เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 193 คุณชายจิ่วมาแล้ว
ฉู่ลั่วครุ่นคิด “คนธรรมดาอยู่ใกล้ชิดกับพลังงานหยินนานเกินไป ย่อมมีผลกระทบต่อร่างกายค่ะ”
อิ่นซานเงียบลง
คนอื่น ๆ ก็ตกอยู่ในความเงียบเช่นกัน
เหิงหว่านไป๋ก้มหน้าด้วยความผิดหวัง เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ช่างเถอะค่ะ ฉันรู้ว่าตัวเองเพ้อฝันเกินไป ต่อไปนี้… ฉันจะไม่รบกวนการถ่ายทำของพวกคุณแล้ว”
“ฉันคงจะไม่ทำให้พวกคุณถ่ายทำต่อไม่ได้ เพียงเพราะตัวฉันไม่สามารถถ่ายหนังได้หรอกค่ะ”
อิ่นซานถอนหายใจ เขามองไปที่เด็กสาวแล้วพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ปรมาจารย์ฉู่ครับ แค่เธอสามารถปรากฏตัวหน้ากล้อง และทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถออกฉายได้ ก็พอแล้วครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “แม้ว่าพวกคุณจะได้รับผลกระทบน่ะเหรอคะ?”
อิ่นซานพยักหน้า เขาหันไปมองคนอื่น ๆ “ถ้ามีใครไม่ยินดีจะทำ สามารถถอนตัวไปตอนนี้ได้เลยนะครับ ผมไม่บังคับใครทั้งนั้น”
สถานที่ถ่ายทำเงียบลงอีกครั้ง
เสี่ยวโหยวยกมือขึ้น “ฉัน ๆๆๆ ฉันไม่ถือค่ะ ฉันไม่ถือสาเรื่องนี้เลยสักนิด!”
ตากล้องก็เดินออกมาเช่นกัน “ผมไม่สนใจหรอกครับ!”
คนอื่นเห็นพวกเขาสองคนตอบรับโดยไม่ลังเล ก็แสดงตัวว่าต้องการจะทำเช่นกัน
นักแสดงหญิงสองคนมองหน้ากัน และตอบตกลง
เหิงหว่านไป๋ที่อยู่ในจอมอนิเตอร์ยืนนิ่งไป เธอพุ่งเข้ามาที่หน้าจอ ใบหน้าน่ากลัวฉายอยู่เต็มหน้าจอ ทั้งยังมีเลือดไหลออกมาจากตา
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณพวกคุณทุกคน”
อิ่นซานอึ้ง “…”
ทุกคนต่างก็ตกใจกับภาพนี้จนพากันหน้าขาวซีดไปหมด
รองผู้กำกับหันหน้าไปอีกทาง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “ดูเหมือนว่าหลังจากนี้คงต้องใช้เวลาปรับตัวนานมากทีเดียว”
“นี่คือกระดาษยันต์แปดแผ่นค่ะ หากเอาไปติดแยกไว้แปดจุดในกองถ่าย ขณะที่ถ่ายทำ เธอจะสามารถปรากฏตัวบนหน้าจอได้” ฉู่ลั่วหยิบยันต์ออกมา สะบัดมือหนึ่งครั้ง ยันต์ทั้งแปดแผ่นก็ลอยไปในตำแหน่งที่แตกต่างกัน
ท่ามกลางความตกตะลึงมีสายลมเย็นพัดเข้ามาจนทุกคนต่างส่งเสียงกรีดร้อง
นักแสดงหญิงสองคนกลัวจนต้องกอดกันเอาไว้
ด้านข้างของจอมอนิเตอร์ มีร่างของผู้หญิงสวมกระโปรงสีขาว ผมเผ้ารุงรังคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากอากาศ
เหิงหว่านไป๋มองไปรอบ ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่เมื่อเธอรับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวของทุกคน ก็สลายกลายเป็นควันจาง ๆ ลอยเข้าไปในมุมห้อง …ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความมืด
ฉู่ลั่วพูดเตือนว่า “คุณปรากฏตัวได้แค่ในกองถ่ายเท่านั้น ถ้าออกจากกองถ่ายไปแล้ว ก็จะไม่มีใครมองเห็นคุณอีก”
เหิงหว่านไป๋พยักหน้าอย่างแรง “เข้าใจแล้วค่ะ ฉันไม่เคยคิดจะแก้แค้น แค่อยากถ่ายภาพยนตร์ให้พ่อกับแม่ของฉันดูเท่านั้น”
ฉู่ลั่วหยิบยันต์ขึ้นมาอีกหลายแผ่น ส่งให้อิ่นซาน “เอายันต์นี้แปะไว้ที่อุปกรณ์ถ่ายทำนะคะ หลังจากถ่ายออกมาแล้ว ก็จะสามารถฉายได้ค่ะ”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์!”
อิ่นซานรีบรับยันต์มา แล้วเก็บใส่กระเป๋าอย่างหวงแหน
ฉู่ลั่วบอกว่า “ฉันจะมาหาพวกคุณที่กองถ่ายทุกเจ็ดวัน แบบนี้เธอก็จะส่งผลกระทบกับกองถ่ายของพวกคุณน้อยลงแล้ว”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ ขอบคุณท่านมาก ๆ”
ทุกคนต่างก็รีบเข้ามาขอบอกขอบใจกันยกใหญ่
…
กลางดึก
อิ่นซานมาส่งฉู่ลั่วที่โรงแรมรุ่ยข่ายด้วยตัวเอง เมื่อมาถึงโรงแรม ผู้กำกับหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขาเกาจมูกของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะพูดอย่างเกรงใจว่า “ปรมาจารย์ฉู่ครับ ผมแอดวีแชตของคุณได้ไหมครับ?”
“ได้ค่ะ”
ฉู่ลั่วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาให้อิ่นซานสแกน จากนั้นจึงพูดว่า “ถ้าที่กองถ่ายเกิดปัญหาอะไร หรือถ้าเหิงหว่านไป๋สูญเสียการควบคุม คุณต้องแจ้งให้ฉันทราบทันทีนะคะ”
“ครับ ผมจะทำอย่างนั้นแน่นอน” อิ่นซานว่าจบ ก็กล่าวอีกว่า “แต่ผมดูแล้วเหิงหว่านไป๋ไม่น่าเสียการควบคุมนะครับ”
ฉู่ลั่วพูดอย่างใจเย็น “เธอไม่ใช่คน ไม่ใช่คนที่มีชีวิต เป็นแค่ผีที่ความปรารถนายังไม่สำเร็จเท่านั้นเองค่ะ”
“ความปรารถนาของผี พูดไปแล้วมันก็คือดาบสองคม”
อิ่นซานแสดงออกว่าตนเองเข้าใจแล้ว
ทันทีที่ฉู่ลั่วเพิ่งลงจากรถก็ได้ยินเสียงอุทานดังขึ้นมา
“คุณหนู ในที่สุดก็กลับมาแล้ว” หัวหว่านวิ่งเข้ามาหาพลางมองดูฉู่ลั่วด้วยความประหม่า “พวกเรากลับมาก็เห็นข้อความที่คุณหนูทิ้งเอาไว้ เลยรอคุณหนูกล้บมา ใครจะคิดว่าดึกขนาดนี้แล้ว คุณหนูจะยังไม่กลับมา ติดต่อไปหา คุณหนูก็ไม่รับสาย”
ฉู่ลั่วเปิดโทรศัพท์มือถือ และเห็นสายที่ไม่ได้รับหลายสาย
“ฉันอยู่ในสถานที่พิเศษ เลยไม่มีสัญญาณน่ะ”
เหิงหว่านไป๋รบกวนสนามแม่เหล็ก ทำให้โทรศัพท์ใช้ไม่ได้
หัวหว่านไม่พูดอะไร แต่ใช้สายตาเป็นสัญญาณให้มองไปยังจุดที่อยู่ไม่ไกล “คือว่า… คุณชายจิ่วมาแล้วค่ะ”
ฉู่ลั่ว “…”