เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2032 จะสู้หรือจะเจรจา
เหล่าเทพต่างมองหน้ากันไปมา แต่ไม่มีใครขยับเขยื้อน
รุ่ยอวิ๋นโจวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปทางหนึ่งแล้วเอ่ย
“ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเราจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว”
พูดจบ ทั้งตัวเขาก็กลายเป็นลำแสงสว่าง
ลำแสงนี้แตกกระจายเป็นประกายแสงสีขาวนับไม่ถ้วนในชั่ว
พริบตา
จากนั้นประกายแสงสีขาวเหล่านี้ก็หายไปทันที
เทียนเป่าเงยหน้าขึ้นจากผ้าห่ม “แม่ไม่ต้องกังวลนะ เขาเก่งมาก
เลย”
ฉู่ลั่วกอดเทียนเป่าแน่น “แม่ไม่ได้กังวลหรอก”
เทียนเป่าหัวเราะเบา ๆ แสดงสีหน้าน่ารักและว่านอนสอนง่าย
วิถีสวรรค์ไม่อยู่แล้ว
โอกาสชนะของแดนเทพยิ่งน้อยลงอีกขั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ความคิดของวิถีสวรรค์ก็ไม่ชัดเจน เทพ
จำนวนไม่น้อยเริ่มถอยห่างออกไป
ฉู่ลั่วถือดาบชิงเจวี๋ย ชี้ตรงไปยังเหล่าเทพ “จะสู้หรือจะเจรจา?”
เหล่าเทพ “…”
บรรดาสิ่งมีชีวิตที่อยู่เบื้องหลังฉู่ลั่วต่างก็เปล่งเสียงพร้อมกัน “จะ
สู้หรือจะเจรจา!”
แม้แต่สิ่งมีชีวิตธรรมดาที่อยู่ต่าต้อยก็ยังตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า
เสียงนั้นสั่นสะเทือนเลือนลั่น
สีหน้าของเหล่าเทพดูเคร่งเครียด
มังกรดำพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับฉู่ลั่วบนหลัง เสียง
คำรามของมังกรทลายเมฆา สะท้านแผ่นฟ้า
“จะสู้หรือจะเจรจา แค่พูดคำเดียวเท่านั้น”
“ถ้าจะสู้ ก็รีบสู้!”
“ถ้าจะเจรจา ก็ส่งคนที่มีอำนาจตัดสินใจมาเจรจา”
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ก็มีเสียงแผ่วเบาดังมา “ความปรารถนา
ของสรรพชีวิต พวกเราจะฝ่าฝืนได้อย่างไร”
“เจรจา!”
เมื่อคำว่า “เจรจา” ถูกเอ่ยออกมา สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต่างตะลึงงัน
ไปชั่วขณะ
มือของฉู่ลั่วที่กำลังจับดาบชิงเจวี๋ยแข็งค้างไปชั่วครู่ เธอชูดาบ
อีกครั้ง “เจรจาเหรอ?”
“เจรจา”
ฉู่ลั่วเก็บดาบ
เหล่าเทพก็ต่างระงับพลังอำนาจของตนเอง
ทั้งสองฝ่ายต่างถอยออกไป
แสงสีทองจางหาย พลังปราณม่วงสลายตัว
ฉู่ลั่วตบมังกรดำชางฮ่าวเบา ๆ
ชางฮ่าวหมุนตัวกลับ บินมายังด้านหน้าของกองทัพสรรพชีวิต
ทุกคนเงียบกริบ พวกเขาทั้งหมดต่างจ้องมองไปที่ฉู่ลั่วพร้อมกัน
บางคนตื่นเต้นจนน้าตาคลอเบ้า แต่ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
ฉู่ลั่วเก็บร่มเลือด เธอรวบรวมพลังวิญญาณ เสียงใสกังวานของ
เธอแผ่กระจายไปทั่วสามภพ “เจรจา!”
“เฮ!”
เสียงโห่ร้องดังก้องมาเป็นระลอก
ภายใต้ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ สรรพชีวิตต่างโอบกอดกัน เปล่ง
เสียงกรีดร้องด้วยความปีติยินดี
ฉู่ลั่วก้มลงมองเด็กน้อยในอ้อมกอด พบว่าเธอกำลังจ้องมองด้วย
ดวงตากลมโตและรอยยิ้ม
“แม่เก่งจังเลย!”
ฉู่ลั่วยิ้มบาง ๆ
“ลูกรัก จำใบหน้าที่ยิ้มแย้มเหล่านี้ไว้นะ”
เธออุ้มลูกน้อย ให้เด็กได้เห็นใบหน้าที่ยิ้มน้าตาไหล รวมถึงคนที่
แอบหันหลังไปเช็ดน้าตา
“ทั้งหมดนี้ ลูกต้องจำเอาไว้ให้ได้นะ”
“วิถีสวรรค์สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้ แต่ไม่ใช่ใช้กฎเกณฑ์
มาควบคุมชีวิตอื่น”
เทียนเป่าจ้องมองด้วยดวงตาเป็นประกาย จดจำทุกใบหน้าอย่าง
จริงจัง
“แม่ หนูจำได้แล้ว”
ฉู่ลั่ว “หากวิถีสวรรค์ไม่ยุติธรรม สรรพชีวิตย่อมต้องล้มล้าง
กฎเกณฑ์ จัดการวิถีสวรรค์”
“ฉู่ลั่ว!”
ชางฮ่าวเอ่ยเสียงต่าอย่างไม่พอใจ
ฉู่ลั่ว “…”
ชางฮ่าวเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ทันที ความโกรธปรากฏชัดบน
ใบหน้าของเขา
ฉู่ลั่วเห็นอย่างนั้น จึงยัดเทียนเป่าที่อยู่ในมือใส่อ้อมอกเขา แล้ว
เดินไปข้างหน้า
ชางฮ่าวอุ้มเทียนเป่าไว้ แขนของเขาแข็งทื่อทันที ดวงตาจ้องมอง
เทียนเป่าในอ้อมอกตรง ๆ
เทียนเป่าอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างว่าง่าย เอียงหัวจ้องมองเขา
สองพ่อลูกจ้องตากันอยู่พักใหญ่ ก่อนเทียนเป่าจะเอ่ยเสียงหวาน
“พ่อกลับเป็นมังกรแล้วเหรอ?”
ชางฮ่าว “อืม”
เขาอุ้มเทียนเป่าอย่างระมัดระวังและรอบคอบมาก
เทียนเป่า “งั้นต่อไปพ่อจะอยู่กับพวกเราด้วยใช่ไหม?”
เธอกะพริบตาโต ๆ
“พ่อจะอยู่กับพวกเราตลอดไปใช่ไหม?”
ชางฮ่าวถูกคำถามนี้ทำให้พูดไม่ออก
เขามองไปทางฉู่ลั่วที่ถูกห้อมล้อม
เธอกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
ชางฮ่าวยืนอยู่ด้านหลัง อุ้มเทียนเป่าไว้ มองดูอยู่ห่าง ๆ
เทียนเป่าจ้องมองชางฮ่าวครู่หนึ่ง
“พ่อกำลังกลัวอยู่เหรอ?”
ชางฮ่าว “ถึงเจ้าจะเป็นวิถีสวรรค์ แต่ก็ไม่สามารถล่วงรู้ความคิด
ของข้าได้ตามใจชอบ”
เทียนเป่าทำปากยื่น “เทียนเป่าไม่ได้แอบดูความคิดนะ แม่เคย
สอนเทียนเป่าว่า เทียนเป่ามีพลังที่แข็งแกร่งมาก แต่ไม่ควรใช้พลัง
ของตัวเองตามอำเภอใจ”