เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2004 ใครจะแยกแยะได้
ที่นี่ตอนนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่เป็นปีศาจพุทธ
และมีเพียงเธอคนเดียวที่สามารถขัดขวางจิ่วฉานได้
จิ่งเจียเหยียนแปลงร่างเป็นมนุษย์ทันที ยกมือขึ้นทำท่าผนึกเพื่อ
ขัดขวางจิ่วฉาน
“จิ่วฉานตื่นขึ้นมาสิ! นายไม่ใช่เหรอที่สามารถควบคุมพลังชั่ว
ร้ายในร่างกายตัวเองได้ตลอดเวลา? ทำไมครั้งนี้ถึงควบคุมไม่ได้แล้ว
ล่ะ”
ตราอาคมของวิถีพุทธป้องกันการโจมตีที่พัวพันกันเข้ามา
เขาจับไม้เท้าเวท มองเธอด้วยดวงตาเย็นชา ดวงตาคู่นั้นไร้คลื่น
อารมณ์ราวกับรูปปั้นพระพุทธองค์ในวัด มองแล้วก็ชวนให้หัวใจของ
จิ่งเจียเหยียนหวาดหวั่นเล็กน้อย อีกทั้งยังทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวเมื่อ
หลายปีก่อน
“เปี้ยนคง…” เธอเรียกเบา ๆ
จิ่วฉานยกไม้เท้าเวทขึ้นมาขวางตรงหน้าทันที มือทั้งสองผลัก
ออกไป ทำให้ไม้เท้าลอยค้างอยู่กลางอากาศ เขาพนมมือ ปากเริ่ม
ท่องคาถา
จิ่งเจียเหยียนถอยหลังไปหนึ่งก้าว ถอยไปจนถึงขอบของค่ายกล
เธอทำเหมือนกับจิ่วฉาน พนมมือและท่องคาถา
บทสวดมนต์ของเธอตามทันจิ่วฉานอย่างรวดเร็ว เกือบจะเท่ากับ
ความเร็วในการท่องคาถาของจิ่วฉาน
ซู่เซี่ยงหยางยืนอยู่ข้าง ๆ มองไม้เท้าเวทที่ถูกจิ่งเจียเหยียนสกัด
ไว้ด้านหน้าด้วยความประหลาดใจ
“จิ่งเจียเหยียน เก่งขนาดนี้เลยเหรอ?”
หูเสี่ยวหลี “งูพุทธบำเพ็ญตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา เผ่าปีศาจ
ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นบนตัวเธอยังมี…”
เธอพูดไม่ออก “สรุปแล้ว ตอนนี้คนที่อาจจะหยุดจิ่วฉานได้ ก็คง
มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”
แต่ว่าจะหยุดได้หรือไม่ ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันอีกที
ถึงอย่างไรงูพุทธะที่ได้รับพลังวิถีพุทธมาก็ยังคงเป็นปีศาจอยู่ดี!
เทียบกับคนที่มีพลังแห่งพุทธะมาแต่กำเนิดอย่างจิ่วฉาน ก็แทบ
ไม่มีทางเทียบได้เลย
และอีกอย่าง…
เธอขมวดคิ้วมองร่างมนุษย์ของจิ่งเจียเหยียนที่แทบจะรักษา
สภาพไว้ไม่ไหว คิ้วของเธอขมวดแน่นยิ่งขึ้น
จิ่งเจียเหยียนยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บสาหัส
เธอหันไปพูดกับซู่เซี่ยงหยางว่า “ให้เจ้าหน้าที่ข้างนอกเข้ามา ใช้
อาวุธซะ”
ซู่เซี่ยงหยางตกใจ “ใช้อาวุธ! กับจิ่วฉานเหรอ?”
จิ่งเจียเหยียน “อย่านะ!”
หูเสี่ยวหลีตะโกนว่า “ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นนักพรตหรือ
ปีศาจก็ไม่ได้ เธอเองก็ทนได้ไม่นานหรอก จะปล่อยให้เขาโจมตีฉู่ลั่ว
หรือไง?”
จิ่งเจียเหยียนยังคงตะโกน “ไม่ได้ก็คือไม่ได้! อาวุธจะ…จะทำร้าย
จิ่วฉาน ฉันสามารถหยุดเขาได้”
ซู่เซี่ยงหยางมีสีหน้าลังเล
หมิงคุนพูดตรง ๆ ว่า “ปล่อยให้คนเข้ามาก่อน ถ้าสถานการณ์
ไม่ดี…ก็ลงมือเถอะ”
ซู่เซี่ยงหยางเดินออกไปนอกทันที แต่พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขา
กลับหยุดชะงัก หันกลับมามองทุกคนแล้วพูดว่า “หัวหน้าองค์กรสั่งไว้
ว่าให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ห้ามปล่อยให้คนอื่นเข้ามาในค่ายกล
เด็ดขาด”
“พวกเราแยกแยะไม่ได้ว่าคนที่เข้ามาจะเป็นคนจากพวกเราจริง
ๆ หรือเปล่า”
ดังนั้น คนที่อยู่ใกล้วิชาค่ายกลมากที่สุดล้วนเป็นคนที่ฉู่ลั่วไว้ใจ
มากที่สุดและสามารถยืนยันได้มากที่สุด
แต่ตอนนี้คนที่กำลังจะเข้ามา…
ใครจะแยกแยะได้?
ใครจะยืนยันได้?
เป็นศัตรูหรือมิตร?
นี่จะใช่การวางแผนจากเบื้องบนอีกหรือเปล่า?
หูเสี่ยวหลีกัดฟัน “งั้นพวกคุณก็ไปหยิบอาวุธมาเองสิ! จะปล่อย
ให้เขาทำร้ายฉู่ลั่วหรือไง?”
จี้ไจ่ “ฉันไปเอง”
ไจ๋โหรว “ฉันก็จะไปด้วย”
ทั้งสองคนวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็วิ่งกลับมา ในมือถือ
อาวุธมาด้วย
พวกเขายังส่งอาวุธอีกอันให้กับซู่เซี่ยงหยาง
ทุกคนที่ถืออาวุธต่างจ้องมองจิ่วฉานอย่างระแวดระวัง
เม็ดเหงื่อบาง ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของจิ่งเจียเหยียน ดวงตาของ
เธอเริ่มเผยให้เห็นม่านตาแบบงู เท้าทั้งสองข้างก็เปลี่ยนเป็นหางงูเป็น
ครั้งคราว
หูเสี่ยวหลีตะโกน “เธอโง่หรือไง ถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป การ
บำเพ็ญหลายร้อยปีของเธอก็จะสูญเปล่านะ!”
“ยิงซะ!”
จิ่งเจียเหยียน “อย่า! ฉันหยุดเขาได้”
เธอกัดฟันแน่น มือทำสัญลักษณ์เร็วขึ้น พลังพุทธในตัวเธอพุ่ง
ออกมาโดยตรง
ไม้เท้าเวทลอยมาอยู่ในมือของเธอทันที