เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2015 อย่าเอาข้าไปพัวพัน
เทพเอกเก้าญาณลุกพรวดขึ้นยืนทันที เดินวนไปมาในพื้นที่แคบ
ๆ ของวิชาค่ายกล “เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง?”
“ข้าคิดมาตลอดว่าพวกเจ้ากำลังเตรียมตัวเจรจากับพวกเทพ…
ไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะกล้าถึงขนาดนี้”
“เจ้า…”
“นี่เป็นความคิดของเจ้าคนเดียว หรือเป็นความคิดของพวกเจ้า
ทุกคนในเผ่ามนุษย์กันแน่?”
“ไม่ ไม่ ไม่ มันเป็นไปไม่ได้!”
เขาส่ายหัวไปมา ท่าทางไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็น
ความคิดของพวกมนุษย์ พวกเจ้าหัวรุนแรงเกินไปแล้ว”
เขามองฉู่ลั่วด้วยความกังวล “ทำไมถึงต้องรุนแรงขนาดนี้ด้วย
ตอนนี้เทพยังต้องพึ่งพาความศรัทธาของมนุษย์อยู่ แต่เจ้ากลับทำให้
มนุษย์ทุกคนกลายเป็นเทพ ทำให้ชื่อเสียงของเทพตกต่าลงเรื่อย ๆ
แค่เจรจากันอย่างสันติก็พอแล้วนี่”
“ทำไมต้องเปลี่ยนกฎเกณ์ของสวรรค์ด้วย?”
ฉู่ลั่วจ้องมองเทพเอกเก้าญาณที่กำลังตื่นตระหนก “คุณคิดว่าใน
อนาคตจะมีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกไหมคะ?”
“หรือพูดอีกอย่าง อีกกี่ปีถึงจะมีโอกาสเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น
อีกครั้ง?”
เทพเอกเก้าญาณก้มหัวลง
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ ถ้าครั้งนี้เราไม่
เปลี่ยนแปลงกฎสวรรค์ มนุษย์ก็จะไม่มีโอกาสอีกต่อไป”
เทพเอกเก้าญาณมองฉู่ลั่วที่มีท่าทีมุ่งมั่น แล้วค่อย ๆ ถอยหลังไป
“ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงกฎสวรรค์ได้ เจ้าก็เช่นกัน”
“ชีวิตนับหมื่นแสนก็ไม่ยอมรับ”
ฉู่ลั่ว “แม้จะเหลือเพียงมนุษย์เท่านั้น พวกเราก็จะไม่ยอมแพ้ ใน
เมื่อกฎสวรรค์ไม่ยุติธรรม ก็ต้องเปลี่ยนมันค่ะ”
เทพเอกเก้าญาณส่ายหัว แล้วถอยออกไปนอกค่ายกลทันที
เขาไม่ต้องการได้ยินคำพูดที่กบฏของฉู่ลั่วอีกต่อไป
ตอนนี้ หัวมังกรของหมิงคุนเอียงมาที่หน้าต่าง จนหน้าต่างทั้ง
บานรับไม่ไหว เขาพึมพำออกมาว่า “เก้าหัว สีหน้าเจ้าดูแย่มากเลย
นะ! ทำไมล่ะ โดนฉู่ลั่วสั่งสอนมาใช่ไหม!”
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้สินะ!”
“เจ้าชอบคุยโวว่าตัวเองเก่งกาจ เป็นคนแบบนั้นแบบนี้ แต่น่า
เสียดายที่พอเจอเรื่องใหญ่เข้า กลับขยับตัวไม่ได้เลยด้วยซ้า”
เทพเอกเก้าญาณเอียงหน้ามามองหมิงคุนแวบหนึ่ง แล้วก็กระทืบ
เท้าลงพื้น ก่อนจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
หมิงคุนชะงักไปครู่หนึ่ง
“เฮ้! เขาทำอะไรน่ะ! ข้าก็แค่ล้อเลียนเขาไปสองสามประโยคเอง
เขาถึงกับคิดจริงจังขนากนี้เลยเหรอ!”
“จะไปบนท้องฟ้าจริง ๆ เหรอ”
“ไม่จริงใช่ไหม!”
เมื่อเห็นเทพเอกเก้าญาณเข้าสู่แดนเทพ หมิงคุนก็ตกตะลึง
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาจึงหันไปมองฉู่ลั่ว “เจ้าพูดอะไรกับ
เขา! ทำให้เขาตกใจขนาดนี้ ถึงขั้นไม่อยู่ในโลกมนุษย์แล้ว หนีไป
แดนเทพเลย”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่มีอะไรใหญ่โตหรอกค่ะ”
เธอโบกมืออีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วจัดวางค่ายกลอีกอัน
เธอบอกเรื่องการโค่นล้มสวรรค์ให้หมิงคุนฟัง
หมิงคุนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พลางทวนคำพูดของฉู่ลั่วว่า
“โค่นสวรรค์? เป็นการโค่นสวรรค์ที่ข้ากำลังเข้าใจอยู่ใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
หมิงคุนสั่นสะท้านไปทั้งตัว “ไม่แปลกใจเลยที่เทพเอกเก้าญาณ
ต้องหนีไป ถ้าข้ามีที่ให้หนีได้ ข้าก็จะหนีเหมือนกัน”
เขาอดพูดไม่ได้ว่า “เจ้าก็เก่งจริง ๆ !”
“สิ่งที่ไม่มีใครกล้าคิด เจ้ากลับคิดได้”
“ไม่มีใครกล้าทำเรื่องแบบนี้ แต่เจ้าทำมันลงไปแล้ว”
หมิงคุนส่ายหัว “เช่นนั้นก็อย่าเอาข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้เลย ข้า
แค่อยากเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ของเผ่าปีศาจเท่านั้น ไม่
อยากทำให้สามภพวุ่นวายหรอกนะ”
เขาทิ้งตัวลงนอนคว่าบนวิชาค่ายกล “เรื่องแบบนี้อย่ามาหาข้า
อย่ามาหาข้าเลย”
เขาสะบัดหางเบา ๆ เปิดค่ายกลทั้งหมดออก ทำท่าทางเหมือนไม่
อยากคุยกับฉู่ลั่วมากไปกว่านี้
ฉู่ลั่วจ้องมองหมิงคุนอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนหมิงคุนหันหน้าไปทางอื่น
ทันที
ฉู่ลั่วจึงหมุนตัวเดินจากไป
หมิงคุนตะโกนไล่หลังเธอว่า “ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
ฉู่ลั่วไม่ได้หยุดฝีเท้า
เธอเดินออกไปข้างนอก ซู่เซี่ยงหยางและคนอื่น ๆ เห็นเธอ
ออกมาก็รีบเข้าไปต้อนรับทันที
“ทำไมเทพเอกเก้าญาณถึงไปแดนเทพล่ะครับ เขาไม่ได้ไม่อยาก
กลับไปแดนเทพหรอกเหรอ? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”