เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1974 ยับยั้งแล้วจัดระเบียบ
พอเข้าไปในองค์กร เจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังยุ่งอยู่ต่างหันมามอง
“หัวหน้าองค์กร!”
“สวัสดีครับหัวหน้าองค์กร!”
“เจ้านิกาย!”
“หัวหน้าองค์กรครับ พวกเรากลับมาที่องค์กรอีกแล้วครับ”
เจ้าหน้าที่ที่เคยอยู่ในห้องขังก่อนหน้านี้ดูจะดีใจมาก
“ผมรู้อยู่แล้วว่าหัวหน้าองค์กรต้องทำตามที่พูดไว้ ต้องพาหัวหน้า
ซู่กลับมาด้วยแน่นอน”
ฉู่ลั่วมองใบหน้ายิ้มแย้มของคนตรงหน้าก็อดยิ้มตามไม่ได้
จี้ไจ่ก็ลอยเข้ามา “ซีไป๋คงรู้ว่าพวกเราอาจจะมารับช่วงองค์กร
เลยจัดการเอกสารไว้เยอะเลยครับ อดีตเจ้าหน้าที่ขององค์กร พวก
เราก็ไม่สามารถกักขังไว้ได้ทั้งหมด”
“ต้องตรวจสอบไปทีละคน”
หยวนเส้าหยินก็วิ่งเข้ามา เขาสวมชุดเจ้าหน้าที่องค์กร สะพาย
อาวุธเวทของตัวเอง สีหน้ายังคงเคร่งขรึม แต่แววตาอ่อนโยนขึ้นไม่
น้อย “ทางลัทธิเต๋ามีความเคลื่อนไหวผิดปกติน้อยลงมากครับ พวก
เขาต่างอยากมาพบเจ้านิกาย”
“เพื่อปรึกษาเรื่องอนาคตของมนุษย์”
ไจ๋โหรวแค่นเสียงใส่ “ตอนนี้รู้จักทำตัวกระตือรือร้นแล้วเหรอ?
แค่เห็นซีไป๋ได้ตำแหน่งเทพผู้ติดตามหลังจากขึ้นสวรรค์ ก็กลัวกันไป
หมดแล้วหรือไง!”
การขึ้นสวรรค์แล้วยังต้องก้มหัวให้คนอื่น สำหรับคนที่เคยได้รับ
ความเคารพนับถือในหมู่มนุษย์ คงจะทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก
จี้ไจ่บอก “รู้จักกลัวก็ยังดีกว่าคอยก่อกวนลับหลัง”
“ในตอนที่มนุษย์กำลังเผชิญหน้ากับชีวิตและความตาย ถ้ายังมี
คนแทงข้างหลังอีก คงต้องขอโทษด้วย”
สีหน้าของจี้ไจ่เย็นชาและเคร่งขรึมขึ้นมา
ซู่เซี่ยงหยางเดินออกมาแล้ว เขาอุ้มเอกสารจำนวนมากและ
ตะโกนเสียงดัง “ฉู่ลั่ว คราวนี้คุณจะปล่อยมือไม่ได้แล้ว เอกสารพวกนี้
คุณก็ต้องดูด้วย”
ฉู่ลั่วมองใบหน้าของทุกคน ฟังคำพูดของพวกเขา แล้วค่อย ๆ
หลุบตา
ถ้าระบบอยู่ในจิตธรรมญาณของเธอตอนนี้ บางทีเธออาจจะบอก
มันได้เธอไม่เสียใจ
เพราะสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่แค่ให้ญาติและเพื่อนของเธอหลุด
พ้นจากโชคชะตา แต่เธอต้องการให้ทุกคนที่อยู่ตรงหน้า หลุดพ้น
จากโชคชะตาที่ถูกควบคุม
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่สนับสนุนเธอทาง
อินเทอร์เน็ตด้วย
รวมถึงคนที่ไม่มีเงินเรียนหนังสือและช่วยเหลือเธอด้วย
และอีกมากมาย…
อีกมากมายหลายคน
พวกเขาทั้งหมดควรหลุดพ้นจากโชคชะตาที่ถูกควบคุม
ฉู่ลั่วยิ้มกว้างขึ้นมาทันที “ตอนที่ก่อตั้งองค์กรพวกเราตกลงกัน
เอาไว้แล้ว ฉันจะจัดการแค่การปราบปรามลัทธิเต๋ากับสิ่งชั่วร้าย
เท่านั้น ส่วนเรื่องการบริหารจัดการ ฉันจะไม่ยุ่งด้วย”
เธอยิ้มมองซู่เซี่ยงหยาง “ตอนนี้หัวหน้าซู่กลายเป็นผีแล้ว ไม่ต้อง
เหนื่อย ไม่ต้องหิว นี่เป็นโอกาสที่ดีในการทำงานหนักเลยนะคะ”
ซู่เซี่ยงหยางโกรธมาก “ฉู่ลั่ว คุณเป็นปีศาจหรือไง?”
เสียงหัวเราะดังไปทั่วองค์กร
แม้จะพูดแบบนั้นแต่ฉู่ลั่วก็ยังตามซู่เซี่ยงหยางเข้าไปในห้อง
ทำงานด้วยกัน
ห้องทำงานขยายพื้นที่ขึ้นหลายเท่าตัวแล้ว มีภาพวาดโบราณ
และของเก่าล้าค่าวางอยู่
บนโต๊ะทำงานยาวสองเมตรตอนนี้เต็มไปด้วยเอกสาร ซู่เซี่ยงหยา
งแบ่งเอกสารส่วนหนึ่งให้ฉู่ลั่ว “เอกสารอื่น ๆ ผมแบ่งออกไปหมดแล้ว
เหลือเพียงเอกสารที่เกี่ยวกับความลับขององค์กร พวกเราสองคนจะ
ตรวจสอบกันเอง”
“ตอนนี้กระแสการฆ่าตัวตายลดลงไปมาก”
“การบูชาเทพก็ลดลงเหมือนกัน”
“บนอินเทอร์เน็ตเริ่มมีข้อความเรียกร้องให้ทำลายรูปปั้นเทพ”
สำหรับคนในประเทศแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเทพที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนหรือมีความสามารถมาก
เพียงใด ถ้าไม่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ก็จะไม่มีใครบูชา
ฉู่ลั่วรีบพลิกดูเอกสารอย่างรวดเร็ว “ซุนหย่าจิ้งยังไม่มีการ
เคลื่อนไหว แต่การโต้กลับของเผ่าเทพจะต้องไม่ช้าแน่นอน”
ซู่เซี่ยงหยาง “ทางการทหารเตรียมพร้อมเอาไว้หมดแล้ว หาก
เกิดสงครามขึ้นจริง ๆ พวกเราก็ไม่กลัวครับ”
“แน่นอนว่า ถ้าไม่มีสงครามก็จะดีที่สุด”
ฉู่ลั่ว “เทพต้องการความศรัทธา ถ้าฆ่ามนุษย์ทั้งหมดจะเอาความ
ศรัทธามาจากไหนคะ? ถ้าทำให้มนุษย์ทั้งหมดเกลียดเทพ แล้วจะเอา
ความศรัทธามาจากไหนอีก? ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา วิธีการที่
เทพได้รับความศรัทธา ไม่ได้ถูกเขียนไว้ในหนังสือหมดแล้วเหรอ?”
ซู่เซี่ยงหยางหยุดเปิดเอกสารชั่วขณะ
“มันเป็นสงครามกลางเมืองของมนุษย์”
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองไปที่ฉู่ลั่ว “ความวุ่นวาย โรคภัย ไข้
เจ็บ ชีวิตและความตาย จะทำให้คนเกิดความหวาดกลัว เผ่าเทพจะลง
มายับยั้งแล้วจัดระเบียบโลกใหม่”