เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1947 ค าเชิญ
เซียวเมิ่ง “ที่พวกเราสองคนมาครั้งนี้ ความจริงแล้วอยากจะเชิญ
ปรมาจารย์ไปดูสถานที่ของพวกเราค่ะ”
“เชิญฉันไป?”
หยวนเป่ยเป่ยและเซียวเมิ่งพยักหน้าพร้อมกัน “ใช่แล้วค่ะ! เชิญ
ท่านปรมาจารย์ไปนั่นแหละ”
ทั้งสองคนมองฉู่ลั่วด้วยความคาดหวัง
ซู่เซี่ยงหยางพูดอยู่ข้าง ๆ ว่า “ถ้าคุณไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป
หรอกครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเอง”
หยวนเป่ยเป่ยกับเซียวเมิ่งต่างมองซู่เซี่ยงหยางอย่างไม่เข้าใจ
พวกเธออ้าปากจะพูดอะไร แต่ภายใต้สายตาของซู่เซี่ยงหยาง ก็ปิด
ปากลงทั้งคู่
ฉู่ลั่วคิดครู่หนึ่ง “ตกลง ฉันไปได้ แต่ต้องไปเร็วกลับเร็ว”
หยวนเป่ยเป่ยและเซียวเมิ่งพยักหน้าติด ๆ “ฟังท่านปรมาจารย์
ทุกอย่างค่ะ ท่านปรมาจารย์ว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น!”
ฉู่ลั่ว “ฉันจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ก่อน เดี๋ยวจะไปกับพวกคุณ”
เธอเรียกหัวหว่านมาสั่งการเล็กน้อย แล้วออกไปกับพวกหยวน
เป่ยเป่ย
ตอนที่พวกหยวนเป่ยเป่ยมา พวกเขาขับรถเหาะมา ฉู่ลั่วนั่งอยู่
บนรถเหาะ เอียงหน้ามองซู่เซี่ยงหยางที่อยู่ในสภาพวิญญาณ “ไจ๋
โหรวกับคนอื่น ๆ ล่ะคะ?”
ซู่เซี่ยงหยางพูดว่า “ทุกคนได้รับการตรวจสอบแล้วครับ ไจ๋โหรว
ถูกคนตระกูลไจ๋รับกลับไป จี้ไจ่ก็กลับไปตระกูลจี้ การเกิดขึ้นของ
สำนักเต๋าใหม่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสำนักเต๋าเก่า ประกอบกับ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสถานการณ์วุ่นวายมาก คนจาก สำนักเต๋า
เก่าจำนวนไม่น้อยจึงถูกกดดันจากสำนักเต๋าใหม่”
“ยังมีอีกหลายคนที่ตายอย่างไม่มีสาเหตุ”
“ความขัดแย้งระหว่างสำนักเต๋าเก่าและสำนักเต๋าใหม่…”
เขาส่ายหัว “โดยเฉพาะเจ็ดสิบสองสำนักเซียน ช่วงหลายปีมานี้
ไม่เหลือความรุ่งโรจน์เหมือนแต่ก่อนแล้วครับ”
ในอดีตตอนที่พวกเขาก่อตั้งองค์กร เจ็ดสิบสองสำนักเซียนดูถูก
พวกเขา ดูถูกฉู่ลั่ว
แต่ตอนนี้พอพูดถึงสำนักเต๋าแล้ว เจ็ดสิบสองสำนักไม่มีใครเอ่ย
ชื่อได้เลย
เซียวเมิ่งที่กำลังขับรถพูดขึ้นมาทันทีว่า “ความเสื่อมถอยของ
เจ็ดสิบสองสำนักไม่ได้เป็นเพราะการเกิดขึ้นของสำนักเต๋าใหม่
เท่านั้นค่ะ แต่ยังเป็นเพราะอัจฉริยะในเจ็ดสิบสองสำนักจำนวนมาก
ถูกส่งไปยังมณฑลหนานตั้งแต่แรก และส่วนที่เหลือที่มีพรสวรรค์
เล็กน้อย…”
หยวนเป่ยเป่ยพยักหน้าเห็นด้วย “ก็เป็นแบบนั้นแหละค่ะ”
พูดจบ เธอก็หันไปมองฉู่ลั่ว “เทพธิดาน้อยอย่าคิดว่าพวกเรามี
ความลับนะคะ! พวกเราแค่อยากจะทำให้คุณประหลาดใจ”
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ชัดเจนว่ากำลังรอคำ
ชม
ฉู่ลั่วยกยิ้ม
รถเหาะพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว
กระทั่งทะลุผ่านชั้นเมฆหนาทึบ รถเหาะหยุดชะงักกลางอากาศ
ชั่วครู่แล้วบินต่อไป สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะบินอย่างมั่นคงอีกครั้ง
ฉู่ลั่วเอ่ย “เป็นค่ายกล”
เซียวเมิ่งและหยวนเป่ยเป่ยต่างยิ้ม
“เป็นค่ายกลที่เชื่อมถึงสวรรค์ด้วย”
หยวนเป่ยเป่ยกับเซียวเมิ่งยิ้มภูมิใจมากขึ้น
หลังจากผ่านพื้นที่สีขาวโพลนไป ทัศนียภาพตรงหน้าก็สว่างไสว
ขึ้นทันที
รถเหาะบินลงด้านล่าง
ฉู่ลั่วมองผ่านหน้าต่าง เห็นอาคารหลายหลัง และผู้บำเพ็ญที่
กำลังเหยียบดาบบินระหว่างตึก
“นี่คือ…”
อีกสามคนไม่มีใครตอบเธอ
แต่ฉู่ลั่วก็มีคำตอบของตัวเองแล้ว
รถจอดนิ่งอยู่บนดาดฟ้าของตึกหนึ่ง บนดาดฟ้ามีที่จอดรถเหาะ
ไว้นับร้อยช่อง แต่ตอนนี้ทั้งลานจอดรถบนดาดฟ้า มีเพียงรถของ
พวกเขาคันเดียวเท่านั้น
เซียวเมิ่งรีบลงจากรถ เดินไปที่ด้านข้างของฉู่ลั่ว จัดการเปิด
ประตู และโค้งตัวทำท่าเชิญ “เชิญค่ะ!”
ฉู่ลั่วก้าวออกลงจากรถ
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังสนั่น
ริบบิ้นสีสันสดใสมากมายตกลงมาจากฟ้า ตามด้วยแสง
ระยิบระยับ
แผ่นป้ายขนาดใหญ่ถูกแขวนไว้กลางอากาศ มีตัวอักษรขนาด
ใหญ่เขียนว่า
[ยินดีต้อนรับกลับมา ปรมาจารย์ฉู่ลั่ว!]
ผู้บำเพ็ญที่เดิมทีบินไปมาบนท้องฟ้า ต่างลอยลงมาใต้ป้ายใหญ่
ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ส่งเสียงดังกึกก้อง “ยินดีต้อนรับกลับมา
ปรมาจารย์ฉู่ลั่ว!”
เสียงนั้นเกือบจะทะลุไปถึงท้องฟ้า
ฉู่ลั่วมีสีหน้างุนงงอยู่บ้าง เธอมองไปยังกลุ่มคนที่ปรากฏขึ้นอย่าง
ฉับพลันบนแท่นขนาดใหญ่
ผู้นำคือเซียนพู่กันที่ลอยอยู่กลางอากาศ เบื้องหลังเขายังเห็น
สมาชิกบางคนที่เคยพบในองค์กร หรือผู้บำเพ็ญที่เคยเจอที่ลัทธิเต๋า
ยังมีเทพอู่ทงที่ไม่อาจระงับรอยยิ้มบนใบหน้าได้