เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2008 ฉู่ลั่วฆ่าเขาซะ
เขายื่นนิ้วออกไปแตะฉู่ลั่วในรูปถ่ายเบา ๆ
“ฉู่ลั่ว การรอคอยใครสักคนโดยไม่รู้วันกลับมา มันเหนื่อยมาก
จริง ๆ”
“พวกคุณที่เป็นผู้บำเพ็ญ ตอนที่รอคงไม่รู้สึกเหนื่อยใช่ไหม?
เดือนปีและเวลาสำหรับพวกคุณมันเป็นแค่ตัวเลขเท่านั้นใช่ไหม”
เขาพึมพำกับฉู่ลั่วในรูปถ่าย
ส่วนฉู่ลั่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา เบนสายตากลับไปมองฮั่วเซียวหมิง
ฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของเขากำลังแสดงความ
เจ็บปวด
มือของฉู่ลั่วที่ถือดาบสั่นเล็กน้อย
เธอควรจะฆ่าเขา
มารในใจควรจะฆ่าให้ตาย
เขาไม่ใช่ฮั่วเซียวหมิงตัวจริง
เขาเป็นเพียงมารในใจเธอ
ฆ่าเขาซะ
ฉู่ลั่วฆ่าเขาซะ
ฮั่วเซียวหมิงตัวจริงอยู่ข้างนอกต่างหาก
เสียงที่ดังขึ้นซ้าแล้วซ้าเล่าก้องอยู่ในหัวของฉู่ลั่ว
เธอบอกกับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ดาบในมือเธอกลับยกขึ้นไม่ได้เลย
นี่ไม่ใช่ฮั่วเซียวหมิง
เป็นมารในใจ
นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในตอนที่เธอไม่ได้อยู่ข้างกายฮั่ว
เซียวหมิง
“ฮั่วเซียวหมิง คุณจะทำอะไรครับ?” ซู่เซี่ยงหยางและคนอื่น ๆ
ผลักประตูเข้ามา
ตามหลังพวกเขามาด้วยคือวิญญาณของจี้ไจ่และไจ๋โหรว
สายตาของฮั่วเซียวหมิงยังคงจับจ้องที่รูปถ่าย นิ้วมือของเขาลูบ
ไล้มันเบา ๆ สองสามครั้ง แล้ววางมันลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ผมจะใช้ตัวเองและยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนตัวเป็นค่ายกล ผนึก
ช่องทางของแดนเทพที่เปิดขึ้นแล้ว”
เขามองไปทางจี้ไจ่ “ผมมีวิชาค่ายกลอยู่ที่นี่ ในฐานะที่เป็นคน
ตระกูลจี้ คุณน่าจะสามารถบอกได้ว่าวิชาค่ายกลนี้มีประโยชน์หรือ
เปล่า”
จี้ไจ่รับแผนภาพวิชาค่ายกลมาดู “มีประโยชน์ แต่คุณรู้ไหมครับ
ว่าวิชาค่ายกลนี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์อะไร?”
“วิญญาณของคุณจะถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ไม่มีใครสามารถทน
ความเจ็บปวดแบบนี้ได้”
“เมื่อวิญญาณของคุณแตกสลาย วิชาค่ายกลนี้ก็จะไม่มีอยู่อีก
ต่อไป”
ฮั่วเซียวหมิงหยิบแผนภาพอีกแผ่นออกมา “สระโลหิตสามารถ
ผูกร่างกายและวิญญาณของผมเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา ตราบใด
ที่ผมไม่ตาย วิชาค่ายกลก็จะไม่สลาย ประตูแดนเทพก็จะไม่สามารถ
เปิดได้”
“เหล่าเทพก็จะไม่ลงมา”
“ไม่ได้ ๆ ไม่ได้นะครับ” ซู่เซี่ยงหยางรีบส่ายหัว “ทำแบบนั้นไม่ได้
ฮั่วเซียวหมิง ถึงแม้ฉู่ลั่วคนนั้นจะเป็นตัวปลอม แต่ว่า…แต่ว่าหัวหน้า
องค์กรตัวจริงจะกลับมาแน่ครับ”
ฮั่วเซียวหมิง “ผมรู้ว่าเธอจะกลับมา”
“งั้นก็รอให้เธอกลับมาสิครับ” ซู่เซี่ยงหยางพูดตรง ๆ “นี่เป็นเรื่อง
ที่องค์กรของเราควรทำ คุณรอให้เธอกลับมาก็พอแล้ว”
ฮั่วเซียวหมิงหันหน้าไปมองข้างนอก “รอให้เธอกลับมาเห็นโลกที่
ถูกทำลายแล้วงั้นเหรอ?”
เขาหันไปมองซู่เซียงหยาง “ถ้าพวกคุณตายหมด แล้วผมจะรอด
ได้ยังไง?”
ซู่เซียงหยาง “…”
จี้ไจ่ “ถึงสระโลหิตจะสามารถผูกวิญญาณกับร่างกายของคุณ
เอาไว้ด้วยกันได้ แต่ไม่สามารถซ่อมแซมวิญญาณที่แตกสลายของ
คุณ คุณเคยคิดบ้างไหมว่า คุณอาจจะ… อยู่อย่างทนทุกข์ทรมาน”
ฮั่วเซียวหมิง “งั้น…พวกคุณมีวิธีที่ดีกว่าหรือเปล่า?”
ทุกคนเงียบไป
“ถ้าไม่มี ก็อย่าเสียเวลาเลย”
“ยิ่งพวกคุณลังเล ข้างล่างก็ยิ่งมีคนตายเพิ่มขึ้น”
“ได้ยินเสียงร้องโหยหวนข้างนอกไหม?”
ไม่มีใครกล้าพูด
ฮั่วเซียวหมิง “เตรียมตัว! ใช้วิธีที่รวดเร็วที่สุด วางค่ายกลให้
เรียบร้อย”
ซู่เซียงหยางจ้องมองฮั่วเซียวหมิงอยู่นาน ก่อนจะหัวเราะเยาะ
ตัวเอง “แล้วถ้าเธอกลับมา เราจะบอกกับเธอยังไงครับ?”
ฮั่วเซียวหมิง “… ถ้าเธอกลับมา ผมจะพูดกับเธอเอง”
“ถ้าเธอกลับมาแล้วจริง ๆ”
……
มังกรดำเมื่อเข้าไปในจิตธรรมญาณก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
เขามีสีหน้าเคร่งเครียด วิ่งผ่านจิตธรรมญาณสีขาวโพลนไป
อย่างรวดเร็ว
จิตธรรมญาณสั่นไหว ในความขาวโพลนนั้น ได้ยินเสียงร้อง
โหยหวนเบา ๆ
ทันใดนั้น เขาก็สะดุดกับอะไรบางอย่าง พอก้มลงดู
ก็ปรากฏว่าเป็น…
ศพของฮั่วเซียวหมิง
ในหมอกสีขาวโพลนนี้ เต็มไปด้วยศพของฮั่วเซียวหมิง ทุกร่าง
ถูกดาบแทงคอ แอ่งเลือดไหลนอง