคลานมา
ขอร้องฉัน”
“การมีชีวิตอยู่แบบนี้สิ มันถึงสนุกกว่า!”
“การมีชีวิตอยู่แบบฉู่ลั่วน่ะ ตายไปเสียยังดีกว่า!”
ซีไป๋พูดทีละประโยคหยิ่งทะนงและดูถูก
ระบบเงียบไปสักพัก แล้วถามว่า [นายต้องการเหยียบย่าทุกคน
ในโลกให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของนายเหรอ?]
ซีไป๋ตอบ “แน่นอน! และไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้น…”
แม้แต่เทพเจ้า!
ทว่าเขาไม่ได้พูดประโยคนี้ออกมา แต่ระบบก็ได้ยิน
ระบบพูดด้วยน้าเสียงเบา ๆ แฝงด้วยความหดหู่ [นายหยิ่งผยอง
เกินไปแล้ว]
“คนที่มีความสามารถ หยิ่งผยองนิดหน่อยจะเป็นไรไปล่ะ! ใน
โลกนี้นายยังจะหาคนที่มีพรสวรรค์สูงกว่าฉันได้อีกเหรอ? พวกเรา
สองคนต่างก็ใช้ประโยชน์จากกันและกัน นายอย่ามาทำตัวเหนือกว่า
ฉันอยู่เรื่อย”
“พวกเราเท่าเทียมกัน”
“ถ้าคุณไม่เต็มใจ ก็ไปหาคนอื่นได้”
ระบบ [นายยังไม่ได้เป็นเทพ แต่ก็มีความหยิ่งผยองของเทพแล้ว]
ซีไป๋ก้มมองสิ่งมีชีวิตเบื้องล่าง “นายคิดว่าฉันไม่มีสิทธิ์หยิ่งผยอง
เหรอ?”
ระบบ […]
ตี้จิง
คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
“ค่ายกลสร้างเสร็จแล้ว มันจะปิดกั้นพลังของพวกเราชั่วคราว”
ฉู่ลั่วรับกำไลงูสีเงินจากจิ่งอีมา แล้วพูดกับจิ่งอีว่า “ฉันจะรวม
วิญญาณให้หล่อน เธอคอยเฝ้าอยู่ข้างนอก”
จิ่งอีพยักหน้า
เธอมองงูยักษ์ในค่ายกล ดวงตาแดงก่า “ปรมาจารย์ฉู่คะ เธอจะ
ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“เธอจะไม่เป็นอะไร”
จิ่งอีจึงหันหลังเดินจากไป ในมือถือดาบของเสวี่ยหลวน ยืนอยู่
นอกวิชาค่ายกล
แม้จะรู้ว่ามีค่ายกลของปรมาจารย์ฉู่ แต่เธอก็ยังคงมองรอบ ๆ
ด้วยสีหน้าระแวดระวัง
หลายชั่วโมงต่อมา สมองกลของจิ่งอีก็ส่งเสียงดังไม่หยุด เธอคิด
จะไม่สนใจ แต่มันดังนานเกินไปจึงจำใจเปิดดู
พอเปิดขึ้นมา ก็เจอคำถามรัว ๆ จากเวินหลิงเยว่กับหลิงฟาง
“อาหญิงฉันล่ะ?”
“พวกเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม! ทำไมในเน็ตถึงบอกว่าอาหญิงตาย
แล้วล่ะ?”
“สีไคเปิดเผยวิดีโอจากห้องวิจัยของเขา บอกว่าอาหญิงบุกรุก
เข้าไปในสถาบันวิจัยของพวกเขา แล้วถูกอาวุธของสถาบันวิจัย
สังหาร มันไม่จริงใช่ไหม!”
จิ่งอีรีบเปิดบัญชีโซเชียลของสำนักเต๋าใหม่ทันที
วิดีโอล่าสุดเป็นภาพปรมาจารย์ฉู่บุกเข้าสถาบันวิจัยอิ๋งเสิน
เป็นภาพปรมาจารย์ฉู่ทำลายห้องวิจัยทีละห้อง
สุดท้าย เป็นภาพปรมาจารย์ฉู่บุกเข้าไปในบ้านพัก กำลังยืนอยู่
หน้าโหลแก้ว
จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นและแสงไฟจ้า
หลังจากนั้นสถานที่ก็กลายเป็นซากปรักหักพัง
สีไคถอนหายใจแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ผมได้โพสต์เชิญชวนผู้
บำเพ็ญทั้งหลายมาลิ้มลองสุราฝูเสอ แต่เพื่อปกป้องสุราฝูเสอ ผม
จำเป็นต้องเพิ่มความปลอดภัยของสถานที่ ไม่คิดว่าปรมาจารย์ฉู่จะ
บุกรุกเข้ามา ลงมือเปิดสวิตช์และเสียชีวิตที่นี่”
“ผมได้ยื่นคำร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว”
“ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าเป็นความผิดของผม ผมก็จะไป
มอบตัวเอง”
ความคิดเห็นของชาวเน็ตใต้วิดีโอนั้นแย่มาก
จิ่งอีปิดวิดีโอแล้วพูดว่า “ปรมาจารย์ไม่เป็นอะไร แต่ว่า…”
เวินหลิงเยว่เข้าใจทันที “พวกเราจะบอกคนภายนอกว่าเราไม่รู้
เรื่อง ไม่รู้ว่าอาหญิงอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าอาหญิงเป็นตายร้ายดียังไง”