เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2011 โค่นสวรรค์
เขาพูดพลางสังเกตสีหน้าของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ฉันเห็นแล้วค่ะ หน้าตาของฮั่วเซียวหมิงเกิดจาก
พ่อแม่ มังกรดำย่อมไม่เหมือนเขา”
พอเห็นว่าสีหน้าของฉู่ลั่วไม่ได้เปลี่ยนไป ซู่เซียงหยางก็โล่งใจ
“ถ้าอย่างนั้นเมื่อไหร่จะโน้มน้าวใจมังกรดำดีครับ?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “หลังจากจิ่งเจียเหยียนกับจิ่วฉานรักษาตัวเสร็จ ฉันจะ
ไปค่ะ”
ซู่เซียงหยางพยักหน้า
ฉู่ลั่วก็เข้าไปข้างใน
จี้ไจ่กับไจ๋โหรวรีบเดินไปหาซู่เซียงหยาง
ไจ๋โหรวจับแขนของซู่เซียงหยาง “เป็นอย่างไรบ้างคะ? เจ้านิกาย
เป็นอย่างไรบ้าง?”
จี้ไจ่พูดขึ้น “มังกรดำก็คือมังกรดำ ฮั่วเซียวหมิงก็คือฮั่วเซียวหมิง
เจ้านิกายฉลาดขนาดนั้นคงจะแยกแยะได้”
ไจ๋โหรว “แต่มังกรดำยอมมาช่วยเจ้านิกาย แสดงว่ามังกรดำก็คือ
ฮั่วเซียวหมิง ถ้ามังกรดำเป็นเพียงมังกรดำแล้วทำไมเขาถึงมาช่วยเจ้า
นิกาย”
จี้ไจ่ “ถ้ามังกรดำคือฮั่วเซียวหมิง แล้วทำไมเขาถึงไม่อยาก
ปรากฏตัวในรูปลักษณ์ของฮั่วเซียวหมิงล่ะ”
ทั้งสองคนพูดกันไปมา
ซู่เซียงหยางที่อยู่ตรงกลางรู้สึกอึดอัด เขาเบ้ปาก “ถ้าพวกเธอ
อยากรู้จริง ๆ ก็ไปถามหัวหน้าองค์กรเองสิ!”
ทั้งสองหยุดลงย่างรวดเร็ว แล้วหันหลังจากไป
ใครจะโง่ขนาดไปถามเจ้านิกายในเวลานี้ล่ะ?
……
เขาจินหลี่
ฉู่ลั่วยืนอยู่ตรงทางเข้าถ้า
เธอยืนอยู่ตรงนั้นนานพอสมควร ก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน
จนกระทั่งเข้าไปในถ้า ก็เห็นมังกรดำที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน
ฉู่ลั่วโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ วางค่ายกลลงโดยตรง ปิดกั้น
การสอดแนมทั้งหมด
เธอเดินไปหยุดตรงหน้ามังกรดำ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องมอง
กับเขา
มังกรดำหลับตาทั้งสองข้างสนิท ราวกับไม่เคยขยับเขยื้อนแม้แต่
น้อย
“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้”
เธอเอ่ยเสียงเบา
“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันอาจจะติดอยู่ในจิตธรรมญาณของตัวเอง
ต้องต่อสู้กับมารในใจไม่จบไม่สิ้น”
เสียงของเธอเบามาก ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง
แต่ฉู่ลั่วรู้ว่าทุกคำที่เธอพูด เขาได้ยินทั้งหมด
“คุณช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันเป็นหนี้ชีวิตคุณ”
ฉู่ลั่วก้าวไปข้างหน้า เข้าใกล้มังกรดำมากขึ้น
“วันนี้ฉันมาที่นี่ นอกจากจะขอบคุณคุณแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่
อยากขอความช่วยเหลือจากคุณ”
มังกรดำยังคงนิ่งไม่ขยับ ฉู่ลั่วเงียบไปนานก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยปาก
“โค่นสวรรค์”
มังกรดำที่เดิมหลับตาสนิทพลันลืมตาขึ้น
ในดวงตาขนาดมหึมานั้นสะท้อนเงาร่างของฉู่ลั่ว
เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ความสงสัยในแววตาชัดเจนมาก
ฉู่ลั่วพูดต่อ “ใช่ โค่นสวรรค์”
มังกรดำพลันเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ในชั่วพริบตา แล้วพิงผนังหิน
ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าต้องการโค่นล้มสวรรค์หรือ?”
“ถูกต้อง”
“ช่างกล้าหาญจริง ๆ!” มังกรดำเอ่ยปากช้า ๆ “ไม่แปลกเลยที่
พวกเขาพยายามสุดความสามารถ ใช้ทุกวิธีเพื่อจัดการเจ้า”
“ถ้าเจ้าไม่ผ่านด่านมารในใจ เจ้ารู้ไหมว่าผลลัพธ์จะเป็น
อย่างไร?”
ฉู่ลั่ว “ฉันรู้ ร่างกายจะดับสูญ วิญญาณเต๋าจะสลาย”
มังกรดำยกยิ้มบาง “ไม่เพียงแต่ร่างกายจะตายและวิญญาณสูญ
สลาย แต่ด้วยสถานะของเจ้า เจ้าจะไม่ตาย แต่จะถูกผนึกเป็นเวลา
หลายพันปี”
“เจ้าทนได้หรือ?”
เขาก้าวไปข้างหน้า สีหน้าเย็นชาลงเล็กน้อย “แล้วใครกันที่ทำ
ให้เจ้าต้องแบกรับภาระเช่นนี้? นี่ไม่ใช่แค่การเป็นศัตรูกับเทพ แต่เป็น
การเป็นศัตรูกับกฎสวรรค์”
“กฎสวรรค์จะยอมให้เจ้าทำได้อย่างไร!”
“ข้าไม่ช่วยเจ้า”
หลังจากพูดจบ เขาเตรียมจะแปลงร่างเป็นมังกรดำอีกครั้ง แต่
ขณะกำลังจะแปลงร่าง เสียงของฉู่ลั่วก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “คุณ
สามารถออกไปจากที่นี่ได้ไหม?”
มังกรดำเอียงศีรษะเล็กน้อย มองเธอด้วยหางตา
ฉู่ลั่วพูดอีกว่า “กฎสวรรค์กดดันคุณ พลังของพวกเทพผนึกคุณ
ไว้ คุณสามารถออกไปได้จริงเหรอ?”
เธอจำได้อย่างชัดเจน ตอนที่ใช้วิชาส่องความทรงจำกับนักพรต
จินหยาง เธอเห็นโซ่ตรวนและตราผนึกของเทพบนตัวของมังกรดำ
แต่ตอนนี้…
มังกรดำหัวเราะเยาะเบา ๆ “เจ้าคิดว่าของแบบนั้นจะสามารถขัง
ข้าไว้ได้หรือ?”
ฉู่ลั่วจ้องมองมังกรดำอยู่ครู่หนึ่ง เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว จากนั้น
ก็ประสานมือทั้งสองข้าง พลังวิญาณอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจาก
รอบตัวเธออย่างรวดเร็ว