เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2017 เสียใจแล้วใช่ไหม
ฉู่ลั่ว “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ไม่อยากยอมรับมันค่ะ”
เธอหันไปมองซู่เซี่ยงหยาง “คุณรู้ไหมว่าฉันเห็นอะไรในจิตธรรม
ญาติของตัวเอง?”
“มารในใจของฉันเป็นสิ่งที่พวกเขาวางแผนเอาไว้แล้ว”
“พวกเขาสามารถวางแผนกับฉันได้ แล้วทำไมฉันจะโค่นล้ม
สวรรค์ไม่ได้ล่ะ?”
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้วมองฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วหมุนตัวเดินผ่านเขตอาคมออกจากโรงเรียนไปทันที
ไม่นาน เอกสารทางการก็ถูกประกาศลงมา แจ้งให้ทราบกันทั่ว
ประเทศ
หมิงคุนที่หายดีแล้วเดินทางมาถึงสถานที่บำเพ็ญของฉู่ลั่ว
“เสียใจแล้วสินะ! ข้าบอกเจ้าแล้วว่าการโค่นล้มสวรรค์ไม่ใช่จังหวะที่ดี
นั่นมันการโค่นล้มสวรรค์เชียวนะ เปลี่ยนกฎิเกณฑ์สวรรค์ ใครที่ไหน
จะกล้าทำ!”
“สิ่งมีชีวิตในสามภพนอกจากเจ้าแล้ว คนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ด้วยซ้า”
ฉู่ลั่วไม่สะทกสะท้าน
หมิงคุน “ตอนนี้ดีแล้วใช่ไหม! ตำแหน่งทั้งหมดหลุดมือไป บน
อินเทอร์เน็ตก็มีแต่คำวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว”
ฉู่ลั่วยังคงไม่สะทกสะท้าน
เห็นดังนั้นหมิงคุนก็ถอนหายใจ แล้วเดินจากไปอีกครั้ง
ผ่านไปสักครู่ จิ่วฉานก็มา แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ จาก
ฉู่ลั่วเช่นกัน
เผ่าปีศาจ ผี และนักพรตมากมายเดินผ่านไปมา แต่ฉู่ลั่วเหมือน
จะเข้าสู่ภวังค์ ไม่ได้รับผลกระทบจากโลกภายนอกเลย
ในจิตธรรมญาณ
ฉู่ลั่วมองรุ่ยอวิ๋นโจวที่อยู่ตรงหน้า แล้วยิ้มเล็กน้อย
“วิถีสวรรค์ไร้รูปร่าง แต่นายกลับใช้รูปลักษณ์ของรุ่ยอวิ๋นโจวมา
พบฉัน?”
รุ่ยอวิ๋นโจว “ถ้าคุณไม่ชอบ ผมก็สามารถใช้รูปลักษณ์ของฮั่ว
เซียวหมิงมาพบคุณได้”
ขณะพูด เขาก็เปลี่ยนไปใช้หน้าตาของฮั่วเซียวหมิงแทน “คุณ
ชอบแบบนี้มากกว่าเหรอ?”
ฉู่ลั่วสีหน้าเย็นชาเล็กน้อย
รุ่ยอวิ๋นโจวกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมอีกครั้ง
เขาเลียนแบบฉู่ลั่ว นั่งขัดสมาธิ แต่ใช้มือข้างเดียวเท้าคาง
“เสียใจแล้วเหรอ?”
“เรื่องอะไร?”
“ก็ถ้าคุณเดินตามแผนของผม ตอนนี้คุณคงได้เป็นเทพผู้ครอง
ตำแหน่งบนแดนเทพไปแล้ว แต่กลับเดินมาถึงทางตันแบบนี้ เสียใจ
แล้วใช่ไหม?”
เขามองฉู่ลั่วพร้อมกับรอยยิ้ม
ฉู่ลั่วก็เอามือเท้าคางเหมือนกัน “นอกจากฉันแล้ว ใครกันที่
สามารถหลอกลวงวิถีสวรรค์ได้”
“ฉันหลอกวิถีสวรรค์ แต่วิถีสวรรค์ก็ทำได้แค่แปลงร่างเป็นมนุษย์
มาที่จิตธรรมญาณของฉัน เพื่อเยาะเย้ยสองสามคำเท่านั้น”
“เหอะ!”
“เห็นนายเป็นแบบนี้ ทำไมฉันจะไม่โค่นล้มสวรรค์ล่ะ”
“แล้วทำไมฉันถึงจะไม่กล้าโค่นสวรรค์ด้วย!”
สีหน้าของรุ่ยอวิ๋นโจวเย็นชาลงทันที เขาจ้องมองฉู่ลั่วด้วยดวงตา
ที่มืดมน “ก็เพราะตอนนี้ผมแยกร่างเป็นสองส่วน ไม่งั้นคุณจะมี
โอกาสได้ลำพองใจแบบนี้เหรอ”
“ใช่แล้ว! ก็เพราะนายแยกร่างเป็นสองส่วน ไม่งั้นฉันก็คงไม่คิดจะ
โค่นล้มสวรรค์หรอก”
น้าเสียงของเธอราบเรียบ แต่กลับทำให้รุ่ยอวิ๋นโจวที่อยู่ตรงหน้า
โกรธจนลุกขึ้นยืน
รุ่ยอวิ๋นโจวเอ่ย “ตอนนั้นในโลกอื่น ผมไม่ควรแยกร่างเป็นสอง
ส่วนเพื่อคุณเลย”
ฉู่ลั่วก้มหน้าลงนิ่งเงียบ
รุ่ยอวิ๋นโจว “ฉู่ลั่ว ถ้าคุณยอมรับผิดตอนนี้ ทุกอย่างที่ผ่านมาผม
จะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ผมจะยังคงให้แดนเทพเมตตาคุณ ให้คุณ
กลายเป็นเทพเหรินหวง”
ฉู่ลั่วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับเขา
แม้ใบหน้านี้จะเป็นใบหน้าของรุ่ยอวิ๋นโจว แต่แววตากลับไม่ใช่
แววตาของรุ่ยอวิ๋นโจวไม่เคยดูโหดร้ายแบบนี้มาก่อน
เธอถาม “นายต้องการให้ฉันพารุ่ยอวิ๋นโจวกลับมา เพื่อรวมเป็น
หนึ่งเดียวกับนายใช่ไหม?”
รุ่ยอวิ๋นโจว “…”
“อย่าฝันไปเลย ฉันจะไม่ยอมหรอก”
ร่างของรุ่ยอวิ๋นโจวเริ่มค่อย ๆ จางหายไป สุดท้ายก็สลายไปไม่
เหลือร่องรอย ทิ้งไว้เพียงประโยคหนึ่งในจิตธรรมญาณของฉู่ลั่วว่า
“คุณคิดว่านี่จะเป็นจุดจบงั้นเหรอ? เหอะ!”
ฉู่ลั่วลืมตาขึ้น สบเข้ากับดวงตางูคู่หนึ่ง
จิ่งเจียเหยียนมองฉู่ลั่วด้วยความเป็นห่วง “ลั่วลั่ว เธอไม่เป็นอะไร
ใช่ไหม? เมื่อกี้เรียกเธอ แต่เธอไม่ตอบเลย”
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่เป็นไร”
จิ่งเจียเหยียนขดตัวด้วยความโมโห “ลั่วลั่วอย่าโกรธเลย พวก
เขาอกตัญญู พวกเราจะไม่เล่นกับพวกเขาแล้ว พวกเราไปโลกอื่นกัน
เถอะ ไปหายวนยวน ไปหาเทียนเป่า”
“ไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอก”
ฉู่ลั่วมองสีหน้าโกรธเคืองของจิ่งเจียเหยียนแล้วถาม “เธอยืนอยู่
ข้างฉันเหรอ?”
จิ่งเจียเหยียนมองฉู่ลั่วด้วยความตกตะลึง “ลั่วลั่ว นี่เธอกำลังย้อน
ถามฉันเหรอ?”