เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1937 ไปเป็นเทพบนนั้น
ฉู่ลั่วกลับพูดกับหัวหว่านว่า “ในเมื่อฉันจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็ไม่อาจ
ปล่อยให้เจียเหยียนอยู่คนเดียวที่ตี้จิงได้ ฉันจะไปรับเธอมา”
หัวหว่านพอได้ยินก็พยักหน้าหลายครั้ง
เทพเอกเก้าญาณกลับขวางฉู่ลั่วไว้ก่อน “เจ้าออกไปตอนนี้ไม่
กลัวอสนีบาตสวรรค์หรือไง? อสนีบาตสวรรค์ไม่สนหรอกนะว่าเจ้า
เป็นคนฝ่าด่านเคราะห์หรือไม่ ถ้าเข้าใกล้เกินไป เจ้าอาจจะได้รับ
ผลกระทบไปด้วย”
ยิ่งไปกว่านั้น…เขาสงสัยว่าอสนีบาตสวรรค์ตั้งใจมาที่มณฑล
หนานโดยเฉพาะ
หรืออาจจะตั้งใจล่อฉู่ลั่วให้ออกไป
เมื่อถึงเวลานั้น หากอสนีบาตสวรรค์ผ่าลงมา
ถ้าฉู่ลั่ว เกิดเรื่องขึ้นมา ก็เป็นเพราะอยู่ใกล้อสนีบาตสวรรค์
เกินไป…
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่ต้องกังวลค่ะ อสนีบาตสวรรค์จะไม่ผ่าฉันหรอก”
เธอเดินออกมาจากค่ายกลของคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
ทันทีที่ก้าวออกไป เมฆดำทะมึนก็รวมตัวกันมาทางฉู่ลั่ว เพียงชั่ว
พริบตาก็ก่อตัวเป็นรูปกรวยขนาดมหึมา และในกรวยสีดำทะมึนนั้น มี
สายฟ้าแลบปลาบรุนแรงยิ่งขึ้น
ท้องฟ้าเหนือมณฑลหนานมืดมิดลงเพราะเมฆดำ
เทพเอกเก้าญาณยืนอยู่ที่ขอบค่ายกลของคฤหาสน์ เอ่ยเรียก
“ฉู่ลั่ว เข้ามาข้างใน”
แต่ฉู่ลั่วไม่ขยับ
หมิงคุนก็รีบเดินเข้ามา มองเหตุการณ์นี้ด้วยความกังวล “นาง
กำลังทำอะไรกันแน่? การลงทัณฑ์ด้วยสายฟ้านี้ดูไม่ธรรมดาเลย
ไม่ใช่ว่ากำลังมุ่งเป้าไปที่นางหรอกนะ!”
เทพเอกเก้าญาณจับแขนของหมิงคุน “นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ!
ประเด็นคือถ้าฉู่ลั่วผ่านอสนีบาตสวรรค์ไปไม่ได้นางก็จะตาย แต่ถ้า
นางผ่านมันไปได้ นางก็จะได้ขึ้นสวรรค์”
เขาชี้นิ้วชี้ขึ้นฟ้า “ไปเป็นเทพบนนั้น”
หมิงคุนเบิกตากว้าง กระโดดไปมาด้วยความร้อนใจอยู่ในค่ายกล
“ถ้าฉู่ลั่วไปเป็นเทพ พวกเราจะทำยังไง!”
“นาง…นางจะไปเป็นเทพไม่ได้นะ!”
“ถ้านางไปเป็นเทพเซียน นางก็จะเข้าข้างพวกเทพ”
พูดจบ เขาก็จะพุ่งตัวออกไป แต่ถูกเทพเอกเก้าญาณห้ามไว้
หมิงคุนมองเทพเอกเก้าญาณด้วยความสับสน
เทพเอกเก้าญาณหัวเราะเบา ๆ “นางเต็มใจออกไปเอง”
หมิงคุน “…”
“เจ้าขวางนางไว้ได้ชั่วคราว แล้วจะขวางนางได้ตลอดไปหรือ?”
เทพเอกเก้าญาณมองฉู่ลั่วที่อยู่ข้างนอก “ตราบใดที่เป็นผู้บำเพ็ญ ไม่
มีใครไม่อยากเป็นเทพหรอก ด้วยพลังวิญญาณและบุญกุศลของนาง
ในตอนนี้ ถ้าขึ้นสวรรค์ก็ต้องไปรับตำแหน่งเทพบนสวรรค์ชั้นที่เก้า
สิบเก้าแน่นอน”
“ถึงตอนนั้น… พวกเราก็คงได้แต่มองดูรูปปั้นดินเหนียวของ
นางในโลกมนุษย์เท่านั้น”
หมิงคุนรู้สึกไม่พอใจ “การเป็นเทพมีอะไรดีนักหนา ทำไมไม่ว่า
จะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ ต่างก็อยากเป็นเทพกันทั้งนั้น!”
เขามองฉู่ลั่วด้วยความโกรธเคืองเล็กน้อย
เขาคิดว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น
เธอสามารถามารถทำให้มนุษย์ ปีศาจ และผีอยู่ร่วมกันอย่างสงบ
สุขได้
ในช่วงเวลานั้น เขามีความสุขจริง ๆ
เขาคิดว่าแบบนั้นดีที่สุดแล้ว
เป็นมนุษย์แล้วอย่างไร?
เป็นมนุษย์แล้วอย่างไร?
เป็นผีแล้วอย่างไร?
พวกเขาเป็นเพื่อนกันไม่ได้เหรอ? ทำงานร่วมกันไม่ได้เหรอ?
เมฆดำบนท้องฟ้าค่อย ๆ กดต่าลง จนกระทั่ง…
กรวยหมุนวนอยู่เหนือศีรษะของฉู่ลั่ว
เธอยังคงนิ่งเฉย เงยหน้าขึ้นโดยไม่ขยับเขยื้อน
อัสนีบาตสวรรค์รวมตัวกันอยู่เหนือศีรษะของเธอ ใกล้จะผ่าลง
มาแล้ว
เทพเอกเก้าญาณเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ “ฉู่ลั่วเป็นอะไร
ไป? ไม่ป้องกันตัวหรือ? รีบรับมือกับอัสนีบาตสวรรค์สิ!”
หมิงคุนก็เบิกตากว้าง “หรือว่านางเบื่อหน่ายที่พวกเราจู้จี้ เลย
อยากตายใต้อัสนีบาตสวรรค์? ข้าแค่บ่นนางไม่กี่คำ นางจะอ่อนแอ
ขนาดนั้นเลยหรือ!”
เขารีบตะโกนไปยังฉู่ลั่วที่อยู่นอกค่ายกล “ฉู่ลั่ว ถ้าเจ้าอยากเป็น
เทพก็เป็นไปเถอะ! ตามใจเจ้า! แต่อย่าตายนะ!”
สายฟ้าในกลุ่มเมฆดำแลบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงฟ้าร้องก็ดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับว่าในวินาทีถัดไป จะต้อง
เป็นเสียงระเบิดที่ทำให้แก้วหูทุกคนแตกได้
พวกเขาต่างจ้องมองฉู่ลั่วด้วยความตื่นเต้น
แม้แต่เจ้าหน้าที่นักพรตที่สังเกตเห็นความผิดปกติก็ยังตามมาดู
และยืนอยู่ห่าง ๆ
เหยียนอันมองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าเย็นชาพลางขมวดคิ้ว “ตกใจจนโง่
ไปแล้วเหรอ? แม้แต่ป้องกันตัวยังทำไม่ได้แล้ว?”