เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1999 เกิดมารในใจ
“ฉันก็คิดเหมือนกัน เพราะตั้งแต่อาจิ่วเกิดมา นิสัยเขาก็ไม่
เหมือนฉัน ไม่เหมือนพ่อของเขาด้วย เขาเป็นคนไม่ชอบพูดมาตั้งแต่
เล็ก แถมยังหยิ่งมากด้วย”
“ก่อนหน้านี้ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม ถึงกับคิดว่าอุ้มเด็กมาผิดคน”
“พอรู้ว่าเขาเป็นการกลับชาติมาเกิดของมังกรดำก็เข้าใจเรื่องทั้ง
หมดแล้ว”
เธอคาดว่าคงเป็นนิสัยของมังกรดำ
แต่ว่า…
เธอมองเขาจินหลี่ที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย “หรือว่าฉันจะเดาผิด”
มังกรดำก็คือมังกรดำ
อาจิ่วก็คืออาจิ่ว
มังกรดำไม่ได้อยากเป็นอาจิ่วเลยสักนิด
เธอก้มหน้าถอนหายใจ “พวกเรากลับกันเถอะ! แล้วก็อย่าไป
บอกเรื่องวันนี้กับลั่วลั่วเชียวนะ”
หมิงคุนมีสีหน้างุนงง “วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ? ข้ามาส่งของ
เหมือนเดิม แต่แค่พาคนมาด้วยอีกคนเท่านั้นเอง”
หยางไต้ “…”
เธอตบเขามังกรของหมิงคุนเบา ๆ “ฉันเข้าใจแล้ว นี่ไม่ใช่ปัญหา
ของอาจิ่วคนเดียว แต่เป็นปัญหาทั่วไปของพวกเผ่ามังกรดำสินะ”
หมิงคุน “ปัญหาทั่วไปอะไร?”
หยางไต้ยกมือขึ้นกุมหน้าผาก หมดคำจะพูด “กลับบ้าน ๆ”
หมิงคุนพาหยางไต้จากไปด้วยความสงสัยเต็มอก
พอพวกเขาบินจากไป เงาดำสายหนึ่งก็ลอยขึ้นมาจากเขาจินหลี่
พุ่งตรงไปยังเมฆหนาทึบยามค่าคืน
ร่างอันใหญ่โตของมังกรดำเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วท่ามกลางกลุ่ม
เมฆมืด มาถึงตี้จิงก่อนหมิงคุนเสียอีก
มังกรดำบินวนเวียนอยู่เหนือคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันที่ตี้จิง
หัวมังกรขนาดมหึมาก้มลงมองคฤหาสน์ที่ว่างเปล่า
ตอนนี้ ในคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันมีเพียงฉู่ลั่วคนเดียว
เท่านั้น เธอนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานบ้าน ขมวดคิ้วแน่น สีหน้า
เคร่งเครียด นิ้วมือที่ร่ายคาถาสั่นเล็กน้อย ไอสีดำแผ่ซ่านออกมาจาก
ร่างกายของเธอเป็นระลอก
ทันใดนั้นฉู่ลั่วก็ลืมตาขึ้น
ดวงตาของเธอจ้องมองตรงไป ก้มมองไอสีดำที่แผ่ซ่านออกมา
จากร่างกายของตัวเอง
เธอรีบผนึกมือและท่องคาถาอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน ไอสีดำบนร่างกายก็สลายไปหมด
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉู่ลั่วจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรี
ที่มืดมิด “ฉันกลับเกิดมารในใจเสียแล้ว”
……
“คุณเกิดมารในใจแล้ว!”
ซู่เซี่ยงหยางมองฉู่ลั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อ
จี้ไจ่กับไจ๋โหรวก็จ้องมองฉู่ลั่วเช่นกัน
หยวนเส้าหยินลองส่งพลังวิญญาณเข้าไปในจิตธรรมญาณของ
ฉู่ลั่ว แต่ก็ต้องถอนตัวกลับมาทันที
“จิตธรรมญาณของเจ้านิกายแข็งแกร่งเกินไป พวกเราเข้าไป
ไม่ได้ จำเป็นต้องหาคนที่แข็งแกร่งกว่าเจ้านิกายเข้าไปดูว่าเกิดอะไร
ขึ้น”
ซู่เซี่ยงหยางยังคงมีสีหน้างุนงง “ทำไมคุณถึงเกิดมารในใจได้ล่ะ
ครับ?”
“ฉันก็ไม่รู้ค่ะ ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้”
ไจ๋โหรวหัวเราะเยาะอย่างเคือง ๆ “จะเป็นเพราะอะไรได้อีกล่ะคะ?
แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะพลังของเจ้านิกายแข็งแกร่งเกินไป คน
ข้างบนคงจะทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แน่”
“ฉันเคยได้ยินมาว่า ผู้มีพลังมากมายหลายคนก่อนจะขึ้นสวรรค์
ต่างก็เผชิญกับมารในใจ ถ้าเอาชนะมารในใจได้ ก็จะขึ้นสวรรค์ได้
แต่ถ้าเอาชนะไม่ได้ บุญกุศลทั้งหมดก็จะสูญสลายไป ผู้มีพลังนับไม่
ถ้วนต้องพบจุดจบในช่วงเวลานี้”
จี้ไจ่ “การขึ้นสวรรค์ครั้งนี้มีผู้บำเพ็ญมากมาย แต่ไม่เคยได้ยินว่า
มีใครมีมารในใจ”
หยวนเส้าหยินก็มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน “การเกิดขึ้นของมาร
ในใจไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้เหตุผล เจ้านิกายรู้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงมี
มารในใจ?”
ฉู่ลั่วคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ตอนที่ฉันบำเพ็ญ ฉันไม่ได้
สังเกตเห็นความผิดปกติอะไร แต่รู้สึกว่าการบำเพ็ญไม่ความก้าวหน้า
พอรู้ตัวอีกที มารในใจก็หยั่งรากลงในจิตธรรมญาณแล้ว”
“เราจำเป็นต้องหาให้ได้ว่ามารในใจของเจ้านิกายคืออะไร”
หยวนเส้าหยินเน้นย้า
จี้ไจ่ “วิธีการของแดนเทพแทรกซึมไปทุกที่ ไม่คิดว่าจะเกิดกับ
เจ้านิกายด้วย”
ทั้งยังเป็นวิธีที่ไม่มีใครสามารถสังเกตเห็นได้อีกด้วย
โชคดีที่เจ้านิกายเจอมันเร็ว ถ้ารอจนถึงวันที่จะดำเนินตาม
แผนการถึงพบว่ามีมารในใจ ไม่เพียงแผนการจะไม่สำเร็จ แต่เจ้า
นิกายอาจจะถูกมารในใจทรมานจนตายด้วย