เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1918 มีแต่ฉันเท่านั้นที่จัดการได้
ผีร้ายแลบลิ้นยาว ๆ ออกมาจากปาก ม้วนตัวซือไถไว้
เพียงครั้งเดียวก็รัดจนซือไถจนตาพร่าและหายใจไม่ออก
ซือไถรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อโจมตีลิ้นนั้น แต่ยังไม่ทันได้ขยับ
แขนทั้งสองข้างของผีร้ายก็รัดแขนของเขาไว้
เขาขยับไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้ผีร้ายลากเขาเข้าปากมัน
แต่ว่า…หนงฉานน่าจะหนีออกไปได้แล้ว!
เขาไม่ได้ตายเปล่า
“ซือไถ!”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหลังอีกครั้ง จิตใจของซือไถสั่นสะท้าน
ถ้าไม่ใช่เพราะถูกพันธนาการที่คอ เขาคงด่าออกไปแล้ว
ผีร้ายค่อย ๆ หันกลับมา สบตากับหนงฉานที่ยืนอยู่ที่ประตูและ
ผู้หญิงอีกคนที่อายุน้อยกว่า
“ไปตามคนมาช่วยงั้นเหรอ!”
“พลังวิญญาณบริสุทธิ์กว่าด้วย!”
“กินแล้วคงจะอร่อยกว่า”
ฉู่ลั่ว “คุณเคยกินคนมาก่อนเหรอ?”
ผีร้ายแยกยิ้มเผยให้เห็นฟันแหลมคม บนฟันยังมีคราบเลือดอยู่
“คนที่เชิญเธอมา ไม่ได้เล่าเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ของฉันให้ฟังเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “ฉันกลัวว่าพวกเขาจะใส่ร้ายคุณ เลยต้องถามด้วยตัวเอง”
“ใส่ร้าย?” ผีร้ายขบคิดคำสองคำนี้ “ฮ่า ๆ ๆ ! สมองเธอมีปัญหา
หรือเปล่า! ใส่ร้ายฉัน? ฮ่า ๆ ๆ !”
“ถ้าไม่ได้ใส่ร้ายก็ดีแล้ว! ฉันจะได้ฆ่าคุณโดยไม่ต้องเกรงใจ”
พร้อมกับเสียงของฉู่ลั่ว แสงสีขาวก็พุ่งเข้าใส่ผีร้าย
ผีร้ายยิ้มรับมือ แต่เพิ่งจะยื่นแขนออกไปก็ถูกแสงสีขาวตัดขาด
จากนั้นแสงสีขาวอีกหลายสายก็พุ่งเฉือนร่างกายของมัน
ซือไถเพียงรู้สึกตัวว่าพันธนาการบนร่างกายคลายออก เขารีบ
กลิ้งตัวหลบ
หนงฉานวิ่งเข้ามา พยุงเขาขึ้น “ไม่เป็นไรใช่ไหม!”
ซือไถส่ายหน้า มองไปทางฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วกำลังยืนอยู่ข้างซากศพของผีร้าย
เธอก้มมองมัน
แล้วฟันดาบลงไป
ผีร้ายสลายเป็นเถ้าธุลีทันที
เพียงการฟันดาบเดียวเบา ๆ ก็ทำให้ผีร้ายไม่มีโอกาสโต้ตอบ
นี่คือฉู่ลั่วงั้นเหรอ?
เขาจับแขนของหนงฉานพลางลุกขึ้นยืน
หนงฉานก็ตื่นเต้นเช่นกัน แต่ทั้งสองคนต่างก็ควบคุมตัวเองไว้
ได้แต่ใช้สายตาสื่อสารกัน
“ไปกันเถอะ!”
ฉู่ลั่วพาพวกเขาเดินออกมา ผู้เข้าแข่งขันทั้งหกคนเห็นพวกเขา
เดินออกมาก็มีสีหน้าไม่สู้ดี
“ฉู่ลั่ว คุณหมายความว่ายังไง? คุณจะช่วยพวกเขาเหรอ? อย่า
ลืมสิ พวกเราเป็นผู้เข้าแข่งขันเหมือนกันนะ!”
ฉู่ลั่วถือดาบ เอียงคอมองผู้เข้าแข่งขันทั้งหกคน “พวกคุณคิด
ว่า…ฉันขาดเงินเหรอคะ?”
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหกคน “…”
“อะไรทำให้พวกคุณคิดว่า ฉันอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกคุณ”
ฉู่ลั่วชี้ดาบไปที่พวกเขา “บอกผู้เข้าแข่งขันทุกคน ฉันมีเรื่องจะ
พูด ถ้าขาดใครไปแม้แต่คนเดียว หนึ่งในพวกคุณจะต้องตายใต้คม
ดาบของฉัน”
“เธอ…”
มีคนกำลังจะอ้าปากพูด แต่ถูกคนอื่นดึงแขนไว้ “นั่นคือฉู่ลั่วนะ”
หนงฉวนกับซือไถเดินตามฉู่ลั่วออกไป
พอกลับถึงโรงแรม หมี่สวิ้นที่ได้รับข่าวก็รีบรุดมา ส่วนซือไถ
ได้รับการรักษาแล้ว
หนงฉวนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
หมี่สวิ้นรู้สึกหนักอึ้งในใจ เขาเดินมาหาฉู่ลั่ว “ขอถามปรมาจารย์
ฉู่ คุณต้องการทำอะไรครับ?”
ฉู่ลั่วยืนอยู่บนชั้นสองของโรงแรม มองผู้เข้าแข่งขันที่ค่อย ๆ
รวมตัวกันที่ล็อบบี้ชั้นล่าง “คุณควบคุมพวกเขาไม่ได้ มีแต่ฉันเท่านั้น
ที่จัดการได้!”
“หรือคุณอยากให้เรื่องอย่างวันนี้เกิดขึ้นอีก”
หมี่สวิ้นเงียบไป
ถ้าวันนี้ไม่ใช่เพราะฉู่ลั่วรีบไปทันเวลา หนงฉวนกับซือไถคงไม่
รอดแล้ว
“พวกเขาจะฟังคุณเหรอครับ?”
ฉู่ลั่ว “พวกเขาจะฟังค่ะ”
เมื่อผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกลับมาครบ พวกเขาต่างมองฉู่ลั่วที่อยู่
บนชั้นสองพร้อมกัน
พวกเขารู้เรื่องที่ฉู่ลั่วทำแล้ว
และรู้ด้วยว่าเป็นฉู่ลั่วที่เรียกพวกเขามา
มีบางคนรู้สึกไม่พอใจ บางคนมองฉู่ลั่วอย่างเย็นชา
“เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ พวกคุณคงทราบกันแล้ว” ฉู่ลั่วยืนอยู่ที่ราว
กั้น ก้มมองลงไปด้านล่าง “ทางองค์กรได้เสนอวิธีการแก้ไขมาแล้ว
คือกำจัดได้!”
คำว่า “กำจัด” หลุดออกมา ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดต่างก็โห่ร้อง
แม้แต่หมี่สวิ้นก็หันไปมองเธอด้วยความประหลาดใจ
พวกเขาไม่ได้พูดว่าจะกำจัดสักหน่อย!
ฝั่งองค์กรยังไม่ได้เริ่มคุยกันเลย