เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1998 นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
“ช่วงนี้ฉันอาจจะยุ่งหน่อย คงมาไม่บ่อยเหมือนเดิม ถ้าคุณชอบ
อาหารพวกนี้จริง ๆ ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันจะให้คนอื่นมาส่งให้”
“เขาก็เป็นมังกรดำเหมือนคุณ”
“นิสัยค่อนข้างร่าเริง”
“คุณน่าจะชอบเขานะ”
ฉู่ลั่วพูดจบก็ไม่ได้อยู่นาน หันหลังเดินจากไป
เธอเพิ่งเดินไปถึงตรงมุมก็ได้ยินเสียงกุกกักด้านหลัง จึงรีบหัน
กลับไปดูทันที
แล้วก็มองมังกรดำที่ไม่ขยับเขยื้อนด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะ
ถอนหายใจเบา ๆ
คราวนี้เธอไม่ได้อยู่ต่อ รีบเดินออกไป
เธอออกไปไม่นาน มังกรดำก็ลืมตาขึ้น มองอาหารตรงหน้า แล้ว
ส่งเสียงฮึมเบา ๆ กินอาหารจนหมด แล้วหลับตาลงอีกครั้ง
……
หมิงคุนโกรธมาก เขานำอาหารกลับมาอีกครั้ง “เกิดอะไรขึ้นกับ
มังกรดำนั่น ของที่ข้าเอาไปให้ เขาไม่กินเลยสักนิด”
หยางไต้มองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ “เขาไม่กินเหรอ?”
“ของที่ส่งไปก่อนหน้านี้ เขาก็กินหมดนะ!”
หมิงคุนพูด “จะบอกว่าเป็นเพราะข้าเหรอ!”
เขานั่งลงบนโซฟาอย่างหงุดหงิด “ข้ากับเขาเป็นพวกเดียวกัน
แถมยังเป็นมังกรดำเหมือนกัน เขาจะเล่นงานใครก็ได้ แต่ไม่ควรเล่น
งานข้าสิ!”
“แค่เพราะว่าตัวเองเป็นมังกรดำที่เกิดมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ก็
เลยคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เหรอ?”
“ส่งไปติดต่อกันเจ็ดวันแล้วก็ไม่ยอมกินสักที สิ้นเปลืองจริง ๆ”
หยางไต้เดินวนรอบโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร กอดอกมองพินิจ
พิเคราะห์
“ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของโปรดของเขาทั้งนั้น”
“ของที่ส่งไปก่อนหน้านี้เขากินหมด แต่ของที่เธอส่งไปเขากลับ
ไม่ยอมกิน”
“ถ้าไม่มีคนแอบกิน…”
หมิงคุนพูดตรง ๆ ว่า “ไม่มีทางจะมีใครกล้าแอบกินต่อหน้าเขา
หรอก”
หยางไต้เอ่ยขึ้น “ถ้าเราตัดความเป็นไปได้นี้ออกไป ก็เหลือความ
เป็นไปได้เพียงอย่างเดียว!”
เธอยิ้มเล็กน้อย บอกกับหมิงคุนว่า “พรุ่งนี้ฉันจะไปส่งเอง”
หมิงคุนมองหยางไต้ด้วยความสงสัย
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
หมิงคุนพาหยางไต้มาที่ถ้า
เธอกับหมิงคุนนำอาหารเข้าไป แล้วให้เขาออกมา ส่วนเธออยู่ใน
ถ้าตามลำพังกับมังกรดำ
หยางไต้จัดวางอาหารให้เรียบร้อยพลางพึมพำว่า “แม่ได้ยินหมิง
คุนบอกว่าช่วงนี้แกแทบไม่กินของที่พวกเราส่งมาเลย บางทีแกอาจจะ
อยากตัดขาดความสัมพันธ์กับอดีตจริง ๆ”
“แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว”
“ต่อไปพวกเราจะไม่ส่งอะไรมาให้แกอีก จะไม่มารบกวนแกด้วย”
“ลั่วลั่วบอกพวกเราหลายครั้งแล้ว”
“เธอบอกว่าตอนนี้แกไม่ใช่อาจิ่วแล้ว พวกเราไม่ควรปฏิบัติกับ
แกเหมือนอาจิ่ว”
“ลั่วลั่วพูดถูก”
หยางไต้พูดเสียงต่าและเศร้าสร้อย “แต่แม่กับพ่อของแกยัง
ปรับตัวไม่ทัน”
อาหารถูกจัดวางเรียบร้อย
เธอเดินไปหามังกรดำ “อาจิ่ว แกวางใจได้ ต่อไปพวกเราจะไม่มา
อีกแล้ว”
“ลั่วลั่วก็คงจะไม่มาอีกเหมือนกัน”
เธอยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าหมอง “เดิมทีแม่ยังคิดว่าแก
กับลั่วลั่วจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ตอนนี้แกเป็นมังกรดำ ไม่ต้องกังวล
เรื่องอายุขัยอีกต่อไป น่าเสียดายที่แกไม่ยอม”
“ลั่วลั่วก็คิดว่าแกไม่ใช่อาจิ่ว”
“ช่วงนี้ลั่วลั่วกำลังทำเรื่องใหญ่อยู่ ถึงแม่จะไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ก็รู้
ว่ามันต้องเป็นเรื่องร้ายแรงมาก”
“ถ้าสำเร็จ โลกคงจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบแน่นอน”
“ถ้าไม่สำเร็จ…”
หยางไต้พูดไม่ออก ได้แต่เดินออกจากถ้าด้วยความเศร้าโศก
ทันทีที่ออกจากถ้า เธอก็เร่งให้หมิงคุนออกจากเขาจินหลี่ เหาะ
ไปที่ไกล ๆ แล้วรอ
หมิงคุน “รอ? รออะไร?”
หยางไต้ “รอมังกรปากแข็งบางตัวไง”
หมิงคุนไม่เข้าใจ แต่ก็ทำตามคำพูดของหยางไต้ เฝ้ารออยู่ใน
เมฆหนา
แต่รอจนดวงอาทิตย์ตกดินก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
หยางไต้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “เป็นไปไม่ได้! หรือว่า…จะ
ไม่ใช่อาจิ่วจริง ๆ ?”
หมิงคุน “ความจริงล้ว… ถ้าคิดจากผลของการดึงเอาวิญญาณ
ส่วนนี้ออกมาทำให้มังกรดำหลับใหล วิญญาณนี้น่าจะสำคัญมาก
สำหรับมังกรดำตัวนั้น มันคงไม่ใช่วิญญาณธรรมดา”
หยางไต้ “ฉันก็คิดเหมือนกัน เพราะตั้งแต่อาจิ่วเกิดมา นิสัยเขาก็
ไม่เหมือนฉัน ไม่เหมือนพ่อของเขาด้วย เขาเป็นคนไม่ชอบพูดมา
ตั้งแต่เล็ก แถมยังหยิ่งมากด้วย”