เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2014 ฉันผิดไปแล้ว
พอเจ้าหน้าที่เห็นเธอก็รีบพูดทันทีว่า “หัวหน้าองค์กร คุณกลับ
มาแล้ว!”
“จิ่วฉานกับจิ่งเจียเหยียนฟื้นกันหมดแล้ว หัวหน้าองค์กรรีบไปดู
เถอะค่ะ!”
ฉู่ลั่วมาถึงสถานที่พักฟื้นของจิ่งเจียเหยียน
เธอมีร่างเป็นงู กำลังนอนคว่าอยู่ภายในค่ายกลที่ฉู่ลั่ววาดไว้
เอียงหน้ามองไปอีกทางหนึ่ง
ส่วนนอกวิชาค่ายกลคือจิ่วฉานที่ยืนอยู่
จิ่วฉานกำลังก้มหน้า
ถัดออกไปอีกคือจี้ไจ่กับไจ๋โหรวที่แอบมองผ่านหน้าต่างเข้ามา
ฉู่ลั่วกระแอมเบา ๆ สองครั้ง ไจ๋โหรวรีบพาตัวเองออกจาก
หน้าต่างทันที
เธอหันไปมองฉู่ลั่วแล้วพูดว่า “เจ้านิกายคะ คุณกลับมาแล้ว
เหรอ!”
เธอวิ่งเข้าไปและพูดว่า “จิ่วฉานนี่โง่จริง ๆ เลย! หลังจากเข้าไปดู
เธอแล้ว เขาก็พูดแค่ประโยคเดียวก็ไม่ยอมพูดอะไรอีก”
“จุ๊ ๆ ๆ เขาจะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“แบบนี้เจียเหยียนคงไม่ยอมให้อภัยเขาแน่”
จี้ไจ่รีบลากไจ๋โหรวออกไป
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปข้างใน
เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว จิ่วฉานก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็น
ฉู่ลั่ว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ผมควบคุมมันได้ดีมาตลอด มันไม่เคยส่งผลกระทบกับผมเลย”
“ผมก็ไม่คิดว่าจะถูกผลกระทบจากมัน”
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปตบไหล่เขาเบา ๆ “ฉันรู้”
จิ่วฉาน “ผมเกือบจะทำให้คุณตายแล้ว”
ฉู่ลั่ว “ดังนั้นนายต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่ตัวเองทำ”
จิ่วฉาน “พี่ลั่วลั่วบอกมาเถอะ ถ้าผมทำได้ ผมก็จะทำ”
หางงูสีเงินที่พันกันขยับเล็กน้อย หัวงูเอียงมาทางนี้
ฉู่ลั่วยกยิ้ม “งั้นก็ลงโทษให้ช่วงนี้นายต้องอยู่กับเจียเหยียน คอย
ดูแลเธอให้ดี”
“ฉันไม่เอานะ!” จิ่งเจียเหยียนหันหน้าหนีอย่างโมโห “ฉันไม่
อยากให้เขาอยู่เป็นเพื่อน ฉันจะพักฟื้นเอง”
“เขาเกือบจะฆ่าเธอแล้ว ลั่วลั่ว เขาเกือบจะฆ่าฉัน เสี่ยวหลี่และ
คนอื่น ๆ …”
จิ่งเจียเหยียนโมโห
จิ่วฉานได้ยินก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง
จิ่งเจียเหยียนตะคอกอย่างเย็นชา “ฉันจะไม่เล่นกับจิ่วฉานอีก
แล้ว ถึง…ถึงแม้ว่านายจะเป็นเปี้ยนคงมาเกิดใหม่ ฉันก็จะไม่เล่นกับ
นายอีก”
เธอยกหัวงูเชิดขึ้นสูง
ฉู่ลั่วหันไปมองจิ่วฉาน เห็นสีหน้าซีด ๆ ของเขา
จิ่วฉานจ้องมองจิ่งเจียเหยียนตรง ๆ
“ฉัน…ฉัน…”
แต่จิ่งเจียเหยียนก็ไม่รู้ตัวเลย เธอยังพูดต่อ “ต่อไปพวกเราจะไม่
เป็นเพื่อนกันอีก ฉันไม่ต้องการให้นายดูแลด้วย”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ” จิ่วฉานพูดเสียงสั่น เขาเดินมาที่ขอบค่ายกล
“ฉัน…ฉันผิดไปแล้ว”
ฉู่ลั่วได้ยินเสียงสั่น ๆ ของจิ่วฉานก็ก้มหน้ายิ้มเบา ๆ แล้วหันหลัง
เดินออกไป
ตอนออกไปก็ลากไจ๋โหรวกับจี้ไจ่ที่แอบฟังไปด้วย
“เจ้านิกาย ทิ้งพวกเขาสองคนไว้แบบนั้น จะไม่มีปัญหาเหรอคะ?”
“ฉันเห็นจิ่วฉานเกือบจะร้องไห้อยู่แล้ว !”
จี้ไจ่ “อย่าใช้น้าเสียงตื่นเต้นขนาดนี้ได้ไหม?”
ไจ๋โหรว “ฉันจะไม่ตื่นเต้นได้ยังไง? นั่นจิ่วฉานเชียวนะ! เขา
เกือบจะร้องไห้แล้ว! พระโพธิสัตว์ผู้เยือกเย็นเกือบร้องไห้! ว้าว! ว้าว!
ว้าว!”
เธอร้องว้าว ๆ จนฉู่ลั่วพาเธอไปที่สถานที่พักฟื้นอีกแห่ง
เทพเอกเก้าญาณนอนอยู่ที่ประตู หมิงคุนที่บาดเจ็บก็กำลังพัก
ฟื้นในค่ายกล
พอเห็นฉู่ลั่วเดินมา พวกเขาก็ขยับหัว สีหน้าดูอิดโรย
ไจ๋โหรวกระซิบ “เขารู้สึกอายตัวเองชัด ๆ เป็นถึงเทพเอกเก้า
ญาณแบบนี้ แต่พอเวลาสำคัญกลับใช้พลังไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นยังถูก
ควบคุมอีก”
ถึงแม้เสียงของเธอเบา แต่เทพเอกเก้าญาณก็ได้ยิน
เขาก็เอาหัวซุกขาของตัวเองทันที ซ่อนหัวลงไป
จี้ไจ่ดึงไจ๋โหรวไว้
ไจ๋โหรวจึงใช้เสียงที่เบากว่าเดิม “ตอนนี้เขาไม่กล้าพูดต่อหน้าห
มิงคุนด้วยซ้า”
เทพเอกเก้าญาณซ่อนหัวของตนเองยิ่งขึ้น
จี้ไจ่รีบลากไจ๋โหรวออกไปทันที “เจ้านิกาย พวกเราจะไปหา
หัวหน้าซู่ ดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม”
ฉู่ลั่วพยักหน้า เธอเดินไปอยู่ตรงหน้าเทพเอกเก้าญาณแล้วนั่งลง
จากนั้นก็ประสานมือ ค่อยกลกักขังพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้
“ฉันจะโค้นสวรรค์”
ฉับพลันนั้นหัวของเทพเอกเก้าญาณก็เงยขึ้นมา ตาเบิกกว้าง
ด้วยความตกใจ “เจ้าจะ…ทำอะไรนะ?”
“โค้นสวรรค์!”