เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1941 เทียนเป่า
หนึ่งในนั้นร่วงลงมา ฮั่วจิ้นเห็นมันทันที เขาคว้าขึ้นมาอย่าง
รวดเร็ว จ้องมองสักพัก แล้วหันไปมองฉู่ลั่วอย่างเหลือเชื่อ
“นี่คือ…”
ฮั่วจิ้นมองดูภาพวาดบนผ้าไหม
ภาพวาดนั้นละเอียดมาก แทบจะเหมือนกับภาพถ่ายเลยทีเดียว
สามารถมองเห็นดอกไม้สีสดใสที่อยู่บนพื้นหลังได้อย่างชัดเจน
และใต้ต้นไม้นั้น เป็นภาพของฉู่ลั่วที่กำลังอุ้มเด็กคนหนึ่งอยู่
ฮั่วจิ้นมองเด็กคนนั้นชัด ๆ เขาชี้ไปที่เด็กในภาพวาด “หน้าตา
ของเด็กคนนี้…”
“อ๊ะ!” หยางไต้ร้องขึ้นมา เธอชี้ไปที่ภาพวาดในมือ เป็นภาพของ
ฉู่ลั่วที่กำลังท้องโต “นี่…นี่คือ…”
ฉู่ลั่ว “หนูมีสถานการณ์ที่พิเศษ เดิมทีหนูกับฮั่วเซียวหมิงไม่
น่าจะมีลูกด้วยกันได้ แต่หนูให้ยันต์กับเขา…”
“หลังจากนั้นหนูก็ไปยังโลกอื่น เด็กคนนี้ก็ควรจะเป็นทารกที่ตาย
แล้ว ไม่มีวิญญาณและไม่สามารถเติบโตได้”
“แต่ว่าโลกอื่น…”
ไม่ทันที่เธอจะพูดจบ หยางไต้ก็ตื่นเต้นมาก “เด็ก! มีเด็กแล้ว!”
“หนูคลอดลูกคนเดียวในโลกอื่นได้ยังไง? ที่นั่นไม่มีอะไรเลยนะ
ไม่มีแพทย์ สภาพแวดล้อมในการคลอดก็คงไม่ดีแน่ ๆ …”
“โอ้ย!”
เธอกังวลมาก
ฮั่วจิ้นห้ามหยางไต้ที่กำลังจะกระโดดลงจากเตียงด้วยความ
ตื่นเต้น “ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ ดูก่อนว่าภาพต่อไปเป็นยังไง”
เขาก้มลงมองผ้าไหมในมือของหยางไต้
ภาพวาดถัดไปเป็นภาพของฉู่ลั่วนั่งอยู่ริมน้า ข้าง ๆ มีดอกบัว
ขนาดใหญ่ ในดอกบัวมีเด็กน้อยน่ารักนั่งอยู่ เด็กคนนั้นเบิกตากว้าง
มองตรงไปข้างหน้าราวกับถูกอะไรบางอย่างทำให้ตกใจ
น่ารักมาก
ทุกคนในห้องพอได้ยินเรื่องนี้ก็รีบเข้ามามุงดูทันที
“ลูกของคุณหนูกับประธานฮั่ว ต้องน่ารักมากแน่ ๆ !”
“กรี๊ดดดด! ลั่วลั่ว เธอมีลูกแล้วเหรอเนี่ย! กรี๊ดดดด!”
“ปรมาจารย์มีลูกแล้ว!”
“น่ารักจัง!”
“สวยมาก!”
หยางไต้ยิ่งไม่อยากวางผ้าไหมในมือลง อยากจะดูภาพวาดต่อไป
มือไม้สั่นเทา
เมื่อทุกคนดูภาพวาดทั้งหมดสิบกว่าภาพเสร็จ หยางไต้ก็ถาม
ด้วยความกังวล “ทำไมภาพวาดถึงเป็นตอนที่เด็กยังเล็กอยู่ล่ะ? เกิด
เรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่ว “วิญญาณและร่างกายของเด็กพิเศษมาก เลยต้องอุ้มท้อง
นาน ฉันรอจนกว่าเด็กจะคลอดออกมาและมีอาการคงที่แล้วถึง
กลับมา”
“อ๊ะ!”
เธอพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่หยางไต้กลับตกใจมาก
“หนู…เด็กเพิ่งเกิดเองนะ! ทิ้งเด็กไว้คนเดียวในโลกอื่นแบบนี้ เด็กจะ
ไม่กลัวหรือไง? ที่นั่นไม่มีอะไรให้กินด้วยซ้า…”
“โอ๊ย! โอ๊ย!”
ฮั่วจิ้นก็กระวนกระวายมาก
ฉู่ลั่วมองบรรยากาศเศร้าหมองรอบตัวทั้งสองสลายไป ไม่เห็น
ความสิ้นหวังในตัวพวกเขาอีก แววตาของเธอจึงอ่อนโยนลง “กว่าน
หว่านและลูกศิษย์หนูดูแลเด็กเป็นอย่างดีค่ะ”
“แต่ว่า…”
หยางไต้ขมวดคิ้วแน่น
ฉู่ลั่ว “เพราะว่าตอนนี้สถานการณ์ของเด็กค่อนข้างพิเศษ จึงยัง
ไม่สามารถพากลับมาได้ในตอนนี้ รอให้ประตูมั่นคงก่อน บางที
อาจจะส่งคุณสองคนไปหาเด็กได้ หรืออาจจะรับเด็กมาที่นี่…”
หยางไต้กับฮั่วจิ้นหันมามองฉู่ลั่วพร้อมกัน “จริงเหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
หยางไต้และฮั่วจิ้นยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น
“ดังนั้นพวกคุณต้องดูแลสุขภาพให้ดี”
“ดูแล ดูแล จะดูแลแน่นอน”
ฮั่วจิ้นยิ่งตื่นเต้น “พวกเราจะมัวแต่นั่งรอไม่ได้แล้ว บริษัทต้อง
บริหารให้ดี เดี๋ยวพอหลานกลับมา จะได้ซื้อของเล่นให้ได้”
หยางไต้พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็ถามว่า “เด็กผู้ชายหรือ
เด็กผู้หญิง? พวกเราไม่ได้ลำเอียงว่าต้องเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ผู้ชาย
ก็ดี ผู้หญิงก็ดี! แค่อยากรู้เพศเท่านั้น!”
“เด็กผู้หญิงค่ะ!”
“แล้วชื่อล่ะ?”
“ยังไม่ได้ตั้งชื่อค่ะ แค่ตั้งชื่อเล่นว่าเทียนเป่า”
“เทียนเป่า! ชื่อนี้เพราะจัง! ฟังดูยิ่งใหญ่”
“เทียนเป่า เทียนเป่า โอ๊ย ยิ่งฟังก็ยิ่งเพราะ”
หยางไต้ลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น “ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องไปบอก
อาจิ่ว”
เธอหยิบผ้าไหมสิบกว่าผืน วิ่งไปที่โลงศพหยินด้วยความ
กระตือรือร้น
ทุกคนก็ตามไปด้วย
โลงศพที่เคยเย็นยะเยือก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
หยางไต้เล่าเรื่องราวในภาพวาดให้ฮั่วเซียวหมิงในโลงศพหยิน
ฟังด้วยความตื่นเต้น
ฉู่ลั่วยืนอยู่นอกโลงศพ จิ่วฉานยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ “เกิดอะไรขึ้นกับ
จิ่งเจียเหยียนครับ? ทำไมร่างกายและวิญญาณของเธอถึงไม่มั่นคง
ขนาดนี้?”