เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1978 ฉันไม่คุกเข่า
ไจ๋โหรวโบกมือไปมา พิงร่างตัวเองกับตัวเขา วิญญาณอ่อนแรง
และเลือนราง
จี้ไจ่และซู่เซี่ยงหยางต่างหันมองฉู่ลั่วพร้อมกัน
ฉู่ลั่วมองเกิ่งโม่ที่อยู่ในห้องสอบสวน เกิ่งโม่เหมือนจะรู้สึกถึง
บางอย่าง จึงค่อย ๆ เบือนหน้ามาสบสายตากับเธอ ยกมุมปากขึ้น
อย่างท้าทาย
จี้ไจ่เอ่ยขึ้น “คนคนนี้ไม่ได้บำเพ็ญ แม้แต่จิตธรรมญาณก็ยังไม่มี
แล้วเขาจะทำให้เธอบาดเจ็บได้ยังไงครับ?”
ไจ๋โหรวจับแขนเขาแน่น “เป็น…เป็นเทพ”
จี้ไจ่ขมวดคิ้ว
เขาก้มลงมองไจ๋โหรวที่พิงตัวเขาอยู่ รู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“เทพที่เธอพูดคือ…”
“เทพลัทธิเต๋า!” ไจ๋โหรวค่อย ๆ หลับตาลง “เทพที่นักพรตเต๋า
เคารพเป็นอาจารย์”
ดวงตาผีของจี้ไจ่เบิกกว้าง
ยังไม่ทันได้ตอบสนอง เจ้าหน้าที่นักพรตคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยสี
หน้าตกใจ เป็นคนตระกูลจี้ “เกิดเรื่องที่สำนักแล้วครับ”
จี้ไจ่กลับมาที่ตระกูลจี้
ฉู่ลั่วตามไจ๋โหรวกลับมาที่ตระกูลไจ๋
ทันทีที่เข้ามาในตระกูลไจ๋ ก็เห็นความวุ่นวายไปทั่ว
คนตระกูลไจ๋ทั้งหมดกรีดร้องวิ่งตามหลังไจ๋ฉางที่กำลังคลุ้มคลั่ง
ไจ๋ฉางเดินเท้าเปล่าบนพื้น ถือแส้ขนจามรีอยู่ในมือ
ครู่หนึ่งก็วิ่งไปทางนี้ ปากก็ตะโกนว่า “โชคชะตากำหนด
โชคชะตากำหนด”
ครู่หนึ่งก็โกรธจัด “ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้!”
“อ๊าาาก! ฉันจะปราบปีศาจ กำจัดมาร!”
เขาสะบัดแส้ขนจามรี ฟาดไปรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่ง
ไจ๋โหรวคว้าตัวนักพรตคนหนึ่งไว้ “ทำไมหัวหน้าตระกูลถึงเป็น
แบบนี้ล่ะ?”
นักพรตทำหน้าเศร้าสร้อยทันที “เมื่อครู่หัวหน้าตระกูลหมดสติ
ไปกะทันหัน หลังจากฟื้นขึ้นมาก็เป็นแบบนี้แล้ว! เหมือนอาการ
วิญญาณหลุดออกจากร่าง แต่ดวงวิญญาณก็ปกติดี! พวกเราไม่รู้ว่า
เกิดอะไรขึ้น!”
ไจ๋โหรวมองไปทางฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วแตะเท้าลงพื้น พุ่งไปอยู่ตรงหน้าไจ๋ฉางทันที
เธอจับข้อมือของไจ๋ฉางไว้ มืออีกข้างแตะลงบนกลางหว่างคิ้ว
ของเขา “ไม่ใช่อาการวิญญาณหลุดออกจากร่าง แต่เป็นการถูกสิง
ร่างกะทันหัน”
“ถูกสิงร่าง?”
“วิญญาณร้ายตนไหนกล้ามาสิงร่างหัวหน้าตระกูลของพวกเรา?
มันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง?”
“ตระกูลไจ๋ของเรายังไม่ได้ตกต่าถึงขั้นที่วิญญาณร้ายตัวไหนก็
เข้ามาได้นะ!”
ฉู่ลั่วจ้องมองดวงตาของไจ๋ฉาง เห็นพลังวิญญาณกำลังปั่นป่วน
อยู่ในม่านตาของอีกฝ่าย “ไม่ใช่วิญญาณร้าย”
ไจ๋โหรวขมวดคิ้ว “หรือว่าจะเป็น…”
เธอเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า
นักพรตตระกูลไจ๋รีบถามว่า “เสี่ยวโหรว มันคืออะไรกันแน่? ใคร
กล้าสิงร่างหัวหน้าตระกูล?”
ไจ๋โหรวนึกถึงภาพที่ตนเองเห็นบนร่างของเกิ่งโม่ ความกลัวที่ผุด
ขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณแผ่ซ่านไปทั่วร่างอีกครั้ง “เป็น
เทพ!”
นักพรตตระกูลไจ๋ชะงัก “แต่หัวหน้าตระกูลไม่ได้เชิญเทพมานี่
นา!”
น้าเสียงของไจ๋โหรวยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น “ไม่ได้เชิญเทพ แต่
เทพก็สามารถลงมาเองได้ไม่ใช่เหรอ?”
สีหน้าของคนตระกูลไจ๋เปลี่ยนไปทั้งหมด
พวกเขาพร้อมใจกันมองไปทางไจ๋ฉาง
เทพ?
ทำไมถึงลงมาสิงร่างหัวหน้าตระกูล?
ทำไมหัวหน้าตระกูลถึงกลายเป็นแบบนี้?
เทพมีบัญชาอะไรหรือเปล่า?
ไจ๋ฉางฟื้นคืนสติอย่างรวดเร็วด้วยการรักษาของฉู่ลั่ว
เขาจัดแจงเสื้อผ้า เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยความอ่อนเพลีย มองคน
ในตระกูลไจ๋ที่มีสีหน้าตื่นตระหนก แล้วมองฉู่ลั่ว “เป็นเทพ!”
“เป็น…เป็นบรรพบุรุษตระกูลไจ๋”
สีหน้าของคนตระกูลไจ๋เปลี่ยนเป็นนอบน้อมทันที บางคนถึงกับ
ประนมมือไหว้ขึ้นฟ้าด้วยท่าทางเคารพ
ไจ๋ฉางพิงเก้าอี้อย่างอ่อนแรง “บรรพบุรุษถามว่าทำไมพวกเราไม่
เคารพอาจารย์? ทำไมถึงทรยศต่ออาจารย์และบรรพบุรุษ?”
พอได้ยินคำพูดนี้ คนตระกูลไจ๋ก็คุกเข่าลงพร้อมกันยกเว้นไจ๋
โหรว
แต่สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นไม่สู้ดีเหมือนกัน
ไจ๋ฉางมองฉู่ลั่ว “บรรพบุรุษถามว่าทำไมพวกเราจะทรยศต่อ
สำนัก? การทรยศต่อสำนักต้องจะถูกขับออกจากสำนักและริบพลัง
ทั้งหมด”
ไจ๋โหรวขมวดคิ้ว “นี่กำลังบังคับให้พวกเราเลือกใช่ไหมคะ?”
ให้เลือกระหว่างมนุษย์กับเทพ?
“ไจ๋โหรว เธอไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์คำพูดของบรรพบุรุษ รีบ
คุกเข่าขอขมาเดี๋ยวนี้!”
คนตระกูลไจ๋ที่อยู่ข้าง ๆ ดึงตัวไจ๋โหรว พยายามจะให้เธอคุกเข่า
ลง
ไจ๋โหรวสะบัดมือของเขาออก “ฉันไม่คุกเข่า! ฉันไม่ได้พูดอะไร
ผิดสักหน่อย”