เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2018 ไม่ต้องสนใจพวกเขา
ดวงตางูของเธอเบิกกว้าง “ความสัมพันธ์ของเรา ความรู้สึก
ระหว่างเรา ยังต้องให้เธอย้อนถามกลับอีกเหรอ?”
เธอทำสีหน้าเจ็บปวด
ฉู่ลั่วไม่ได้ตั้งค่ายกลอีก เธอพูดออกมาตรง ๆ ว่า “ฉันจะโค่น
สวรรค์นะ”
สีหน้าเจ็บปวดของจิ่งเจียเหยียนแข็งค้าง เธอลังเลเล็กน้อย “โค่น
สวรรค์? เป็นการโค่นสวรรค์ที่ฉันคิดอยู่หรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
จิ่งเจียเหยียนเงียบไปสองสามวินาที “ไม่แปลกใจเลยที่เทพเอก
เก้าญาณจะถูกเธอทำให้ตกใจจนต้องวิ่งกลับแดนเทพ ไม่แปลกใจ
เลยที่พวกเขาถูกเธอทำให้กลัวจนไม่กล้าเล่นกับเธออีก”
“ลั่วลั่ว สมกับเป็นเธอจริง ๆ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรายิ่งไม่ควรอยู่ที่นี่แล้ว! พวกเราต้องรีบไปโลก
อื่นกันเถอะ!”
“พอการทำลายสวรรค์เกิดขึ้นแล้ว แดนเทพและวิถีสวรรค์คงไม่
ปล่อยเธอไปแน่”
“พวกเราไปกันเถอะ ไปกันตอนนี้เลย”
เธอยื่นหางออกมาหมายจะม้วนตัวฉู่ลั่ว และพาเธอออกไป
แต่ถูกฉู่ลั่วใช้มือปัดออก
“ตอนนี้ยังไปไม่ได้หรอก”
จิ่งเจียเหยียน “ถ้าไม่ไปตอนนี้ ต่อไปคิดจะอยากไปก็ทำไม่ได้
แล้วนะ”
ฉู่ลั่ว “ประตูไปโลกอื่นยังเปิดไม่ได้ชั่วคราว ฉันกลับไปไม่ได้”
จิ่งเจียเหยียนเบิกตากว้าง “ลั่วลั่ว ฉันคิดมาตลอดว่าเธอฉลาด
มาก ฉันคิดว่าที่เธอพูดจาหนักแน่นว่าจะโค่นสวรรค์ เพราะมีทางถอย
ให้ตัวเอง ไม่คิดว่า…”
ในตอนนั้นเอง กริ่งประตูของบ้านหลังใหญ่ก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
จิ่วฉานไปเปิดประตู ไม่นานก็พาคนตระกูลฉู่เข้ามา
ฉู่เหิงขมวดคิ้วมองฉู่ลั่ว ส่วนเวินหลิงเยว่ที่อยู่ด้านหลังยิ่งวิ่งเหยาะ
ๆ เข้ามา “อาหญิง คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ! ไม่ได้ถูกใครรังแกใช่
ไหม!”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า
เวินหลิงเยว่โกรธจนแค่นเสียงเย็นชา “พวกเราเห็นประกาศแล้ว
ค่ะ พวกเขาไม่ได้บอกเหตุผลอะไรเลย แค่ปลดตำแหน่งทั้งหมดของ
อาหญิงออกไป หึ!”
“พวกเขาคงลืมแล้ว ว่าที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติได้ก็เพราะอา
หญิง”
“พอตอนนี้สถานการณ์ลงตัวแล้ว พวกเขาก็ฆ่าลาเสียอย่างนั้น
เหอะ ๆ !”
“ไปกันเถอะค่ะ! พวกเราไม่ต้องสนใจพวกเขาแล้ว! พวกเรากลับ
บ้านกันเถอะ”
เธอจับมือฉู่ลั่ว หวังจะพาฉู่ลั่วกลับไป
ฉู่เหิงก็พูดด้วยว่า “ลั่วลั่ว เธอจะกลับบ้านกับพวกเราไหม ตอนนี้
ทุกคนที่บ้านเป็นห่วงเธอมาก”
ฉู่ลั่วคิดสักครู่ แล้วส่ายหัว “ไม่ต้องหรอก หนูไม่เป็นไร”
ฉู่เหิง “ฉันจะให้เยว่เยว่อยู่เป็นเพื่อนเธอที่นี่”
เวินหลิงเยว่ “ฉันจะให้จิ่งอีกับพวกมาด้วย รวมถึงหลิงฟาง พวก
เขาทุกคนเป็นห่วงอาหญิงมากเลยนะคะ”
เมื่อเห็นสีหน้าเป็นห่วงของพวกเขา ฉู่ลั่วก็พยักหน้า
ฉู่เหิงจึงถอนหายใจนึกโล่งอก “หลังจากเกิดเรื่องกับอาจิง พวก
เราติดต่อยายาและโยวโยวแล้ว พวกเขาอยากอยู่ที่มณฑลหนาน
มากกว่า พวกเราก็บังคับไม่ได้”
พอนึกถึงฉู่จิง สีหน้าของฉู่เหิงก็หม่นหมองลงไปมาก
พวกเขาไม่คิดว่าฉู่จิงจะจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย…
“เขามีบุญกุศลไม่น้อย ไม่ได้รับความทุกข์ทรมานอะไรในปรโลก
หรอกค่ะ”
“ไม่นานมานี้ก็ได้ทำงานเป็นยมทูตแล้วด้วย”
ฉู่ลั่วอธิบายสถานการณ์ของฉู่จิงอย่างละเอียด “จาก
สถานการณ์ปัจจุบัน เขาก็แค่ไม่มีร่างกายเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ก็
ไม่ต่างจากคนทั่วไปค่ะ”
ฉู่เหิงตกใจกับวิธีปลอบใจแปลก ๆ ของฉู่ลั่ว
เวินหลิงเยว่โทรศัพท์เรียกจิ่งอีและคนอื่นมา
ตอนที่ฉู่เหิงจะออกไป พวกจิ่งอีก็มาถึงแล้ว
ทันทีที่เข้ามา จิ่งอีก็กระโจนเข้าหาจิ่งเจียเหยียนทันที “กรี้ดดด!
ทำไมเธอไม่มาหาฉันล่ะ? เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเธอเป็นสัตว์เลี้ยง
วิญญาณของฉัน! พอปรมาจารย์ฉู่กลับมา เธอก็ไม่สนใจฉันแล้ว”
จิ่งเจียเหยียนก็ม้วนตัวรัดจิ่งอีเบา ๆ พลางร้องตะโกนเช่นกัน
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากอยู่กับเธอนะ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนร่างไม่ได้
น่ะสิ ฉันจะไปอยู่กับเธอในสภาพแบบนี้ได้ยังไงล่ะ! บ้านเธอก็ไม่ได้
ใหญ่พอจะให้ฉันอยู่ได้นี่นา!”
เสียงร้องของคนกับงูดังก้องไปทั่วคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
หลิงฟางเดินมาหาฉู่ลั่วด้วยความกังวล “ลูกพี่ ผมยังไม่ได้
ขอบคุณคุณให้ดีเลย ขอบคุณมากนะครับ”