เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1938 ไม่ได้ผ่าลงมา
เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหลังเขามองเธอด้วยความหวาดกลัวปนอิจฉา
“อสนีบาตที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะขึ้นสวรรค์ไปถึงขั้นไหน?”
“ฉู่ลั่วเก่งกาจมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เธอมีบุญกุศลมากมาย แถมยัง
มีศรัทธาอีก ถ้าขึ้นสวรรค์ได้สำเร็จ ตำแหน่งเทพคงไม่ต่าแน่”
“ไม่คิดว่าจะได้เห็นการกำเนิดของเทพผู้ยิ่งใหญ่”
ทุกคนต่างรอคอยด้วยความคาดหวัง ความกังวล หรือแม้แต่
ความเย้ยหยัน
รอคอย!
รอ… คอย!
รอ…
“อัสนีบาตจะผ่าลงมาหรือเปล่าเนี่ย!” ปีศาจตนหนึ่งในค่ายกลอด
รนทนไม่ไหว
รอมาหลายชั่วโมงแล้วนะ
สายฟ้านี่สะสมพลังมานานพอแล้ว!
ไม่ใช่แค่ปีศาจตนนี้ที่คิดแบบนี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ก็คิดแบบ
เดียวกัน
อสนีบาตสวรรค์นี้มีพลังยิ่งใหญ่มาก ทุกคนต่างรอให้มันฟาดลง
มา
ใครจะรู้ว่าอสนีบาตสวรรค์กลับมีแค่ความยิ่งใหญ่เท่านั้น
ขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดาว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน เมฆดำ
หนาทึบบนท้องฟ้าก็ค่อย ๆ สลายไป แสงแดดส่องสว่างจ้า
หมิงคุนกะพริบตาอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงไม่ผ่าลง
มาล่ะ?”
เทพเอกเก้าญาณขมวดคิ้ว “ฉู่ลั่วบำเพ็ญมาพอแล้ว พลัง
วิญญาณก็มากพอ บุญกุศลก็มีพอ แน่นอนว่าต้องถึงขั้นบรรลุขึ้น
สวรรค์แล้ว แค่ผ่านเคราะห์นี้ไปได้ นางก็จะได้ขึ้นสวรรค์แน่นอน”
“อีกอย่าง…”
“การขึ้นสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่เทพควบคุมได้ นี่คือกฎเกณฑ์ของ
สวรรค์”
“กฎของสวรรค์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
แต่ว่า…
อัสนีบาตสวรรค์ไม่ได้ผ่าลงมา
ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ผ่าลงมา
ตลอดเวลาที่เทพเอกเก้าญาณอยู่ในแดนเทพมานานแสนนาน ก็
ไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
เหยียนอันอดหัวเราะเยาะไม่ได้ “สงสัยว่าสายฟ้าสวรรค์คงหาคน
ผิดแล้วมั้ง!”
“ฉันก็ว่า เธอเป็นแค่ฉู่ลั่ว ทำไมถึงฝ่าด่านเคราะห์เป็นคนแรก”
เมฆดำสลายไป อสนีบาตสวรรค์ก็หายไป
ฉู่ลั่วหันกลับมามองคนที่ยืนงงอยู่ในค่ายกล “บอกแล้วไงว่ามันไม่
ผ่าฉันหรอก”
เมื่อพูดจบ ร่างของเธอก็หายวับไป
ขณะนั้นเหยียนอันก็ชี้ไปที่ค่ายกลของีคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวัน พูดว่า “ว่าแล้วทำไมพวกปีศาจส่วนใหญ่ในมณฑลหนานถึง
หายไปหมด ที่แท้ก็ซ่อนตัวอยู่ที่นี่นี่เอง”
“ทำลายค่ายกลซะ”
“จับปีศาจทั้งหมดไปสอบสวน”
เขาหรี่ตาลง “ปีศาจที่ขัดคำสั่งขององค์กรคงไม่ใช่ปีศาจดี ๆ แน่
สั่งสอนให้เต็มที่ ตายก็ช่างมัน!”
ณ ตี้จิง
ทันทีที่ฉู่ลั่วปรากฏตัว เธอก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังสนั่น
เมื่อเธอเข้าไปในคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน ก็เห็นงูสีเงินขด
ตัวอยู่บนต้นไม้
ทันทีที่จิ่งเจียเหยียนเห็นเธอ ก็เลื้อยลงมาทันที “ลั่วลั่ว เธอ
กลับมาแล้ว! เธอเห็นไหม? มีอสนีบาตสวรรค์เยอะมากเลย! น่ากลัว
จริง ๆ !”
“ประตูระหว่างสองโลกปิดมานานแล้ว นักพรตหลายคนก็บำเพ็ญ
จนสำเร็จ พอประตูเปิด พวกเขาก็ต้องฝ่าด่านเคราะห์เพื่อขึ้นสวรรค์
กันเป็นธรรมดา”
เธอเดินเข้าไปตรวจสอบการหลอมรวมของร่างกายและวิญญาณ
ของจิ่งเจียเหยียน “ฟื้นตัวได้ดีทีเดียว”
จิ่งเจียเหยียนพยักหน้าอย่างแรง “แน่นอนอยู่แล้ว! ฉันเชื่อฟัง
คำสั่งทุกอย่าง อยู่ในค่ายกลรวมวิญญาณที่เธอวาดไว้วันละสิบเจ็ด
สิบแปดชั่วโมง”
จู่ ๆ เธอก็ชะงัก “ประตูสองโลกเปิดแล้ว! ใครกัน! ใครมันช่างร้าย
กาจเปิดประตูสองโลก”
“ไม่รู้เหรอว่าถ้าประตูสองโลกเปิด เหล่าเทพจะลงมา?”
“ใครกันแน่…”
“ฉันเอง” ฉู่ลั่วพูดแทรกด้วยน้าเสียงเรียบเฉย
ดวงตางูของจิ่งเจียเหยียนเบิกกว้าง รีบพูดทันที “ลั่วลั่ว เธอทำ
แบบนี้ต้องมีเหตุผลแน่ ๆ เหล่าเทพจะลงมาก็ปล่อยให้ลงมาเถอะ!
ยังไงพวกเขาก็คิดจะลงมาทุกวันอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่วันนี้ก็ต้องพรุ่งนี้”
“เธอปล่อยให้พวกเขาลงมาเร็วหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็นไร”
ฉู่ลั่วมองจิ่งเจียเหยียนที่เปลี่ยนคำพูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่
น้อย ก่อนยิ้มเล็กน้อย “หลังจากนี้ฉันจะไปอยู่ที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้า
มองตะวันในมณฑลหนาน ฉันไม่วางใจที่จะให้เธออยู่ที่นี่ ดังนั้นจะพา
เธอไปด้วย”
“ต้องพาฉันไปด้วยแน่นอนอยู่แล้ว! แค่ไม่กี่วันนี้ ฉันก็รู้สึกได้แล้ว
ว่าค่ายกลถูกโจมตีหลายครั้งมาก” เธอกระดิกหางแล้วเดินเข้าไปใน
ห้อง “ฉันจะไปจัดของนะ! มีของอีกเยอะที่ต้องเอาไปด้วย”
“เอารูปถ่ายไป”
“เอาเสื้อผ้าไปด้วย!”
“เอารองเท้า!”
“เครื่องประดับที่ฉันชอบที่สุดก็ต้องเอาไป…”