เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1942 ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง
“ทำไมคุณถึงเป็นคนไปช่วยเธอ?”
“เธอไม่ได้ผูกพันกับเด็กคนนั้นหรอกเหรอครับ? แค่ดูแลเด็กคน
เดียวเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นแยกร่างกายกับวิญญาณออกจาก
กันนี่!”
ฉู่ลั่ว “เรื่องนี้นายควรไปถามเธอด้วยตัวเองนะ”
จิ่วฉานมองจิ่งเจียเหยียนที่ชูหัวงูขึ้นมองโลงศพ “ผมถามเธอไป
เธอก็คงไม่พูดหรอกครับ”
“นายลองไปดูข่าวข้างนอกสิ ตอนนั้นมันดังมาก น่าจะหาดูได้”
หลังจากที่หยางไต้และฮั่วจิ้นรู้ว่ามีหลานสาวแล้ว ทั้งสองก็ดูมี
ชีวิตชีวาขึ้น ฮั่วจิ้นยิ่งโทรศัพท์ติดต่อผู้บริหารของฮั่วกรุ๊ปเป็นว่าเล่น
ว่าเขาต้องการกลับไปบริหารบริษัท
วันหนึ่ง ขณะฉู่ลั่วกำลังวาดค่ายกลให้กับจิ่งเจียเหยียน
ร่างกายและวิญญาณของจิ่งเจียเหยียนหลอมรวมกันเกือบจะ
สมบูรณ์แล้ว จำเป็นต้องใช้วิชาค่ายกลใหม่เพื่อทำให้มันมั่นคง
ตู้ม! ค่ายกลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
มันถูกโจมตี
จิ่งเจียเหยียนขดตัว เงยหน้ามองดูวิชาค่ายกลเหนือคฤหาสน์
เมฆใสเฝ้ามองตะวัน “คราวนี้คนที่มาเหมือนจะแข็งแกร่งอยู่นะ!”
ทันใดนั้น ดวงตางูของเธอก็เปลี่ยนไป “กลิ่นนี้คุ้นเคยจัง!”
ฉับพลัน เธอก็พุ่งตัวออกจากค่ายกล สะบัดหางวิ่งออกไปอย่าง
รวดเร็ว
ฉู่ลั่วยืนอยู่กับที่ มองวิชาค่ายกลที่ตัวเองยังวาดไม่เสร็จอย่างจน
ปัญญา
จิ่วฉานที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดว่า “เอ่อ ต้องเป็นคนที่เธอเกลียดมากแน่
ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ตื่นเต้นขนาดนี้ ให้ผมไปพาเธอกลับมาไหม
ครับ?”
ฉู่ลั่วส่ายหัว “ไม่ต้องหรอก ออกไปดูด้วยกันเถอะ!”
“แต่นายต้องใจเย็นก่อนนะ”
จิ่วฉานขมวดคิ้วเล็กน้อย
ทุกคนเดินมาถึงขอบของค่ายกล หร่วนย่วนย่วนห้ามจิ่งเจียเห
ยียนที่กำลังจะพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง ส่วนหัวหว่านกอดร่างงูใหญ่
ของเธอเอาไว้
จิ่งเจียเหยียนด่าออกไปด้านนอกว่า “ปล่อยฉัน! ฉันจะออกไปฆ่า
มัน! พวกเธอไม่รู้หรอกว่ามันทำเรื่องน่ารังเกียจขนาดไหน! ฉันต้อง
ฆ่ามันให้ได้!!!”
ด้านนอกค่ายกลคือสีไคที่สวมชุดวิจิตรตระการตา
รอบกายเขามีพลังปราณม่วงวนเวียนอยู่เบา ๆ
หร่วนย่วนย่วนเอ่ยขึ้น “เขาขึ้นสวรรค์แล้ว! ตอนนี้คงเป็นเทพ
แล้วล่ะ!”
เทพเอกเก้าญาณที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดว่า “ใช่ เป็นเทพแล้ว! แต่ยัง
ไม่ได้รับการแต่งตั้งเทพ แค่ฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จแล้วเท่านั้น เจ็ดวันที่
ผ่านมานี้ ทั่วประเทศก็มีผู้บำเพ็ญระดับสูงฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จกันไป
ทั่ว”
“กลัวว่าแดนเทพคงจะคิดไม่ออกว่าจะแต่งตั้งตำแหน่งเทพอะไร
แล้วล่ะ!”
“แต่ว่า…” เขามองสีไค “เขากลายเป็นเทพแล้ว”
“เทพแล้วยังไง! ฉันจะกลัวเขาเหรอ? ปล่อยฉัน ตอนนั้นฉันแค่
พลาดท่าเผลอไปติดกับดักของเขาเข้า ถึงได้ถูกเขาจับตัวไป วันนี้
ฉันต้องฆ่าเขาให้ได้!”
จิ่งเจียเหยียนดิ้นรนอย่างรุนแรง สะบัดหัวงูไปมา
จิ่วฉาน “เป็นเขาเหรอ?”
เขาได้ดูวิดีโอแล้ว
ดูอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ดูทุกเฟรม ทุกวินาที
ฉู่ลั่ว “ใช่ เป็นเขา!”
จิ่วฉานแค่นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกระโดดลงไปยืนข้างจิ่งเจียเห
ยียน แล้วตบไหล่เธอ “ถอยออกไปเถอะ เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
หรอก!”
“นายดูถูกฉันเหรอ!”
จิ่วฉาน “ตอนนี้เขาเป็นเทพแล้ว! เธอเป็นแค่ปีศาจที่บำเพ็ญมา
ไม่กี่ปี ไม่มีทางเป็นต่อสู้กับเขาได้หรอก”
เขาจ้องมองดวงตางูที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไม่ต้องห่วง
ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง”
จิ่วฉานเปล่งรัศมีพุทธะทั่วร่าง กำลังจะก้าวออกจากค่ายกล แต่
ถูกฉู่ลั่วขวางเขาไว้
เขามองฉู่ลั่วอย่างสงสัย
ฉู่ลั่วพูดว่า “นายบำเพ็ญวิถีพุทธ มีการสืบทอด ถ้าลงมือสังหาร
เทพ รู้ไหมว่าผลสะท้อนกลับจะรุนแรงแค่ไหน?”
จิ่วฉานมองด้วยท่าทีสงบนิ่ง “ผมเข้าใจดี”
“แต่…แล้วยังไงล่ะ”
เขาพูดพลางจะเดินออกไปอีก แต่ฉู่ลั่วกลับผลักเขาไปอยู่ข้าง ๆ
จิ่งเจียเหยียน
จิ่งเจียเหยียนรีบใช้หางพันรอบตัวเขา “ไม่จำเป็น ๆ ถ้าทำให้นาย
ถูกผลสะท้อนกลับ มันก็ไม่คุ้มค่าหรอก พวกเรายังมีลั่วลั่ว ลั่วลั่วจะแก้
แค้นให้ฉันเอง”
เธอมองฉู่ลั่วด้วยความชื่นชม
ฉู่ลั่วยิ้มพลางพยักหน้าให้พวกเขา “ใช่ ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง”
จิ่งเจียเหยียนมีสีหน้าภาคภูมิใจ
จิ่วฉานมองฉู่ลั่ว แล้วก็มองสีไคที่อยู่ด้านนอก จากนั้นก็ถอยหลัง
ไปหนึ่งก้าว