เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2003 อย่าให้เขาเข้าใกล้เจ้านิกาย
“จิ่วฉานเขามีหนี้กรรมติดตัวมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
จิ่วฉานถูกพ่อแม่ส่งไปยังปรโลกย่อยเพื่อสวดส่งวิญญาณ
ถึงจะพูดว่าสวดส่งวิญญาณ แต่จริง ๆ แล้วก็คือการนำบาป
ทั้งหมดของวิญญาณเหล่านั้นมาสู่ร่างของเขา
เพียงแต่หลายปีมานี้ บาปเหล่านี้ถูกจิ่วฉานกดข่มเอาไว้อย่างดี
จึงทำให้พวกเขาลืมไปว่าจิ่วฉานยังมีหนี้กรรมอยู่
“ตั้งแถว! อย่าให้เขาเข้าใกล้เจ้านิกาย!”
จิ่วฉานมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง อีกทั้งตอนนี้เขาไม่สนใจอะไร
ทั้งสิ้น คนที่อยู่ที่นี่แทบไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้เลย
เทพเอกเก้าญาณกระโดดพรวดเข้ามา แปลงร่างเป็นสิงโตเก้าหัว
ซึ่งเป็นร่างดั้งเดิมของเขา กำลังจะแผดเสียงคำรามใส่อย่างโกรธ
เกรี้ยว ก็ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งดังมาจากท้องฟ้า
เสียงนั้นกดดันเทพเอกเก้าญาณที่เพิ่งแปลงร่างให้เล็กลงเรื่อย ๆ
จนสุดท้ายก็เหลือขนาดเท่าฝ่ามือ
เทพเอกเก้าญาณเงยหน้ามองท้องฟ้า แผดเสียงร้องอย่างไม่ยอม
แพ้ แต่ก็ไม่สามารถต่อต้านการควบคุมจากเสียงกระดิ่งได้
หมิงคุนกลอกตาและบ่น “ไร้ประโยชน์จริง!”
เขากระโดดขึ้นทันที พุ่งตรงไปยังจิ่วฉาน
“ก็แค่พระคนหนึ่ง ข้าไม่เชื่อหรอกว่า…”
ตึง!
สัญลักษณ์สวัสดิกะสีทองปรากฏขึ้นตรงหน้าของหมิงคุน
จากนั้นเสียงสวดมนต์ก็ดังออกมาจากปากของจิ่วฉาน บทสวด
ทั้งหมดกลายเป็นเชือกอาคมสีทองพุ่งเข้าใส่เขา
หมิงคุนถูกบังคับให้ถอยหลังไปหลายสิบก้าว
“เกิดอะไรขึ้นกับพระรูปนี้กัน? ทำไมได้ถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?”
จี้ไจ่ “เขาเดินทางไปปรโลกเพื่อสวดส่งวิญญาณเพียงลำพัง เขา
เดินตามเส้นทางการบำเพ็ญของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ แล้วจะไม่
แข็งแกร่งได้ยังไง?”
หมิงคุนยืนขวางหน้าฉู่ลั่วอย่างหมดคำพูด “แล้วทำไมพวกเจ้าไม่
บอกแต่แรก!”
เขาคำรามด้วยความโมโห พลังปีศาจพวยพุ่งออกมาทันที
เทพเอกเก้าญาณที่ถูกพลังศักดิ์สิทธิ์กดดันให้เล็กลงเท่าฝ่ามือ
ตะโกนว่า “ถ้าเขาฝึกวิชาของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ นั่นก็เป็นวิชา
เฉพาะของเผ่าปีศาจ ระวังตัว…”
พร้อมกับคำพูดของเทพเอกเก้าญาณ จิ่วฉานพลันประนมมือทั้ง
สอง ก้มตาลง แล้วท่องคาถาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
วินาทีถัดมา ไม้เท้าเวทปรากฏขึ้นในมือที่ประสานกัน
จิ่งเจียเหยียนตะโกนด้วยความตกใจ “ระวัง! ไม้เท้านี้เป็นอาวุธ
เวทของเปี่ยนคง เป็นอาวุธเทพ! มันร้ายกาจมาก!”
เธอรีบทะยานไปยืนขวางอยู่พร้อมกับหมิงคุน คิดจะรับการโจมตี
ครั้งนี้
หลังจากสกัดกั้นการโจมตีได้ จิ่วฉานที่ถือไม้เท้าก็กวาดตามอง
อย่างเย็นชา แล้วโบกไม้เท้าอีกครั้ง เร็วจนปีศาจสองตนที่เพิ่งรับมือ
ได้ต้องถอยหลังไปหลายสิบก้าว
“โจมตีสิ!”
หูเสี่ยวหลีพุ่งเข้ามา เธอไม่ได้แปลงร่าง เข้าโจมตีโดยตรง
แม้พลังปีศาจไม่กล้าแกร่ง แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอเกินไป
เทพเอกเก้าญาณ “ปีศาจสู้ไม่ได้ ผีก็สู้ไม่ได้ ไปหานักพรตหรือ
พระมา”
ซู่เซี่ยงหยางมองเหล่าปีศาจที่ถูกโจมตีจนถอยร่นไปเรื่อย ๆ “แล้ว
จะไปหานักพรตมาจากที่ไหนล่ะ!”
เขาตกใจหนัก
เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าทันที
วางแผนมาถึงขั้นนี้แล้วเหรอ?
จิ่วฉานบีบบังคับไปทีละก้าวจนใกล้จะถึงขอบของวิชาค่ายกล
แล้ว เขาใช้ไม้เท้าเวทฟาดใส่หูเสี่ยวหลีที่พุ่งเข้ามาจนกระเด็นไปไกล
หลายสิบเมตร กระแทกเข้ากับต้นไม้ดอกไม้อย่างแรง
จากนั้นก็ปล่อยคาถาสวัสดิกะออกมา กดลงบนตัวของหูเสี่ยวหลี
โดยตรง
ส่วนมังกรดำยิ่งถูกเขาเตะจนชนต้นไม้หักโค้นไปสามสี่ต้น ถึงได้
หยุดลง
ตรงหน้าเหลือเพียงจิ่งเจียเหยียน งูสีเงินตนนี้เท่านั้น
จิ่งเจียเหยียนหันกลับไปมองฉู่ลั่วที่อยู่ภายในวิชาค่ายกล แล้วหัน
มองจิ่วฉานที่ไม่มีสติสัมปชัญญะเหลืออยู่เลย
ดวงตางูของเธอเปลี่ยนแววเล็กน้อย
หูเสี่ยวหลีเห็นร่างงูของเธอส่ายไปมา “จิ่งเจียเหยียน เธออย่าทำ
อะไรโง่ ๆ นะ! ตอนนี้เธอยังแปลงร่างเป็นมนุษย์ไม่ได้ เธอยังไม่ได้ฟื้น
ตัวสมบูรณ์ ถ้าแปลงร่างเป็นมนุษย์ตอนนี้ จะส่งผลเสียต่อการบำเพ็ญ
ของเธอนะ!”
จิ่งเจียเหยียนพูดขึ้นว่า “ในเวลาแบบนี้ยังจะพูดเรื่องผลเสียอะไร
อีกล่ะ! ขอแค่สามารถยับยั้งจิ่วฉานและช่วยลั่วลั่วได้ จะทำอะไรก็ได้
ทั้งนั้น!”